“ตูม!”
ห้วงอวกาศบิดเบี้ยวเป็นเกลียว เงาร่างของเย่ชิวกับฉางเหม่ยเจินเหรินโผล่มากลางอากาศ ร่วงลงสู่พื้นอย่างกะทันหัน
“อ๊วก...”
พอเท้าแตะดิน ฉางเหม่ยเจินเหรินก็รีบก้มตัวอาเจียนไม่หยุด หน้า ซีดขาวราวกระดาษ ขาทั้งสองสั่นระริก
“เหล่าโต้วซี แกนี่มันอ่อนหัดเกินไปแล้วมั้ง?” เย่ชิวก็หน้าซีดอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่วายแซว “ก็แค่เคลื่อนย้ายฉับพลันนิดหน่อย แค่นี้ทนไม่ไหวแล้ว?”
ฉางเหม่ยเจินเหรินอาเจียนจนแทบน้ำดีไหล มือสั่นเทาชี้หน้าเย่ชิว “แก...แกแม่ง ไม่คิดจะบอกกันสักคำ รวบคอข้าแล้วก็เคลื่อนย้ายฉับพลันทันที ไม่ให้ตั้งตัวเลยสักนิด”
“รู้มั้ย ชีวิตแก่ ๆ ของตาเต๋าแทบฝากไว้ในมือแกแล้ว”
“ใจคอจะไม่มีเมตตาเลยรึไง!”
เย่ชิวยิ้มมุมปาก “ก็เรากำลังแข่งกับเวลาไงล่ะ”
ตอนนี้พวกเขาอยู่ห่างจากภูเขาเป่ยมางไม่ถึงหนึ่งร้อยหลี่ รอบด้านเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ปกคลุมด้วยหมอกเมฆลอยคลอเคลีย
ฉางเหม่ยเจินเหรินพยายามกลั้นอาการอาเจียนไว้ ในที่สุดก็หยุดได้ พูดเสียงอ่อนระโหย “ไอ้กระต่ายน้อย ครั้งหน้าถ้าจะใช้เคลื่อนย้ายฉับพลัน บอกกันล่วงหน้าซักคำ...อ๊วก...”
เย่ชิวไม่สนใจฉางเหม่ยเจินเหริน เขามองหาที่ลับสายตา ก่อนจะหยิบใบไม้แห่งต้นไม้ชีวิตออกมาหลายใบจากถุงกิ่นคุนกลืนลงท้อง แล้วนั่งขัดสมาธิเริ่มปรับลมหายใจฟื้นฟูสภาพ
การใช้เคลื่อนย้ายฉับพลัน ทำให้เขาสิ้นเปลืองพลังอย่างมหาศาล
แม้ร่างกาย วิญญาณแท้ รวมถึงพลังการต่อสู้ของเขาจะเหนือกว่าผู้ฝึกบำเพ็ญระดับเดียวกันอยู่หลายขุม แต่ถึงอย่างไรยังไม่ทะลวงขึ้นเป็นกึ่งจักรพรรดิ การฝืนใช้พลังวิเศษอย่างเคลื่อนย้ายฉับพลัน ก็ยังเกินจะรับไหวอยู่ดี
พลังชีวิตจากใบไม้แห่งต้นไม้ชีวิตแตกกระจายซึมซาบไปทั่วร่าง ในเวลาไม่นาน ลมหายใจของเย่ชิวก็ค่อย ๆ หมดความปั่นป่วน กลับมานิ่งสงบ
ส่วนฉางเหม่ยเจินเหรินทิ้งตัวนั่งแผละอยู่ข้าง ๆ ควานหาโอสถเม็ดหนึ่งออกมากลืนลงไป สีหน้าจึงค่อย ๆ ดีขึ้นเล็กน้อย
“เวรเอ๊ย ไอ้เคลื่อนย้ายฉับพลันนี่มันไม่ใช่ของที่มนุษย์ควรทนเลยจริง ๆ” ฉางเหม่ยเจินเหรินบ่นงึมงำ “ยอมโดนฟ้าผ่าซะยังจะดีกว่า ไม่อยากเจอเป็นครั้งที่สองแล้ว”
เย่ชิวลืมตาขึ้น หัวเราะ “เหล่าโต้วซี จิตใจแกนี่อ่อนจริง ๆ สมัยก่อนซือจู่เคยพาแกเคลื่อนย้ายฉับพลันไม่ใช่รึไง ไม่คิดเลยว่า พอวันนี้ข้าเป็นคนพา แกกลับสภาพเสียหมาแบบนี้”
“ไสหัวไป!” ฉางเหม่ยเจินเหรินถลึงตาใส่เย่ชิว
ในจังหวะนั้นเอง ทั้งคู่ก็พร้อมใจกันรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ก็เห็นเงาร่างนับไม่ถ้วนพุ่งเฉียดผ่านไปเหนือศีรษะ บ้างเหิรดาบเหินฟ้า บ้างโดยสารของวิเศษทางเวทมนตร์ บางคนถึงกับฉีกสุญญากาศก้าวเดินไปตรง ๆ ทั้งหมดล้วนมุ่งหน้าไปทางภูเขาเป่ยมางด้วยความเร็วสุดกำลัง
เย่ชิวเอ่ยเสียงต่ำ “เหล่าโต้วซี เห็นมั้ย พวกนั้นล้วนมุ่งมาที่มรดกจักรพรรดิทั้งนั้น”
ฉางเหม่ยเจินเหรินแลบลิ้น “โธ่โว้ย ขบวนใหญ่ไม่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย!”
เย่ชิวว่า “ใครจะไม่อยากได้มรดกจักรพรรดิกันล่ะ เดาว่าตอนนี้ยังมีคนอีกไม่น้อยกำลังมุ่งหน้ามาภูเขาเป่ยมางอยู่บนทาง”
“งั้นพวกเรายังมัวช้าอะไรอยู่ล่ะ?” ฉางเหม่ยเจินเหรินพลันตาเป็นประกาย “รีบไปสิ ไปช้าเดี๋ยวแม้แต่น้ำแกงก็ไม่ได้ชิม!”
เย่ชิวส่ายหน้า “สภาพพวกเราตอนนี้ ถ้าบุกไปทั้งอย่างนี้ เกรงว่ายังไม่ทันได้เห็นเงามรดกจักรพรรดิ ก็คงโดนรุมยำก่อนแล้ว”
ฉางเหม่ยเจินเหรินชะงัก “หมายความว่ายังไง?”
เย่ชิวชี้หน้าตัวเอง
ฉางเหม่ยเจินเหรินถึงกับร้องอ๋อ หัวเราะออกมา “ในเมื่อคิดจะแอบอาศัยจังหวะน้ำขุ่น คนจะแฝงตัวทั้งที เปลี่ยนหน้าไว้ก่อนก็ดีเหมือนกัน”
“ไอ้กระต่ายน้อย แกคิดจะปลอมตัวเป็นใครล่ะ?”
“หลวงโป๋ซา? หรือพระสงฆ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งเขาหลิงซาน?”
“ถ้าทั้งสองคนนั้นดันอยู่ที่ภูเขาเป่ยมางพร้อมกัน แล้วข้าไปแปลงโฉมเป็นพวกเขา ไม่ใช่ว่าพอโผล่ไปก็โดนโป๊ะแตกทันทีหรือไง?” เย่ชิวพูดพลางหยิบชุดผ้าคลุ่มยาวสีเทาธรรมดาสองชุดออกมาจากถุงกิ่นคุน ยื่นให้ฉางเหม่ยเจินเหรินชุดหนึ่ง
“ใส่แบบนี้แหละจะได้ไม่สะดุดตาใคร” พอพูดจบ เย่ชิวก็กลืนโอสถแปลงโฉมเม็ดหนึ่งลงไป

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...