เมื่อฉู่เยี่ยนได้ยินข่าวก็รีบไปหาฉู่หนิงทันที แล้วเขาก็เห็นว่าเขาเดินสติหลุดลอยจริงดั่งคาด
ในที่สุดความอัดอั้นตันใจของช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ได้ระบายออกมาเสียที
“ถึงแม้ว่าตอนนี้ท่านจะไม่ใช่คนของตระกูลฉู่แล้ว แต่ถึงกระนั้นท่านก็ยังคงเป็นพี่ชายแท้ๆ ของข้า เมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นกับฉู่หลิวเยว่ ข้าในฐานะน้องชายก็รู้สึกเป็นห่วงท่านจริงๆ! พี่ใหญ่ คนตายไปแล้วไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้ ท่านก็ต้อง…ตัดอกตัดใจเสียเถิด!”
แม้ว่าฉู่เยี่ยนจะแสดงสีหน้าโศกเศร้า แต่ทว่าดวงตากับฉายแววสะใจจนแทบล้นออกมา
ทุกถ้อยคำที่เปล่งออกมาดั่งมีดคมที่แทงหัวใจฉู่หนิงซ้ำๆ ราวกับว่าต้องการให้หัวใจของเขาแหลกสลายไม่มีชิ้นดี!
ฉู่หนิงพยายามฝืนแรงทั้งร่างให้ยืนอย่างมั่นคง ก่อนจะถลึงตาจ้องเขา
“เจ้าพูดจบหรือยัง”
ฉู่เยี่ยนไม่ควรประเมินผู้ฝึกยุทธ์ขั้นห้าต่ำไป เพราะเพียงแค่ฉู่หนิงปราดตามองมา ฉู่เยี่ยนก็ตัวสั่นเทาตามสัญชาตญาณ และเกิดความหาดกลัวขึ้นในใจ
ทว่าตอนนี้เขากำลังอารมณ์ดี ดังนั้นจึงทำเป็นมองข้ามเรื่องพวกนี้ไป
“เฮ้อ พี่ใหญ่ ท่านจะโกรธไปทำไม เรื่องนี้จะโทษข้าก็ไม่ได้ ข้าก็แค่กลัวว่าท่านจะเสียใจเกินไป ถึงได้มาปลอบใจท่านอย่างไรเล่า คิดๆ ดู ก่อนหน้านี้ฉู่หลิวเยว่สอบผ่านสามวิชาและสามารถเข้าเรียนที่สำนักเทียนลู่ได้ ทั้งยังเหมาโรงเตี๊ยมเฟิ่งหวงเลี้ยงฉลองอีก คึกคักกันขนาดไหน! ตอนนั้นใครจะไปคิดว่าจะมีวันนี้เล่า ท่านว่าอย่างนั้นไหม”
ฉู่เยี่ยนพูดพลางจงใจถอนหายใจออกมา
“เดิมที ข้ายังคิดว่าฉู่เซียนหมิ่นลูกข้ายังไม่มีพรสวรรค์โดดเด่นพอ เมื่อเทียบกับฉู่หลิวเยว่ยังห่างชั้นกันมากโข กลับคาดไม่ถึง ครั้งนี้เป็นเพราะร่างกายของนางเพิ่งฟื้นตัว ดังนั้นนางจึงระมัดระวังเป็นพิเศษ นางจึงหลีกเลี่ยงอันตรายที่มากมายขนาดนั้น! พี่ใหญ่ท่านดูสิ เรื่องโชคร้ายกลายเป็นดีหรือโชคดีกลายเป็นร้ายมันช่างเอาแน่เอานอนไม่ได้จริงๆ! บางครั้ง บางคนกำลังรุ่งโรจน์ แต่ก็ไม่แน่บางครั้งอาจจะ…”
“ไสหัวไป!”
ฉู่หนิงตวาดลั่น ในขณะเดียวกันเขาเตะฉู่เยี่ยนจนกระเด็นออกไป
ฉู่เยี่ยนไม่ทันระวังตั้งตัวจึงถูกเตะเข้าอย่างจัง ประกอบกับพลังของเขาที่ไม่สามารถเปรียบเทียบกับฉู่หนิงในตอนนี้ได้เลย ลูกเตะครั้งนี้ของฉู่หนิงได้รวมความโกรธเอาไว้ด้วย ฉะนั้นจึงทำให้กระดูกของเขาหักท่อน!
ฉู่เยี่ยนล้มลงกับพื้น และสีหน้าก็พลันขาวซีด
ฉู่หนิงมีสีหน้าที่ดูมืดมนน่าหวาดกลัว และเขาก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ฉู่เยี่ยนพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น ทว่ายังไม่ทันได้ลุกขึ้น เท้าของฉู่หนิงก็เหยียบลงมาที่ข้อมือของเขาอย่างไร้ความปรานี!
กรอบแกรบ!
เสียงกระดูกข้อมือหักนั้นดังชัดมาก!
“อ๊ากกก!”
ฉู่เยี่ยนตะโกนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและแทบจะหมดสติในทันที
ฉู่หนิงเกิดความโหดเหี้ยมคับแค้น เขาดึงคอเสื้อของฉู่เยี่ยนขึ้นมาพร้อมกับปล่อยหมัดชกหน้าเขาอย่างแรง
เขาทนไม่ไหวกับปากของคนผู้นี้อีกต่อไป!
คนอื่นๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมาพอจะจำสองคนนี้ได้แล้วว่าเป็นผู้ใด ตอนแรกพวกเขาไม่กล้าเข้ามาห้ามปราม แต่สุดท้ายเมื่อเห็นความแดงฉานและบ้าคลั่งในแววตาของฉู่หนิง เขาจับฉู่เยี่ยนที่สลบไปแล้วขึ้นมาต่อยอย่างบ้าคลั่ง ราวกับว่าตั้งใจจะต่อยเขาให้ตายคามือ คราวนี้จึงมีคนเข้ามาห้ามอย่างระมัดระวัง
“ใต้เท้าฉู่หนิง…ใต้เท้าฉู่หนิงโปรดหยุดต่อยเถิด หากท่านยังต่อยต่อไป ประเดี๋ยวเขาก็ตายหรอก…”
ฉู่หนิงกลับไม่แยแสสักนิด เขาก็จับศีรษะของฉู่เยี่ยนโขกพื้นอย่างรุนแรง!
ตายไปเสียยิ่งดี!
ตายไปแล้วจะได้ให้คนของตระกูลฉู่พวกนั้นมาเก็บซากศพของเขา!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ฉู่หนิงก็ขยับตัว และทันใดนั้นก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เยว่เอ๋อร์…
ขันทีหมิ่นมารายงานว่าไม่พบศพของเยว่เอ๋อร์ตอนที่ภูเขาในเขตบรรพตวั่นหลิงถล่ม
แต่ไม่ว่าจะเช่นไร หากมีชีวิตรอดก็ต้องเห็นคน หากตายแล้วก็ต้องเห็นศพสิ!
หรือต่อให้ต้องขุดบรรพตวั่นหลิงลึกลงไปสามจั้ง เขาก็ต้องไปตามหาเยว่เอ๋อร์ให้ได้
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์