“เย่ฉางเซิง แกมันย่ำคนอื่นเกินไปแล้วนะ!”
หรงอี้เดือดจนแทบคลั่ง
เขาน่ะคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งของเขตต้องห้ามแห่งชีวิต ทายาทโดยตรงของฮวงจินเจียจู๋ ผู้ครอบครองร่างเทพไร้เทียมทาน อนาคตถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องบรรลุเต๋าสู่จักรพรรดิให้จงได้
ก็ลดตัวลงมาพูดดี ๆ จะคุยกับแกแล้ว ยังจะให้ทำอะไรอีก?
หรงอี้โกรธจนเลือดขึ้นหน้า เขาไม่คิดเลยว่าเย่ชิวจะไม่เห็นหัวกันขนาดนี้ ซ้ำยังใช้หมัดกระแทกเขาเข้าเต็มแรง
“เย่ฉางเซิง ไหน ๆ แกไม่รู้จักดีชั่ว ก็โทษใครไม่ได้นะ…”
ตูม!
เสียงยังไม่ทันขาดคำ ร่างของหรงอี้ก็ถูกหมัดของเย่ชิวซัดระเบิดอีกครั้ง เลือดสีม่วงกระเซ็นฟุ้งทั่วท้องฟ้า
“อ๊ากกกกก!”
หรงอี้แหงนหน้าคำรามลั่นฟ้า
เขารู้ดี หากยังไม่ลงมืออะไรสักอย่าง ชีวิตของตัวเองได้จบเห่ในที่แห่งนี้แน่
ดังนั้นทันทีที่ร่างกายฟื้นคืนอีกครั้ง เขาก็กัดฟันแน่น เริ่มลงมือใช้อาคมเวทต้องห้ามชนิดหนึ่ง นี่คือไพ่ตายอย่างหนึ่งที่เขาผู้เป็นร่างเทพไร้เทียมทานแอบซ่อนไว้
“อัญเชิญวิญญาณนักรบไร้เทียมทานยุคโบราณ!”
พร้อมกับเสียงท่องคาถาแผ่วต่ำและการเปลี่ยนท่ามือของหรงอี้ อากาศรอบด้านก็พลันปั่นป่วนรุนแรง ราวกับมีเจตจำนงโบราณบางอย่างกำลังตื่นจากนิทรา
ชั่วขณะนั้นเอง ฟ้าดินก็ปะทุพลังบางอย่างออกมาอย่างมหาศาล พลังนั้นทั้งเก่าแก่ สูงส่ง แฝงรสชาติของกาลเวลาที่ผุกร่อนและกลิ่นควันดินปืนแห่งสนามรบ
ถัดมา แสงเรืองรองสายแล้วสายเล่าก็ผลิบานออกมาจากสุญญากาศ นั่นคือวิญญาณนักรบไร้เทียมทานยุคโบราณของเหล่าร่างเทพไร้เทียมทานที่ถูกหรงอี้อัญเชิญมาด้วยคาถาโบราณเฉพาะตัว เตรียมพร้อมจะปะทะกับเย่ชิว
วิญญาณนักรบไร้เทียมทานยุคโบราณเหล่านี้มีตั้งเจ็ดแปดตน
แต่ละตน สมัยยังมีชีวิตล้วนเป็นร่างเทพไร้เทียมทานทั้งนั้น พลังแข็งแกร่งน่าเกรงขามยิ่งนัก
ถึงแม้จะตายไปแล้ว เหลือเพียงเศษเสี้ยววิญญาณ แรงกดดันแห่งเซียนที่แผ่ออกมาก็ยังน่าสะพรึงกลัว
เงาร่างของวิญญาณเหล่านั้นพร่าเลือน บ้างถือทวนยาว บ้างกุมดาบคมกริบ บ้างแบกขวานยักษ์ไว้บนหลัง แต่ละตนล้วนแผ่พลังอันรุนแรงออกมา ราวกับนักรบจากสนามรบยุคโบราณที่ข้ามห้วงกาลเวลามายังที่นี่
ในดวงตาของพวกมันเต็มไปด้วยเจตจำนงแห่งสงคราม ต่อให้เป็นเพียงวิญญาณนักรบไร้เทียมทานยุคโบราณ ก็ยังจะปกป้องเกียรติยศของตนเองให้ถึงที่สุด
เห็นดังนั้น หรงอี้ก็ถอนหายใจโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง
“เย่ฉางเซิง คิดไม่ถึงล่ะสิ!”
“บอกไว้เลย นี่คือสายเลือดสืบทอดของร่างเทพไร้เทียมทาน”
“ยอมรับก็ได้ว่าแกแข็งแกร่งจริง แต่ไม่รู้หรอกนะว่า แกรับมือวิญญาณนักรบไร้เทียมทานยุคโบราณเหล่านี้ไหวหรือเปล่า?”
น้ำเสียงของหรงอี้มีแววหอบหายใจปนอยู่ แต่สิ่งที่ชัดกว่านั้นคือความคลุ้มคลั่งและรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
เย่ชิวสัมผัสได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งและผิดธรรมดาของวิญญาณเหล่านี้ แต่เขาไม่ถอยแม้แต่นิด ตรงกันข้าม กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยเจตจำนงแห่งสงคราม
“วิญญาณนักรบไร้เทียมทานยุคโบราณแล้วไง ตลอดชีวิตของเย่ฉางเซิง ข้าไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น!”
เย่ชิวคำรามลั่น ก่อนเป็นฝ่ายพุ่งเข้าโจมตีเสียเอง
ร่างของเขาเคลื่อนที่รวดเร็วดุจสายฟ้า ในพริบตาก็ปรากฏตัวต่อหน้าวิญญาณนักรบไร้เทียมทานยุคโบราณตนหนึ่ง หมัดไร้ผู้ต่อต้านฟาดถาโถมออกไปอย่างดุดัน
ทว่า แม้วิญญาณเหล่านี้จะเป็นเพียงเงาร่าง แต่พวกมันยังคงครอบครองพลังบางส่วนกับประสบการณ์รบของร่างเทพไร้เทียมทานยุคโบราณอยู่ หมัดของเย่ชิวแม้รุนแรง ทว่าชั่วขณะหนึ่งกลับยากที่จะบดขยี้พวกมันให้แหลกสลายได้โดยสิ้นเชิง
แกร๊ง!
เสียงโลหะปะทะกันกังวานก้อง เย่ชิวปะทะอย่างจังกับวิญญาณนักรบไร้เทียมทานยุคโบราณที่ถือดาบอยู่ตนหนึ่ง
ดาบยาวในมือวิญญาณตนนั้นราวกับสามารถฟันทำลายได้ทุกสิ่ง ชั่วพริบตาแขนของเย่ชิวก็มีรอยแผลลึกหนึ่งทาง เลือดสดไหลทะลักเปื้อนแขนเสื้อ ยิ่งกระตุ้นด้านดุร้ายในใจของเขาให้ปะทุ
“หึ ก็แค่นี้!”
เย่ชิวสะบัดคำรามเย็น ร่างพุ่งวูบอีกครั้ง คราวนี้เขาเลือกเข้าประชิดตัววิญญาณนักรบไร้เทียมทานยุคโบราณอีกตนหนึ่ง
พลังของหมัดไร้ผู้ต่อต้านเมื่อใช้ในระยะประชิดถูกปลดปล่อยออกมาได้อย่างเต็มที่ ทุกหมัดที่ฟาดลงเหมือนจะเขย่าฟ้าดินให้สั่นสะเทือน
แต่ทว่า จำนวนวิญญาณนักรบไร้เทียมทานยุคโบราณนั้นมีมาก แถมแต่ละตนยังแข็งแกร่งไม่น้อย
ทุกหมัดที่ฟาดออกไป ราวกับสามารถฉีกกระชากสุญญากาศ ทำให้ผืนดินพังทลาย
โครม!
เสียงระเบิดดังสนั่น เย่ชิวปะทะกันเต็มแรงกับวิญญาณนักรบไร้เทียมทานยุคโบราณที่ถือขวานยักษ์อยู่ตนหนึ่ง
แม้วิญญาณตนนั้นจะทรงพลังอย่างยิ่ง แต่ภายใต้หมัดเต็มกำลังของเย่ชิว กลับถูกซัดปลิวกระเด็นออกไปทันที ร่างแตกกระจายในอากาศ แปรเปลี่ยนเป็นแสงเล็ก ๆ มากมายสลายหายไปในฟ้าดิน
“อะไรนะ!”
หรงอี้ยกตาโพลงด้วยความตกตะลึง
วิญญาณนักรบไร้เทียมทานยุคโบราณตนอื่น ๆ เห็นดังนั้นก็หน้าเปลี่ยนสีไปตาม ๆ กัน ทว่าในฐานะวิญญาณนักรบไร้เทียมทานยุคโบราณ พวกมันก็มีความหยิ่งผยองและศักดิ์ศรีของตัวเอง แม้จะรู้ว่ามีโอกาสพ่ายแพ้ แต่ก็ไม่มีวันถอยหนีง่าย ๆ
ดังนั้น วิญญาณนักรบไร้เทียมทานยุคโบราณเหล่านั้นจึงพุ่งเข้าใส่เย่ชิวอีกครั้ง บ้างรุมโจมตีร่วมกัน บ้างแยกเดี่ยวเข้าท้าทาย แต่ละตนต่างปลดปล่อยพลังต่อสู้ที่น่าตะลึงออกมา
ทว่าในตอนนี้ เย่ชิวได้เข้าสู่สภาวะสุดยอดของตัวเองแล้ว หมัดไร้ผู้ต่อต้านของเขาราวกับสามารถทำลายอุปสรรคทุกสิ่ง กวาดล้างวิญญาณนักรบไร้เทียมทานยุคโบราณเหล่านั้นทีละตน ๆ
ตูม!
เสียงระเบิดดังอีกครั้ง
เย่ชิวซัดหมัดใส่วิญญาณนักรบไร้เทียมทานยุคโบราณที่ถือทวนยาวอยู่ตนหนึ่งจนปลิวกระเด็นออกไป วิญญาณตนนั้นกลิ้งคว้างอยู่กลางอากาศอยู่ไม่กี่รอบ ก่อนจะร่วงลงสู่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ร่างสลายหายไปในพริบตา ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่บนฟ้าดินนี้มาก่อน
เพียงพริบตาเดียว วิญญาณนักรบไร้เทียมทานยุคโบราณก็ถูกกวาดล้างไปทีละตนอย่างสิ้นท่า
หรงอี้ถึงกับยืนนิ่งอ้าปากค้าง
เขาไม่คิดเลยว่าต่อให้ตนเองอัญเชิญวิญญาณนักรบไร้เทียมทานยุคโบราณออกมาแล้ว ก็ยังไม่อาจต้านทานกระแสการบุกของเย่ชิวได้
“ไม่นะ… เป็นไปไม่ได้!” หรงอี้คำราม เสียงแหบพร่า เขาไม่ยอมรับความจริงเบื้องหน้านี้
“หรงอี้ ได้เวลาไปให้พ้นทางแล้ว”
เย่ชิวเอ่ยเสียงเย็น ดั่งเสียงนั้นดังมาจากใต้ห้วงนรกเก้าชั้น แผ่ความเยียบเย็นไร้ที่สิ้นสุดออกมาจนผู้ฟังขนลุกซู่

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...