เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1559

อี้เหวินจั๋วเหลือบสายตาหันกลับไปมอง ในแววตามีความสงสัยอยู่เล็กน้อย

ซั่งกวนเยว่น่าจะเพิ่งฟื้นได้ไม่นาน ตามหลักการแล้วหนานซู่ไหวและพวกน่าจะต้องพะเน้าพะนอนางอยู่ไม่ใช่หรือ แล้วเหตุใดถึงปล่อยให้นางมาที่นี่คนเดียว?

อีกทั้งตอนนี้ยังมาตามหาจวินจิ่วชิง

“ก่อนหน้านี้พวกเราเคยมีความขัดแย้งกันมาก่อน และยังไม่ได้รับการแก้ไข ดังนั้นที่ข้ามาที่นี่ในวันนี้ เพื่ออธิบายทุกสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้ชัดเจน”

ฉู่หลิวเยว่พูดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย

“นี่คือถิ่นของท่าน ท่านไม่ต้องเป็นห่วง เมื่อข้าอยู่ที่นี่ข้าจะทำอันใดได้เล่า?”

นี่นางกำลังกระทบกระเทียบใคร?

สีหน้าของอี้เหวินจั๋วเย็นชามากยิ่งขึ้น

“พวกเจ้าไปคุยกันให้ชัดเจนไป”

เมื่อพูดจบ เขาก็เหลือบสายตามองจวินจิ่วชิงอย่างสื่อความหมาย

“อย่าล่าช้า เสร็จแล้วก็รีบกลับไปฝึกซ้อม”

จวินจิ่วชิงพยักหน้าแล้วตอบรับ

“ขอรับ”

…

ภายในห้อง ฉู่หลิวเยว่และจวินจิ่วชิงกำลังนั่งเผชิญหน้ากัน

ประตูบานใหญ่ถูกเปิดอยู่ แต่ว่าภายในห้องมีม่านพลังปกคลุมอยู่หนึ่งชั้น ทั้งสองคนจึงไม่กังวลว่าจะมีคนอื่นได้ยินเรื่องที่พวกเขาคุยกัน

บรรยากาศเย็นยะเยือก อากาศเหมือนถูกแช่แข็ง

ฉู่หลิวเยว่พูดขึ้นมาอย่างตรงไปตรงมา

“จวินจิ่วชิง ส่งบิดาของข้ากลับมาเสียดีๆ บุญคุณความแค้นระหว่างข้าและเจ้า สามารถหลบล้างไปได้ในครั้งนี้”

จวินจิ่วชิงรู้ดีว่าที่นางมาที่นี่ก็เพื่อเรื่องนี้

เมื่อได้ยินดังนี้ เขาก็ขมวดคิ้วขึ้นอย่างรวดเร็ว สีหน้ากลับสงบราบเรียบ

“ข้าไม่ทราบว่าเขาอยู่ที่ใด”

ดวงตาของฉู่หลิวเยว่เย็นชาขึ้นมาในทันใด!

นางยืดเหยียดหลังตรง ไหล่ผึ่งผาย ดวงตาดำขลับเหมือนหยกดำ แล้วจ้องไปที่จวินจิ่วชิงตาเขม็ง

ทันใดนั้นเองมุมปากของนางก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นๆ

“ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่อยากพูดคุยกับข้าด้วยความสันติ”

“ข้าไม่ทราบจริงๆ”

จวินจิ่วชิงเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาที่ลึกล้ำแฝงไปด้วยความไม่แยแส ระลอกคลื่นที่ไม่อาจคาดเดาพัดเข้ามา

“ตอนแรกข้าก็จะพาเขาไป เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้ากลับมา แต่ในเมื่อตอนนี้เจ้ากลับมาแล้ว อีกทั้งความทรงจำยังฟื้นคืน เช่นนั้นสำหรับข้าแล้ว เขาก็ไม่มีประโยชน์อันใดอีกต่อไป ข้าจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดบังเจ้า”

ดูจากสีหน้าของจวินจิ่วชิงแล้ว หัวใจของฉู่หลิวเยว่ก็ดำดิ่ง

“ในตอนแรกข้าให้คนพาเขาไปที่สุสานสังหารเทพ…”

ฉู่หลิวเยว่หน้าเปลี่ยนสีในทันที

“จวินจิ่วชิง!”

สุสานสังหารเทพ!

นั่นเป็นหนึ่งในสถานที่ที่อันตรายที่สุดของอาณาจักรเสิ่นซวี่!

ด้วยระดับฝีมือของฉู่หนิงแล้ว เขาไปที่นั่นมีโอกาสรอดเพียงหนึ่งส่วนเท่านั้น!

จวินจิ่วชิงยกมือขึ้น

“วางใจเถอะ เป็นเพียงแค่รอบนอกเท่านั้นไม่อันตรายถึงชีวิต ยิ่งไปกว่านั้นข้าก็ส่งคนไปคอยสอดส่องอยู่ตลอด ข้าจะเอาชีวิตของเขาไปเหตุใด?”

ฉู่หลิวเยว่สะกดกลั้นเพลิงโทสะที่พุ่งพล่านภายในใจลง

แม้ว่านางจะไม่ชอบพูดคุยและติดต่อกับจวินจิ่วชิง แต่ก็ต้องยอมรับว่า คำพูดของเขานั้นใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล

ในตอนแรกเขาเพียงแค่ใช้ฉู่หนิงมาข่มขู่นาง

ดังนั้นเขาจึงจะต้องระมัดระวังรักษาชีวิตของฉู่หนิงให้ดี

“ในเมื่อเจ้าให้คนส่งเขาไปที่สุสานสังหารเทพ แล้วเหตุใดตอนนี้ถึงพูดว่าไม่รู้เสียแล้วล่ะ?”

ฉู่หลิวเยว่ถามออกมาอย่างช้าๆ ชัดๆ

จวินจิ่วชิงหัวเราะขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“คำถามนี้ เจ้าควรจะไปถามฉู่หนิงหรือบางทีอาจจะเป็นตัวเจ้าเอง”

ฉู่หลิวเยว่ผงะไป

จวินจิ่วชิงพูดต่อว่า

“หลังจากคนของข้าไปส่งฉู่หนิงที่สุสานสังหารเทพแล้ว ก็ยังดีๆ อยู่ แต่เมื่อหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ ในค่ำคืนหนึ่ง คนของข้าก็ถูกฆ่าตายทั้งหมด ฉู่หนิงหายตัวไป”

“นั่นก็เป็นวันที่เจ้าเรียกอาณาเขตเซียนเทพกลับมา และเป็นวันเดียวกับความทรงจำของเจ้าฟื้นคืน”

ฉู่หลิวเยว่หรี่ตามอง

“จริงหรือ?”

หลังจากผ่านไปสักพักฉู่หลิวเยว่ก็ถามขึ้นมาว่า

“ตอนที่ข้าออกจากสำนักมา คนที่รู้เรื่องนี้มีจำนวนไม่มาก แม้กระทั่งหรงซิวก็ยังมารู้ในภายหลัง แต่เจ้า… รู้เรื่องนี้ได้อย่างใด?”

ภายในห้องปกคลุมด้วยบรรยากาศเย็นๆ ทุกอย่างหยุดนิ่ง

จวินจิ่วชิงออกมาด้วยความชั่วร้ายและท่าทางกำเริบเสิบสาน

“ข้ามีวิธีของข้าเอง”

ฉู่หลิวเยว่รู้ว่าถามต่อไปก็คงไม่ได้คำตอบ ดังนั้นจึงหมุนตัวเดินจากไป

จนกระทั่งร่างของนางหายไปจากครรลองสายตา รอยยิ้มบนใบหน้าของจวินจิ่วชิงจึงได้จางลง

เขาหลับตาลงแล้วนั่งอยู่ที่เดิมสักพักหนึ่ง อากาศรอบกายถูกกดจนมีอุณหภูมิต่ำ

หลังจากผ่านไปสักพักเขาก็ลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปทางห้องของอี้เหวินจั๋ว

…

ฉู่หลิวเยว่รู้สึกว้าวุ่นใจอยู่เล็กน้อย

เดิมทีนางคิดว่า หากได้พบกับจวินจิ่วชิงแล้ว จะสามารถทำให้เขาส่งท่านพ่อกลับมาได้

คิดไม่ถึงเลยว่าระหว่างนี้เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง

ครั้งที่แล้วนางกับท่านพ่อได้ขาดการติดต่อไป ตอนนี้ก็ไม่มีข่าวคราวอันใดเลยแม้แต่น้อย

ต่อให้เขาจะยังอยู่ที่สุสานสังหารเทพ แต่ที่แห่งนั้นกว้างขวางเป็นอย่างมาก เป็นความเวิ้งว้างอันไร้ที่สิ้นสุด เหมือนกับการงมเข็มในมหาสมุทร

หลังจากกลับมาที่เขาจิ่วเหิง เดิมทีฉู่หลิวเยว่คิดว่าจะมาปรึกษากับหรงซิว แต่กลับพบว่าหรงซิวไม่อยู่

เขาน่าจะอยู่ที่หอระฆังบูรพกษัตริย์…

ฉู่หลิวเยว่คิดได้เช่นนั้น จึงเดินกลับเข้าไปที่ห้องพักของตนเอง

ตอนนี้เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว

แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาที่บานหน้าต่าง ภายในห้องมีเพียงแสงสีทองเรืองรอง

ฉู่หลิวเยว่ขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่นาน แต่ก็ยังนึกถึงเบาะแสอันใดไม่ออก ดังนั้นจึงต้องพักเรื่องนี้เอาไว้ก่อน

นางกลั้นลมหายใจแล้วหลับตาลง

ไข่มุกธารางดงามที่ลอยอยู่ภายในตันเถียนอย่างสงบนิ่ง

ขณะที่ฉู่หลิวเยว่กำลังครุ่นคิด ไข่มุกธาราเม็ดนั้นก็เปลี่ยนรูปร่างไป ชั่วพริบตาเดียวก็กลายเป็นหน้ากระดาษที่ไม่สมบูรณ์แผ่นหนึ่ง

มันทั้งกระจ่างใส โปร่งแสง และเปล่งประกาย!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์