เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1789

………………..

ฉู่หลิวเยว่ตะลึงงันไปชั่วครู่

“เจ้าพูดถึงใครกัน!”

“เจี่ยนเฟิงฉือนะสิ!”

มู่หงอวี่นวดขมับทั้งสองข้างไปมาจากอาการปวดหัว

“ข้าก็ไม่รู้ว่าเขามาถึงเมืองจางโจวได้อย่างใด ต่อมาเขาก็สอบเข้าสำนักได้! นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมืองสองสามวันก่อน”

ฉู่หลิวเยว่เพิ่งจะกลับมาได้สติ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ จริงๆ แล้วนางก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน

“เขาสอบเป็น…หมอ?”

มู่หงอวี่พยักหน้าตอบรับ

ฉู่หลิวเยว่ค่อยๆ พยักหน้า

ความสามารถด้านนี้ของเจี่ยนเฟิงฉือถือว่าเก่งกาจนัก เกรงว่าถ้าเทียบกับนางแล้วคงไม่ต่างกันเท่าใดนัก

สามารถสอบเข้าสำนักหลิงเซียวได้ก็ถือเป็นเรื่องปกติมาก

“แต่นี่เป็นเรื่องดีทีเดียว!”

แต่ก่อนเจี่ยนเฟิงฉือก็เคยช่วยเหลือนางไม่น้อย บัดนี้ยังสามารถเข้ามาฝึกฝนในสำนักหลิงเซียวได้ ต่อไปจะต้องเป็นคนที่มีอนาคตไกลเป็นแน่

ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ตามเรื่องนี้ล้วนเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งนัก

แต่เหตุใดมู่หงอวี่จึงมีท่าทีกลัดกลุ่มเล็กน้อยเช่นนั้น

มู่หงอวี่ลูบหน้าไปมาด้วยความสับสน

“เรื่องนี้สำหรับเขาแล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่สำหรับข้า ข้า…”

มู่หงอวี่พูดด้วยความลังเลเล็กน้อย

แต่ดูเหมือว่าจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น

ตอนแรกเจี่ยนเฟิงฉือล้วนดีกับพวกนางมาก…

“จริงๆ แล้วก็ไม่น่าจะมีอันใด แต่ว่าเขา…”

หน้ามู่หงอวี่เปลี่ยนเป็นสีแดงจางๆ

ขณะนั้นฉู่หลิวเยว่ก็คิดอะไรบางอย่างออกและคาดเดาได้ในทันทีว่านางหมายถึงเรื่องใด

“หากนางจำไม่ผิด บนมือของเขา…เหมือนจะยังมีสัญญาแลกเปลี่ยนเมื่อครั้งก่อนกับเจ้าอยู่อย่างนั้นหรือ”

เมื่อมู่หงอวี่เห็นนางทายถูกแล้ว ก็เอ่ยขึ้นอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่ลังเลว่า

“ใช่นะสิ! ตอนนี้เขามักจะเอาเรื่องพวกนี้มาวุ่นวายกับข้าอยู่ตลอดเลย!”

วุ่นวาย?

ฉู่หลิวเยว่ตะลึงงันไปครู่หนึ่ง หลังจากนั้นก็เข้าใจขึ้นมาได้ในทันที ท่าทีของนางจึงดูแปลกไปเล็กน้อย

เมื่อมู่หงอวี่ถูกนางมองเข้าก็รู้สึกเก้อเขินขึ้นมา

“หลิวเยว่ เจ้าช่วยข้าคิดหาวิธีหน่อยสิ!”

ฉู่หลิวเยว่หยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง

“เช่นนั้นจริงๆ แล้วเขาต้องการจะพูดอันใด และต้องการจะทำสิ่งใดอีกกันแน่นะ”

มู่หงอวี่อึกอักไปครู่หนึ่ง

“ก็ข้าบอกว่าอิ่มแล้ว…เขาเลยไม่พอใจและยังพูดอีกว่า…”

นางกัดริมฝีปากแน่น

เมื่อฉู่หลิวเยว่ทายถูกประมาณนึง จึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะและส่ายหัวไปมา

มู่หงอวี่อึ้งไปชั่วขณะ

“หลิวเยว่ นี่เจ้าหัวเราะอันใด”

มู่หงอวี่มีสีหน้ามึนงง แต่ใบหน้าของนางกลับแดงขึ้นกว่าเดิม

ผ่านไปชั่วครู่นางจึงเอ่ยขึ้นด้วยอาการตื่นตระหนกว่า

“ข้า…ข้าไม่รู้…”

เมื่อนางมีปฏิกิริยาเช่นนี้ ฉู่หลิวเยว่จึงแสดงความรู้สึกเห็นใจเจี่ยนเฟิงฉืออย่างเงียบๆ อยู่ภายในใจ

นิสัยของมู่หงอวี่เป็นคนร่าเริงและตรงไปตรงมา ทั้งยังฉลาดและมีไหวพริบ แต่สำหรับเรื่องความรักเหล่านี้ เห็นได้ชัดว่านางกลับเป็นคนที่ดื้อรั้น

หากเจี่ยนเฟิงฉือไม่ได้สนใจนาง ในตอนแรกก็คงไม่ใช้เงินมากมายเพื่อไถ่ตัวนางคืนมา และยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงที่เขาช่วยเหลือนางหลายครั้งหลายครา

แรกเริ่มฉู่หลิวเยว่ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แต่บัดนี้กลับนึกขึ้นมาได้ว่าหากสังเกตดีๆ จะเห็นอะไรบางอย่างได้ในทันที

แม้ต่อให้เวลาที่นางแค่รีบมองผ่านๆ ก็ยังทำให้นางรู้สึกใจสั่นไหวได้

ผลงานชิ้นใหญ่เช่นนี้…ช่างน่าประทับใจยิ่ง!

ฉู่หลิวเยว่ขยับมุมปากเล็กน้อย

จริงๆ แล้วตั้งแต่เริ่มต้นจัดงานนางได้ไปดูเพียงสองครั้งเท่านั้น หลังจากนั้นก็ไม่ได้เห็นอีกเลย

นางรู้ดีกว่าหรงซิวได้วางแผนสำหรับงานนี้มาหลายปีแล้ว คงจะเป็นเพียงงานธรรมดาไปไม่ได้

เพียงแต่ตอนนี้ดูๆ แล้วเหมือนกับว่าจะงานยิ่งใหญ่กว่าที่คิดไว้เสียอีก

“ที่แท้ฝีมือขององค์ชายก็ไม่ธรรมดาเลยนะ…”

มู่หงอวี่พูดพึมพำ ทันใดนั้นนางก็พบอะไรบ้างอย่างเข้าและจ้องมองฉู่หลิวเยว่ด้วยความประหลาดใจ

“หลิวเยว่ ไม่เจอเจ้าพักเดียว พลังของเจ้าแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้วหรือ!”

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้ารับ

ถึงแม้ว่านางจะพกอาวุธศักดิ์สิทธิ์เพื่อปิดกั้นลมปราณเอาไว้ แต่ยังมีคนนอกที่สัมผัสได้ถึงพลังอยู่บ้าง

“ช่วงที่ได้พบเจอกับเรื่องราวเหล่านี้….”

ขณะที่ฉู่หลิวเยว่กำลังพูดอยู่นั้น จู่ๆ นางก็เปลี่ยนเรื่องพูดทันที

“จริงสิ พี่เป่า…”

ยังไม่ทันถามอะไรสักคำ จากนั้นเงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้น

ร่างนั้นกลับเป็นเยี่ยนชิง

“ถวายบังคมพระชายา”

เมื่อเยี่ยนชิงถวายความเคารพ บนใบหน้าของเขากลับมีสีหน้าไม่ดีนัก

“พระชายา ทางด้านนั้นเกิดเรื่องขึ้นแล้วพะยะค่ะ เกรงว่าจะต้องเชิญท่านไปดูสักครู่”

ฉู่หลิวเยว่ประหลาดใจขึ้นเล็กน้อย

“มีอันใดหรือ”

เยี่ยนชิงมองไปที่นาง

“สิบสามผู้พิทักษ์เยว่ถูกรั้งตัวไว้ที่ด้านนอกค่ายกล พ่ะย่ะค่ะ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์