แท้จริงฉู่หลิวเยว่ไม่ได้สนใจเท่าใดนัก ในขณะที่นางกำลังจะปฏิเสธ จึงถามขึ้นมาหลังจากไตร่ตรองอีกครั้ง “รางวัลเป็นสิ่งใดบ้าง”
ซือหยางยิ้ม
“นั่นมันยอดเยี่ยมมาก! สมาคมเยาวชนนี้จัดโดยสำนักระดับแถวหน้าสามแคว้น นอกจากสำนักเทียนลู่ของพวกเรา ยังมีสำนักหนานเฟิงแห่งแคว้นจักรหวยชาง รวมทั้งสำนักไท่เหยี่ยนแห่งแคว้นชิงหลัว และปีนี้เป็นสำนักเราที่ได้เป็นผู้จัดงาน! ตามกฎระเบียบแล้ว นอกจากรางวัลทั่วไป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือปรมาจารย์ที่ชนะเลิศอันดับหนึ่งในสมาคมเยาวชน สามารถเลือกยืมแผนที่ลึกลับหนึ่งในสามของสำนักได้โดยไม่เสียเงินใดๆ เจ้าคิดดูสิ มันยิ่งใหญ่เพียงใด!”
ทั้งสามสำนักเป็นสำนักระดับแถวหน้าในแต่ละแคว้นจักร แล้วแคว้นจักรใดจะไม่เก็บหนังสือไว้มากมายมหาศาล?
การที่สามารถเข้าไปยืมแผนที่ลึกลับได้หนึ่งเดือนโดยที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นสิ่งล่อใจสำหรับปรมาจารย์ทุกคน!
ฉู่หลิวเยว่ครุ่นคิด “รางวัลนี้ใหญ่จริงเชียว…ถ้าเช่นนั้นเจ้าช่วยไปบอกอาจารย์ตงฟางว่าข้าจะเข้าร่วมสมาคมเยาวชนครั้งนี้”
“เยี่ยมมาก! แม้ว่าข้างบนจะยังมีศิษย์พี่ อาจจะเป็นไปไม่ได้ที่พวกเราจะได้ที่หนึ่ง แต่เจ้าในฐานะที่อยู่ระดับสูงสุดในบรรดาปรมาจารย์ของพวกเรา แน่นอนว่าต้องออกมาสนับสนุนเรื่องนี้!”
ในขณะที่ซือหยางกำลังพูด ทันใดนั้นดูเหมือนว่าเขาจะนึกถึงอะไรบางอย่าง เขาจึงถามด้วยความสงสัย “ใช่แล้ว ในเมื่อเจ้าเข้าร่วมแข่งขันปรมาจารย์แล้ว ถ้าเช่นนั้น…ด้านการยุทธ์เจ้าจะเข้าร่วมหรือไม่?”
ฉู่หลิวเยว่อดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าที่มีความสุขของเขา
“ข้าไปหรือไม่ไป มีอะไรแตกต่างหรือไม่?”
“มีแน่นอน!”
ซือหยางเสียงสูง
“หากเจ้าไม่ไป ฉู่เซียนหมิ่นจะไม่สร้างปัญหาอีกหรือ? ข้าเห็นว่าช่วงนี้นางฝึกฝนอย่างหนัก นางพยายามอย่างมากที่จะช่วงชิงชัยชนะ!”
ฉู่หลิงเยว่นึกถึงสิ่งที่มู่หงอวี๋เคยพูดไว้ ฉู่เซียนหมิ่นคิดว่านางตายแล้ว และคิดที่จะเป็นอันดับหนึ่งด้านการยุทธ์แทนที่นาง
“หนึ่งคนสามารถเข้าร่วมเพียงอย่างเดียว?”
“แน่นอนว่าไม่! หากเจ้าเต็มใจ มิใช่ปัญหาที่จะเข้าร่วมสองหรือสามอย่าง!”
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอคิดดูก่อน”
“โอ้ย เจ้าจะคิดอันใดอีก? เจ้าคงไม่สนใจความสัมพันธ์พี่น้องตระกูลฉู่ใช่หรือไม่? แต่เวลานี้นางแต่งงานกับจวนรัชทายาทแล้ว ถือว่านางคือคนขององค์รัชทายาท!”
ฉู่หลิวเยว่ใจเต้นรัว พร้อมทั้งจ้องเขาเขม็ง
“เรื่องนี้เกี่ยวอันใดกับการแต่งงานของนางกับจวนรัชทายาท?”
“คือ คือ…ข้า…ข้าก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อย แค่กแค่ก!”
ซือหยางพลั้งปากพูดออกมาโดยไม่คิด เขาจึงหลบสายตาพินิจพิเคราะห์ของฉู่หลิวเยว่ด้วยความรู้สึกผิด
ฉู่หลิวเยว่ครุ่นคิดกับตัวเอง
ทุกคนต่างรู้ว่านางตัดความสัมพันธ์กับตระกูลฉู่แล้ว และนางก็เพิ่งเปิดเผยจุดอ่อนของลู่เหยาต่อสาธารณะเมื่อไม่นาน ทุกคนต่างเห็นว่านางกับตระกูลฉู่ถูกฉีกออกจากกันอย่างสมบูรณ์ แล้วเหตุใดจึงต้องสนใจความสัมพันธ์ของพี่น้อง?
ฉู่หลิวเยว่ดูเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม
“ซือหยาง เจ้าไม่ได้อยากถามเกี่ยวกับ ‘ความสัมพันธ์’ ระหว่างข้ากับฉู่เซียนหมิ่น แต่อยากถามเกี่ยวกับทัศนคติที่ข้ามีต่อองค์รัชทายาทในยามนี้ใช่หรือไม่?”
“ข้าถามอะไร ถามอันใดกัน?”
ซือหยางไม่ได้คาดหวัง เขาเพียงแค่ถามออกไปเท่านั้น เมื่อถูกฉู่หลิวเยว่จับได้ เขาจึงปฏิเสธทันควัน
ทว่าเขากลับมีน้ำเสียงสั่นเทา สายตาล่อกแล่ก ผู้ใดมองก็รู้ว่าสิ่งที่นางพูดนั้นถูกต้อง
ฉู่หลิวเยว่วไม่ได้โกรธ นางเพียงแค่แปลกใจนิดหน่อย
“ข้ากับองค์รัชทายาทไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันตั้งนานแล้ว เหตุใดเจ้าจึงอยากรู้เรื่องนี้?”
ซือหยางไอเพื่อปกปิด
“ข้า…ข้าเพียงแค่ถามไปเช่นนั้นเอง… เมื่อก่อนเจ้ามีใจให้องค์รัชทายาทมิใช่หรือ?”
แม้ประโยคสุดท้ายจะดังอู้อี้ แต่ฉู่หลิวเยว่กลับได้ยินอย่างชัดเจน
ฉับพลันนางก็นึกบางอย่างออก เมื่อมองไปยังซือหยาง
“ข้าจะสนใจหรือไม่สนใจองค์รัชทายาท ดูเหมือนว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับเจ้านี่?”
“แต่พี่ใหญ่ของข้า…”
ซือหยางพูดออกมาเพียงครึ่งเดียว ทันใดนั้นเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบปิดปากของตนเองอย่างรวดเร็ว
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์