ฉู่หลิวเยว่เงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จะเข้าใจว่าเขานั้นกำลังหมายถึงอันใด
ตอนนั้นนางเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง
“ขอโทษนะ ที่เจ้าพูดเมื่อครู่นี้ข้าได้ยินไม่ชัดเจน รบกวนพูดอีกครั้งได้หรือไม่?”
ชายสวมชุดคลุมสีดำจ้องมองนางด้วยแววตาเย็นชา ก่อนจะพูดออกมาทีละคำว่า
“ข้าบอกว่า ให้พวกเจ้าส่งเขามาให้แก่สำนักกระบี่ทมิฬ!”
ประโยคนี้ไม่ใช่ประโยคคำถาม ไม่ใช่การปรึกษาหารือ แต่เป็นคำสั่ง!
มุมปากของฉู่หลิวเยว่ยังคงประดับด้วยรอยยิ้ม แต่ระหว่างคิ้วของนางกลับเย็นชาลงหลายส่วน
น่าสนุกจริงๆ
นางเพิ่งมาถึงท่าเรือดอกท้อได้แค่สามวัน แต่ก็ได้เจอกับคนของสำนักกระบี่ทมิฬถึงสองครั้ง
ครั้งแรก พวกเขาแย่งของของนาง
คิดไม่ถึงว่าครั้งนี้ พวกเขาจะแย่งคนของนาง…
“สือซานเป็นคนของข้า เขาอยู่กับข้ามาตั้งแต่เด็กจนโต เงื่อนไขนี้ เกรงว่าข้าคงจะไม่สามารถตอบรับได้”
ฉู่หลิวเยว่พูดด้วยน้ำเสียงกระจ่างชัดเย็นชา
ชายสวมชุดคลุมสีดำมองนางด้วยความประหลาดใจ เหมือนกับว่ารู้สึกตกใจอย่างมากที่นางพูดเช่นนี้ออกมา
“เจ้าต้องรู้ก่อนว่า การได้เข้าร่วมกับสำนักกระบี่ทมิฬของพวกเรานั้นมันเป็นเกียรติมากขนาดไหน? ภายในท่าเรือดอกท้อมีคนมากมายที่พยายามอย่างมาก แต่ก็ไม่สามารถเหยียบย่างเข้ามาในสำนักกระบี่ทมิฬได้ ตอนนี้พวกเราเป็นคนพูดขึ้นมาเองว่าต้องการเขา ซึ่งนี่ก็เป็นเกียรติสูงสุดของพวกเจ้าแล้ว! เจ้าอย่าทำเป็นคนสมองทึบหน่อยเลย!”
สำหรับฉู่หลิวเยว่แล้ว คำเตือนนี้ก็เหมือนเรื่องน่าตลก
ที่พวกเขาต้องการตัวสือซาน เป็นเพราะเห็นว่าสือซานมีพรสวรรค์ล้ำเลิศไม่ใช่หรือ?
ในตอนแรกอีกฝ่ายมีจิตสังหารพวยพุ่งขึ้นจนเหมือนว่าต้องการจะสังหารชีวิตพวกเขาให้ตายลงในทันที แต่หลังจากได้พบสือซาน เขาก็กลับคำพูด บอกว่าให้ส่งสือซานให้กับเขา แล้วยังพูดว่าการได้เข้าสำนักกระบี่ทมิฬถือเป็นเรื่องโชคดีอย่างมาก…
ถุ้ย!
น่าสนใจจริงๆ!
ฉู่หลิวเยว่เก็บซ่อนความคิดของนาง แต่ใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มเกรงใจ
“ขอโทษด้วยจริงๆ เจ้าค่ะ ข้าก็ยังคงเลือกที่จะปฏิเสธอยู่”
อุณหภูมิของบรรยากาศในตอนนี้ลดลงไปหลายองศา!
เวลาผ่านไปเพียงแค่ไม่นาน พลังของทั้งสองฝ่ายก็กำลังจะสัมผัสกันและพัวพันเข้าด้วยกันแล้ว!
ซึ่งนี่ไม่ใช่สิ่งที่ดีเลย
นี่เป็นสิ่งที่ฉู่หลิวเยว่รู้สึกเป็นกังวลตั้งแต่ต้น
นางเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตามืดดำ
ชายสวมชุดคลุมสีดำก็เห็นเหตุการณ์นี้ แต่เขากลับดูไม่เป็นกังวลเลย ซ้ำยังหัวเราะเสียงเย็นออกมา
“ทัณฑ์สวรรค์ที่พลังจิตวั่งเสิ่นอัญเชิญออกมานั้น จะสามารถเปรียบเทียบกับทัณฑ์สวรรค์ของพวกเราได้อย่างใด? หากพวกเจ้ายังมีท่าทีแข็งกร้าวอย่างนี้ สุดท้ายคนที่จะเสียเปรียบก็จะต้องเป็นฝ่ายพวกเจ้าเอง!”
ไม่ว่าจะเป็นจำนวนของทัณฑ์สวรรค์ หรือระดับความแข็งแกร่ง สือซานไม่สามารถเทียบกับฝั่งนั้นได้จริงๆ
หากจะต้องปะทะกันแล้ว ก็เหมือนเอาไข่ไปกระทบกับหิน
อีกฝ่ายอาจจะไม่ได้รับการรบกวนใดๆ แต่สำหรับสือซานแล้ว มีแนวโน้มว่าจะทะลวงด่านล้มเหลว
เมื่อได้ยินดังนั้นมุมปากของฉู่หลิวเยว่ก็ยกขึ้นอย่างกะทันหัน
“หื้ม อย่างนั้นหรือ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...