สองวันต่อมา บรรดาอาจารย์และลูกศิษย์ต่างกลับไปถึงสำนักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ทว่าพวกเขากลับไม่ได้มีความตื่นเต้นดีใจเหมือนตอนขาไปเลยสักนิด
เหตุการณ์จลาจลของสัตว์อสูรที่บรรพตวั่นหลิงในครั้งนี้ ได้สร้างความสูญเสียและบาดเจ็บแก่ผู้คนจำนวนไม่น้อย ผู้ที่รอดกลับมาได้ก็นับว่าโชคดีมากแล้ว เรื่องอื่นคงมิต้องพูดถึง
ข่าวนี้ได้แพร่กระจายไปยังเมืองหลวงอย่างรวดเร็วและทำให้เกิดคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่!
…
ณ สวนเถาหลี่
ผู้อาวุโสและอาจารย์หลายท่านได้มารวมตัวกันในที่แห่งนี้ ซึ่งตอนนี้บรรยากาศในห้องโถงก็เต็มไปด้วยความหดหู่
หลังจากผ่านไปสักพัก ผู้อาวุโสซุนก็ถอนหายใจออกมา
“ในระยะนี้ท่านอาจารย์ลุงเก็บตัวบำเพ็ญเพียร หากเขาออกมาเมื่อไหร่ ข้าจะไปรายงานเรื่องนี้แก่เขา แล้วจะรับโทษทั้งหมดเอง”
ทุกคนต่างมองหน้าสบตาและให้พูดให้กำลังใจ
“ผู้อาวุโสซุน เรื่องนี้เป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ มิอาจโทษท่านฝ่ายเดียวหรอกนะ…”
“ใช่แล้ว ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา บรรพตวั่นหลิงก็สงบเงียบมาตลอด พวกเราก็ไม่ได้จะเพิ่งเข้าไปล่าสัตว์เพียงแค่ครั้งสองครั้ง ใครจะไปนึกถึงว่าคราวนี้จะ…ผู้อาวุโสซุน ถ้าหากไม่ใช่เพราะท่านสั่งให้ล่าถอยได้ทันท่วงที ป่านนี้พวกเราคงต้องตายกันหมดแล้ว ต่อให้เรื่องจะบานปลายกว่านี้ ท่านก็อย่าได้โทษตัวเองอีกเลยขอรับ”
ผู้อาวุโสซุนโบกมือ เพื่อสื่อว่าพวกเขาไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว
“ผิดก็คือผิด ความวุ่นวายในครั้งนี้ จะต้องจัดการอย่างเด็ดขาด นับจำนวนผู้ตายกับผู้บาดเจ็บเรียบร้อยแล้วหรือ”
เหวินเยี่ยนรีบตอบกลับไปว่า
“จัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยเป็นจำนวนมาก มีผู้บาดเจ็บสาหัสห้าสิบเจ็ดราย ส่วนผู้เสียชีวิต…สิบสี่คนขอรับ”
ผู้อาวุโสซุนค่อยๆ กำหมัดแน่น
“เหตุใดถึงมากมายเช่นนี้ ก่อนหน้านี้มีเพียงสิบคนเองมิใช่หรือ”
“ขอรับ แรกเริ่มเดิมทีมีผู้ตายเพียงสิบรายเท่านั้น ต่อมา…เยี่ยชิงพบศพของผู้ที่สูญหายไปสองรายตรงบริเวณหน้าผาขอรับ”
“แล้วอีกสองคนล่ะ”
เหวินเยี่ยนลอบมองสีหน้าของผู้อาวุโสซุนก่อนจะลดเสียงพูดลงอีกนิด
“…ที่เหลืออีกสองคนคือ…ฉู่หลิวเยว่และกู้หมิงจูขอรับ”
ในขณะที่ภูเขาถล่มลงมา ร่างของทั้งสองถูกกลืนเข้าไปในกระแสน้ำวนสีดำของงูกลืนเวหาปีกดำ พวกนางจะมีชีวิตรอดมาได้อย่างไร
ฉะนั้นทั้งสองคนจึงถูกนับเข้าไปในรายชื่อผู้เสียชีวิตด้วย
เมื่อได้ยินชื่อของสองคนนี้ ผู้อาวุโสซุนก็ตกใจและเงียบไปครู่หนึ่ง
“แจ้งข่าวให้ทางสองครอบครัวทราบ นอกจากนี้ สำนักเทียนลู่ของเรามีหน้าที่รับผิดชอบอย่างเต็มที่ในเรื่องนี้ และเราจะพยายามอย่างเต็มกำลังเพื่อชดเชยความเสียหาย”
“ขอรับ”
…
ณ ตระกูลกู้
เพี๊ยะ!
เสียงตบหน้าดังฟังชัดได้ทำลายความเงียบภายในห้องโถงของตระกูล
กู้หมิงเฟิงถูกตบจนหน้าหัน ทันใดนั้นใบหน้าของเขาก็บวมแดงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“เจ้าดูแลพี่สาวของเจ้าอย่างไร! เหตุใดผู้อื่นถึงไม่เป็นอะไร เหตุใดต้องเป็นนางที่ต้องมาตายฮะ! กู้หมิงเฟิง วันนี้เจ้าอธิบายให้ข้าฟังอย่างชัดเจนนะ มิฉะนั้น เจ้าก็อย่าคิดที่จะก้าวออกไปจากประตูบ้านนี้!”
กู้เหวินฮุยประมุขตระกูลกู้โกรธถึงขีดสุด เขาตบหน้ากู้หมิงเฟิงฉาดเดียวยังไม่สาแก่ใจ ดังนั้นเขาจึงสะบัดฝ่ามือตบหน้าเขาอีกครั้ง
ใบหน้าของกู้หมิงเฟิงจึงมีรอยฝ่ามือปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน
เขามองกู้เหวินฮุยอย่างไร้สีหน้าความรู้สึก เขาเหลือบมองเพียงแวบเดียว จากนั้นก็ก้มหน้าหลุบตาต่ำ
นี่คือผู้ที่เขาเรียกว่าท่านพ่อ ทว่าในสายตาและในหัวใจของเขามีเพียงกู้หมิงจูบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนผู้เดียวเท่านั้น
ส่วนเขาก็เป็นได้แค่ไอ้มารหัวขน
“นางไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกับข้า ข้าจะไปรู้หรือว่านางตายได้อย่างไร”
“เจ้ายังกล้าโกหกอีกหรือ!”
กู้เหวินฮุยยังคงโกรธเกรี้ยว เขาจึงยกขาถีบยอดอกของกู้หมิงเฟิง แล้วตวาดลั่น
“ค่ายกลนิลกาฬของนางได้ถูกนำมาใช้ไปแล้ว แต่นางกลับไม่มีชีวิตรอดกลับมา! คนที่รู้ว่านางมีของสิ่งนี้ติดตัว นอกจากเจ้าแล้ว ยังจะมีใครหน้าไหนอีกฮะ! สันดานขี้อิจฉาอย่างเจ้า ครั้งนี้หากเจ้าไม่ขโมยของนางไป นางจะตายหรือ! ข้ากู้เหวินฮุยเหตุใดถึงได้ให้กำเนิดเดรัจฉานอย่างเจ้าเช่นนี้!”
หน้าอกของกู้หมิงเฟิงเจ็บปวดจนชาหนึบ และเขาก็มีสีหน้าซีดเผือด
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์