เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1431

เจดีย์ชั้นบนสุด หลังจากที่เมิ้งเหล่าได้ยินคำถามนี้ เขาก็เงียบไปครู่หนึ่ง เมื่อเช้านี้ใส่ยาให้มันหรือเปล่า เขาหันไปมองยังประตูบานนั้น ที่ลอยอยู่อย่างเงียบสงบ หลังจากผ่านไปสักพักเขาก็พูดขึ้นว่า

“ไม่มีปัญหา”

ผู้อาวุโสปั๋วเหยี่ยนที่อยู่ด้านนอกม่านพลังก็ถอนหายใจออกมา

“มีท่านอยู่ จะต้องไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน เช่นนั้นข้าก็จะกลับแล้ว”

เมื่อพูดจบ ผู้อาวุโสปั๋วเหยี่ยนก็ประสานหมัดทั้งสอง พร้อมโค้งตัวคำนับอย่างมีมารยาท ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป

ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเขากลับมาสงบอีกครั้ง เหมือนว่าไม่มีอันใดเกิดขึ้น

หลังจากผ่านไปสักพัก เมิ้งเหล่าก็ถอนหายใจออกมา

“นังหนูคนนี้ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไร… หรือว่าของชิ้นนี้ เจ้าไม่อยากได้มันแล้ว?”

หายไปเนิ่นนานขนาดนี้ แม้กระทั่งจดหมายก็ยังไม่ส่งกลับมา

ไม่รู้จริงๆ ว่านางกำลังยุ่งเรื่องอันใดอยู่…

เมิ้งเหล่าส่ายหน้า และนึกถึงทั้งสองคนที่อยู่ด้านล่าง ก่อนจะส่ายหน้าออกมาอย่างอดไม่ได้

ดูเหมือนว่ายังมีเวลาไปถามหรงซิว บางทีเขาอาจจะรู้อันใดบางอย่าง

…

ชั้นสอง ฉู่หลิวเยว่นอนอยู่บนเตียงหยกศีตลาพันปี

หรงซิวนั่งอยู่ด้านข้างของนาง พร้อมกุมมือของนางเอาไว้

มือของทั้งสองคนประสานกัน ลำแสงสีทองจางๆ สว่างวาบ

พลังอันอบอุ่นควรพุ่งเข้าสู่ร่างของฉู่หลิวเยว่ และให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายนางอย่างระมัดระวัง

อวัยวะภายใน รวมถึงชีพจรส่วนหนึ่งของนางนั้น ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งล่าสุด

แม้ว่าพลังการฟื้นฟูของนางจะแข็งแกร่งมาก แต่หรงซิวก็ยืนยันว่าจะใช้พลังของตนเองรักษาอาการบาดเจ็บให้นาง

ตอนนี้สถานการณ์ของฉู่หลิวเยว่ก็ดีกว่าเดิมอย่างมาก

บนใบหน้าที่ซีดเซียวมีเลือดฝาดขึ้นมา ลมปราณก็เสถียรกว่าเดิมเยอะมาก

อาจจะเป็นเพราะมีหรงซิวอยู่ กลิ่นกายหอมและเย็นคละคลุ้งในอากาศทำให้นางรู้สึกคุ้นเคย และวางใจลงได้มาก

นางไม่ได้ฝันร้ายอีกแล้ว และหลับลงด้วยใบหน้าสงบนิ่ง

…

ตอนที่ผู้อาวุโสเหวินซีพามู่หงอวี่กลับมาที่สำนัก ทำให้ดึงดูดความสนใจจากผู้คนไม่น้อย

ตั้งแต่ครึ่งเดือนที่ผ่านมา ไม่มีคนเข้ามาที่สำนักเลย ตอนนี้มีคนเข้ามาที่สำนักหนึ่งคน จึงได้รับความสนใจอย่างมาก

เพราะว่าเขาชอบมู่หงอวี่มาก ดังนั้นผู้อาวุโสเหวินซีจึงจัดสถานที่พักให้นางด้วยตนเอง

“เดิมทีข้าคิดว่าจะจัดให้เจ้าพักอยู่ที่เดียวกับฉู่เยว่ แต่เพราะว่าตอนนี้ฉู่เยว่ได้ย้ายที่พักแล้ว ดังนั้นข้าจึงพยายามจัดที่ให้ได้อยู่ใกล้กับเขามากที่สุด”

ผู้อาวุโสเหวินซีกับมู่หงอวี่เดินมาถึงที่ไหล่เขาแล้ว พร้อมใช้นิ้วชี้ไปทางหนึ่ง

“ที่นี่คือภูเขาหู่โถว (หัวเสือ) ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้คือเขาจิ่วเหิง ที่แห่งนั้นคือสถานที่พำนักของหรงซิว ตอนนี้ฉู่เยว่ย้ายไปอยู่ที่นั่นแล้ว”

“ฝ่าบาท?”

มู่หงอวี่รู้สึกประหลาดใจไปเล็กน้อย

ผู้อาวุโสเหวินซีผงะไป แล้วรีบดึงสติกลับมา

ในเมื่อมู่หงอวี่เป็นเพื่อนสนิทของฉู่เยว่ เช่นนั้นเป็นเรื่องธรรมดามากที่นางจะรู้จักหรงซิว

แต่เมื่อได้ยินนางเรียกเช่นนี้ นางก็น่าจะเป็นคนของพระราชวังเมฆาสวรรค์ หรือบางทีอาจจะเป็นหนึ่งในยี่สิบแปดเผ่า?

“ใช่แล้ว หลังจากที่หรงซิวเข้ามาในสำนัก เขาก็อยู่ที่นั่นเพียงผู้เดียวมาโดยตลอด เป็นคนแรกที่เขาอนุญาตให้เข้าพำนักที่นั่นด้วยกันได้ ต้องบอกเลยว่าหรงซิวปฏิบัติต่อเขาเป็นอย่างดี!”

แม้กระทั่งผู้อาวุโสอย่างพวกเขาก็ยังไม่สามารถเข้าใกล้เขาจิ่วเหิงตามอำเภอใจได้ แต่ว่าฉู่เยว่ทำได้

นี่มันยังไม่ชัดเจนอีกหรือ?

“ที่ฝ่าบาทดีต่อนางก็เป็นเรื่องปกติแล้วไม่ใช่หรือ?”

ทั้งสองคนหมั้นหมายกันแล้ว ขาดเพียงแค่งานแต่งงาน ด้วยความสัมพันธ์เช่นนี้ คนอื่นไม่มีใครเทียบเคียงได้แน่นอน

ผู้อาวุโสเหวินซีได้ยินดังนั้น จึงรู้สึกอยากรู้ขึ้นมา

“อ่า? เหตุใดถึงพูดเช่นนั้นล่ะ?”

“แน่นอนว่า…”

พูดไปเพียงครึ่งหนึ่ง ทันใดนั้นเองนางก็นึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้ฉู่หลิวเยว่มีชื่อว่าฉู่เยว่แล้ว จึงรีบหยุดคำพูดของตนเองอย่างรวดเร็ว

ดวงตาสีน้ำตาลกลอกไปมา พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“แน่นอนเป็นเพราะว่าพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอยู่แล้ว!”

นางไม่รอให้ผู้อาวุโสเหวินซีถามต่อ นางรีบเปลี่ยนเรื่องคุยในทันที

“จริงสิผู้อาวุโส ในเมื่อพวกเขาอยู่ที่เขาจิ่วเหิง ข้าก็สามารถไปเจอพวกเขาได้เลยใช่หรือไม่?”

ผู้อาวุโสเหวินซีหัวเราะพร้อมลูบเคราของตนเอง

“หงอวี่ เจ้าต้องรู้ว่า ตอนที่เข้าสำนักเรียนมา นางเข้ามาทดสอบพร้อมกับฉู่เยว่! อีกทั้งในตอนนี้พวกเขาทั้งหลายยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันด้วย”

ดีจนเข้าไปก่อเรื่องที่เขาหมื่นเมรัยด้วยกัน…

แต่ว่าเรื่องนี้ไม่สามารถพูดออกไปได้

เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนสนิทของฉู่หลิวเยว่ มู่หงอวี่จึงรู้สึกสนิทสนมขึ้นมาหลายส่วน

หลัวซือซือก็รู้สึกแปลกใจขึ้นเล็กน้อย

เหตุใดผู้อาวุโสเหวินซีถึงพูดเช่นนี้… เหมือนว่ามู่หงอวี่กับฉู่เยว่จะรู้จักกัน?

และเหมือนจะอ่านความคิดของนางออก ผู้อาวุโสเหวินซีจึงหัวเราะแล้วพูดว่า

“ลืมพูดไปเลย ซือซือ หงอวี่เป็นเพื่อนสนิทของฉู่เยว่! ตอนที่นางเพิ่งมาถึงสำนักก็พูดว่าอยากจะเจอฉู่เยว่!”

หลัวซือซือชะงักไปเล็กน้อย

อย่างนี้นี่เอง…

มู่หงอวี่กะพริบตาปริบๆ

“ผู้อาวุโส เมื่อครู่นี้ท่านยังไม่ได้บอกเลยว่าตอนนี้ฉู่เยว่อยู่ที่ใด? เสด็จ…ท่านพ่อและท่านแม่ของข้าให้ข้าสอบถามว่านางยังสบายดีหรือไม่?”

ความจริงแล้วนางไม่ได้กลับบ้านมาสักพักหนึ่งแล้ว อีกทั้งตอนที่อยู่ที่ทะเลทรายจันทราสีชาด นางก็ไม่ได้ส่งจดหมายหาครอบครัวเลย

แต่ว่าเสด็จพ่อและเสด็จแม่ของนางยังรู้สึกขอบคุณฉู่หลิวเยว่อยู่เสมอ บางครั้งก็ยังห่วงใยอีกฝ่ายมากกว่านางเสียด้วยซ้ำ

ดังนั้นเมื่อนางพูดเช่นนี้ ก็ถือว่าไม่ได้ผิดอันใด

หลัวซือซือรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

“…ดูเหมือนว่าศิษย์น้องหงอวี่กับฉู่เยว่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากจริงๆ…”

เพียงแค่เพื่อนธรรมดา พ่อแม่ของนางจะมาเป็นห่วงอีกฝ่ายเหตุใด?

อีกทั้งดูท่าทางของมู่หงอวี่แล้ว เหมือนว่าจะไม่ได้สนิทกันธรรมดา…

ในใจของหลัวซือซือมีความผิดหวังพวยพุ่งขึ้นมาอย่างไม่สามารถอธิบายได้

นางเม้มริมฝีปากแล้วพูดขึ้นว่า

“ตอนนี้ฉู่เยว่ไม่ได้อยู่ที่เขาจิ่วเหิง แต่อยู่ที่เขาเฝิงหมิน”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์