เข้าสู่ระบบผ่าน

วิสารทแพทย์เทวัญ นิยาย บท 2989

ทันทีที่เย่ชิวฟาดหมัดออกไปเสียงดังสนั่น พลังของหมัดพิชิตมังกรก็ปะทุออกมาเต็มที่ คาถาป้องกันเบื้องหน้าถูกลมหมัดซัดจนแตกละเอียด ราวกับเครื่องลายครามเปราะบางที่ถูกทุบแตกในพริบตาเดียว

ถ้ำใต้ดินปรากฏต่อหน้าทั้งสามอีกครั้ง

คราวนี้ไม่ว่าจะมองจากทิศไหน มุมใด ปากถ้ำก็ยังมองเห็นได้อย่างชัดเจน ไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่หายวับไปอย่างลึกลับอีกแล้ว

จางเหมยเจินเหรินทำหน้าตื่นตะลึง เขาไม่คิดเลยว่าเย่ชิวจะใช้เพียงพลังหมัดล้วน ๆ ทลายคาถาป้องกันชั้นสูงแบบนี้ได้ อดจะอุทานชมเชยไม่ได้ว่า “ใช้แรงเดียวสยบหมื่นวิชา คนโบราณไม่เคยหลอกข้าจริง ๆ”

เย่ชิวรีบก้าวตรงไปทางถ้ำใต้ดินอย่างร้อนรน พลางพูดว่า “เลิกพูดมากเถอะ รีบลงไปดูกันข้างล่างดีกว่า ว่าซ่อนความลับอะไรไว้กันแน่?”

ทั้งสามผลัดกันก้าวลงสู่ถ้ำใต้ดิน

ด้านในมืดมิด ชนิดที่ยื่นมือออกไปยังมองไม่เห็นนิ้วตัวเอง ทว่าพวกเขากลับไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นอุปสรรคอะไร

อย่างไรเสีย พลังบำเพ็ญเพียรของพวกเขาก็ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว

ผ่านไปครู่หนึ่ง

เย่ชิวชูมือขวาขึ้น เปลวเพลิงพิเศษสายหนึ่งลุกวาบขึ้นมาเต้นระริกที่ปลายนิ้วของเขา แสงไฟนั้นส่องให้สภาพแวดล้อมโดยรอบสว่างขึ้น

ยิ่งเดินลึกลงไปในถ้ำ พื้นที่ยิ่งกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับพระราชวังใต้ดินขนาดมหึมากำลังค่อย ๆ แผ่ขยายออกเบื้องหน้า

ตามผนังถ้ำเต็มไปด้วยลวดลายประหลาด ส่องแสงสลัวเย็นเยียบ ดูทั้งลึกลับทั้งน่าสะพรึงกลัว

“ถ้ำอะไรจะใหญ่ขนาดนี้ ฐานภูเขาไข่มุกเหมือนถูกคว้านไปครึ่งลูกแล้ว” อู่เชียนฟานเดินไปพลางอุทานไปพลาง สายตากวาดมองหาสิ่งผิดปกติรอบด้าน

จางเหมยเจินเหรินเองก็สีหน้าเคร่งขรึม เอ่ยว่า “โธ่เอ๊ย งานใหญ่ขนาดนี้ ถ้าเกี่ยวกับเผ่ามิ่งจริง ๆ ล่ะก็ พวกมันต้องวางแผนมานานมากแน่”

เย่ชิวพยักหน้า ดวงตาสวรรค์ของเขาเปิดออกแล้ว กำลังตรวจสอบพื้นที่ทุกตารางนิ้วอย่างละเอียด

ทันใดนั้นเขาหยุดเท้า ชี้ไปยังผนังด้านหน้าจุดหนึ่งแล้วพูดว่า “ดูตรงนั้นสิ มีอักขระเวทมนตร์”

ทั้งสามรีบเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็เห็นว่า บนผนังสลักอักขระเวทมนตร์โบราณบางอย่างอยู่ มันส่องแสงสลัวราง ราวกับซ่อนพลังบางอย่างเอาไว้

“อักขระพวกนี้ ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย” จางเหมยเจินเหรินเอ่ยขึ้นพลางเอื้อมมือไปแตะอักขระ ทันใดนั้นก็รู้สึกถึงความเย็นเยียบสายหนึ่งไหลจากปลายนิ้วแล่นไปทั่วทั้งร่าง

เขารีบดึงมือกลับ อุทานว่า “อักขระนี่เย็นจัด ราวกับแฝงพลังความเย็นอันตรายบางอย่างอยู่”

เย่ชิวเหยียดนิ้วหนึ่งออกไปจิ้มลงบนอักขระ

ชั่วพริบตาเดียว อักขระเหล่านั้นก็พลันปล่อยหมอกสีเทาก้อนหนึ่งไหลวนออกมา

“นี่เป็นฝีมือของเผ่ามิ่ง” เย่ชิวไม่เพียงไม่ตกใจ กลับยิ่งดีใจเสียอีก

นั่นหมายความว่าพวกเขาเจอเบาะแสเกี่ยวกับเผ่ามิ่งแล้ว บางทีอาจตามรอยนี้ไปจนพบที่อยู่ของผู้สูญหายก็เป็นได้

ทั้งสามเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ

สุดท้าย พื้นที่ก็เปิดกว้างมากขึ้นทุกที

เย่ชิวกับพวกถึงกับชะงัก เมื่อพบว่าช่วงฐานของภูเขาไข่มุกทั้งลูก ถูกคว้านกลวงออกไปหมดแล้ว

แถมรอบด้านยังอัดแน่นไปด้วยอักขระเวทมนตร์ เรียงรายราวกับเป็นค่ายกล คุ้มกันพื้นที่ทั้งหมดไว้อย่างแน่นหนา

ยิ่งทั้งสามเดินลึกเข้าไป ภาพตรงหน้าก็ยิ่งน่าตกใจกว่าเดิม ท้ายที่สุด แท่นบูชาโบราณขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นต่อสายตา

บนแท่นบูชาโบราณนั้น มีไข่มุกเม็ดใหญ่ลูกหนึ่งเปล่งแสงเจิดจ้าออกมา ดุจพระจันทร์วันเพ็ญดวงหนึ่งแขวนอยู่กลางฟ้า

ไข่มุกลูกนั้นมีขนาดมหึมา เส้นผ่าศูนย์กลางยาวหลายเมตร ผิวด้านนอกไหลเอื่อยไปด้วยแสงนุ่มนวลลี้ลับ ราวกับบรรจุพลังชีวิตไร้สิ้นสุดอยู่ภายใน

รอบ ๆ ไข่มุก ยังสลักอักขระเวทมนตร์ที่วิจิตรซับซ้อนยิ่งกว่าตามผนังเสียอีก อักขระเหล่านั้นดูเก่าแก่ลึกซึ้ง ราวกับกำลังสั่นพ้องกับไข่มุก ช่วยกันรักษาสมดุลของพลังบางอย่างเอาไว้

“นี่มัน…” อู่เชียนฟานเบิกตาโพลง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ เขาไม่เคยเห็นไข่มุกที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลยจริง ๆ

นั่นคือสัตว์ร้ายตนหนึ่ง

รูปร่างมันคล้ายจระเข้ ทว่ากลับน่าสยดสยองกว่านั้นหลายเท่า ลำตัวปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำสนิท แต่ละเกล็ดสะท้อนแสงเย็นเฉียบ ราวกับหลอมขึ้นจากโลหะที่แข็งแกร่งที่สุด

ส่วนหัวของสัตว์ร้ายใหญ่อย่างผิดสัดส่วน ดวงตาทั้งสองข้างเย็นเยียบดุจบึงน้ำแข็ง เปล่งประกายดุดันอำมหิต

“ฟู่—”

มันอ้าปากออก เผยให้เห็นฟันคมเป็นแถวเรียงราย แต่ละซี่แหลมราวคมดาบ

ยังไม่หมดเท่านั้น สี่ขาของสัตว์ร้ายก็แข็งแรงกำยำ ปลายกรงเล็บเปล่งแสงเยือกเย็นออกมาอย่างน่าหวาดหวั่น เห็นได้ชัดว่าคมกริบไม่แพ้กัน

โดยรวมแล้ว สัตว์ร้ายตนนี้เหมือนอสุรกายที่คลานขึ้นมาจากขุมนรกทั้งเป็น ทั้งตัวแผ่กระจายกลิ่นอายชั่วร้ายชวนให้หัวใจสั่นระรัว

“น…นี่มันตัวอะไรกัน?” เสียงของอู่เชียนฟานสั่นเครือ เขาไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวขนาดนี้มาก่อน แม้พลังบำเพ็ญเพียรของตัวเองจะไม่ธรรมดา แต่ตอนนี้กลับรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาจริง ๆ

จางเหมยเจินเหรินเองก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากสัตว์ร้ายตนนี้ สีหน้าเคร่งเครียดพลางด่าออกมาว่า “โธ่บรรพบุรุษเอ๊ย ไอ้ตัวโฉดนี่ดูท่าไม่ใช่ของหมู ๆ เลย”

เย่ชิวกลับจ้องสัตว์ร้ายตนนั้นด้วยสายตาแหลมคมไม่กะพริบ

เขาพบว่า บนตัวสัตว์ร้ายตนนี้แผ่ออกมาด้วยพลังชีวิตลักษณะพิเศษแบบหนึ่ง พลังชีวิตนี้เหมือนกับที่เขาเคยสัมผัสได้จากผู้อาวุโสเผ่ามิ่งสองคนที่ถูกเขาฆ่าทิ้งก่อนหน้านี้ทุกประการ

“นี่คงเป็นสัตว์ร้ายของเผ่ามิ่ง” เย่ชิวว่า “เจ้าตัวนี้ไม่ธรรมดา ราชานักบุญไร้เทียมทานทั่วไปเกรงว่าก็สู้มันไม่ได้”

คำพูดเพิ่งขาดเสียงลง

“โฮกกก—!”

สัตว์ร้ายตนนั้นก็คำรามก้องดังจนแทบทำแก้วหูของทั้งสามแตกกระจุย คลื่นเสียงถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นทะเลปะทะฝั่ง

ทันใดนั้นมันก็ถีบเท้าใส่พื้นอย่างแรง ร่างมหึมาพุ่งทะยานออกไปดุจสายฟ้า พุ่งเข้าใส่ทั้งสามอย่างรวดเร็ว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ