เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1835

เดิมทีนางไม่อยากจะเข้าไปพัวพันกับอีกฝ่าย ท้ายที่สุดแล้วภูมิหลังของสำนักกระบี่ทมิฬเป็นอย่างใดนั้น นางก็ยังไม่แน่ชัด

แต่หากพวกเขารังแกกันเกินไป เรื่องนี้ก็โทษนางไม่ได้แล้ว

“ข้าไม่มีทางมอบคนผู้นั้นให้พวกเจ้า ส่วนเรื่องทัณฑ์สวรรค์…”

“เหล่าซาน!”

ในตอนนั้นเองเสียงเกรี้ยวกราดของชายผู้หนึ่งก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน

ดวงตาของฉู่หลิวเยว่หรี่ลงเล็กน้อย จากนั้นก็เห็นว่ามีอีกคนหนึ่งพุ่งตัวออกมาจากกลางหุบเขา

“เจ้ากำลังทำบ้าอันใดอยู่? เหตุใดถึงยังไม่กลับมาเสียที?”

ชายคนนั้นไม่ได้เดินทางมาที่นี่ เขาแค่ตะโกนขึ้นเสียงดังจากระยะไกล

“เหล่าเอ้อร์ ทางนี้มีคนกำลังจะทะลวงด่าน! เลยอัญเชิญทัณฑ์สวรรค์ด่านพลังจิตวั่งเสิ่น…”

“ก็แค่จอมยุทธ์ระดับหกไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงต้องใช้เวลาจัดการนานขนาดนี้?”

เหมือนว่าเหล่าเอ้อร์จะไม่พอใจเป็นอย่างมาก

“นี่มัน…”

เหล่าซานอยากจะอธิบายว่า เขาเห็นว่าคนที่จะทะลวงด่านนี้เป็นเด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์ไม่เลว จึงต้องเสียเวลาไปบ้าง

“เอาล่ะ! ตอนนี้ไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น! เจ้ารีบกลับมา! ทางนี้คนไม่พอแล้ว!”

ตอนนี้มันเป็นเวลาไหนกันแล้ว!

จะให้มาสนใจเรื่องเหล่านี้ได้อย่างใด!

เหล่าซานทำได้เพียงตอบรับ

“ขอรับ!”

เขาสะกิดปลายเท้าขึ้น จากนั้นก็เหลือบสายตามามองทางฉู่หลิวเยว่ด้วยความล้ำลึก

“ในเมื่อเจ้าไม่ต้องการ…ถ้าอย่างนั้นก็รอเก็บศพของเด็กคนนั้นทีหลังก็แล้วกัน!”

รอจนกระทั่งพวกเขาสามารถอัญเชิญทัณฑ์สวรรค์ได้ทั้งหมด ในตอนนั้นจะมีพื้นที่ให้เด็กคนนั้นทะลวงด่านได้อย่างใด?

เมื่อถึงเวลานั้นก็มีเพียงความตายอย่างเดียวเท่านั้น!

เด็กคนนั้นเป็นต้นกล้าที่ไม่เลวเลย หากอีกฝ่ายมอบมาให้ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะได้รับรางวัลไม่น้อย…

น่าเสียดายมาก

ในแววตาของเหล่าซานเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมและเคียดแค้น ก่อนจะพุ่งตัวออกมาทันที!

หลังจากนั้นไม่นานเงาร่างของเขาก็หายไปทางด้านหลังยอดเขาแห่งนั้น

ทัณฑ์สวรรค์ยังคงผ่าลงมาอย่างต่อเนื่อง

แต่การเคลื่อนไหวของเขาก็ไม่ได้ชะงักไปเลยแม้แต่น้อย กลับดูเร่งรีบมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

“เฉินอี เมื่อครู่นี้คนผู้นั้นพูดว่าทางด้านพวกเขามีคนไม่พอใช่หรือไม่?”

เฉินอีพยักหน้า

“ถูกต้อง”

ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งแปลกกว่าเดิมแล้ว

มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับฝั่งนั้นกันแน่นะ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่มีทัณฑ์สวรรค์จำนวนมาก แต่เขากลับพูดขึ้นมาว่า “คนไม่พอ” ?

ฉู่หลิวเยว่ขมวดคิ้วครุ่นคิด

ในเวลานี้มีระยะขอบของเมฆดำสองกลุ่มที่อยู่บนท้องฟ้ากำลังจะสัมผัสกันแล้ว

สถานการณ์ของสือซานนั้นไม่สามารถเทียบกับอีกฝ่ายได้เลย

เมื่อหันไปมองแล้ว สือซานก็เป็นเพียงแค่หนึ่งส่วนสิบของอีกฝ่ายเท่านั้น

ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ พลังทัณฑ์สวรรค์ที่สือซานอัญเชิญมาอาจจะต้องถูกอีกฝ่ายกลืนกิน

และนี่เป็นเหตุผลว่าเหตุใดชายผู้นั้นถึงพูดเตือนฉู่หลิวเยว่เช่นนี้

…นี่เป็นการต่อสู้อย่างไม่ต้องสงสัย

ฉู่หลิวเยว่หันมองทางสือซาน

เขากำลังจะรับทัณฑ์สวรรค์สายที่สี่แล้ว

ภายในเปลวเพลิงที่สว่างไสวสามารถมองเห็นเขาที่สวมเสื้อผ้าขาดวิ่นได้อย่างเลือนราง อีกทั้งยังมีคราบเลือดประปราย

เห็นได้ชัดว่า สำหรับเขาแล้ว ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ยากลำบากอย่างมาก

หากเขาได้รับผลกระทบจากภายนอกในเวลานี้…

เปรี้ยง!

ทัณฑ์สวรรค์ที่ฟาดลงมาที่ทวีคูณความน่าสะพรึงกลัวมากยิ่งขึ้น

เมฆดำหนาทึบและพวยพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง บดบังท้องฟ้าและดวงอาทิตย์

ภายใต้ผลกระทบจากภายนอก คาดไม่ถึงว่าทัณฑ์สวรรค์จะถูกดูดซับไป

ซึ่งมันไม่สามารถเป็นเช่นนี้ต่อไปได้

ฉู่หลิวเยว่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้ว

รอจนกระทั่งชั้นเมฆของอีกฝ่ายจะปกคลุมและดูดกลืนทัณฑ์สวรรค์ของสือซาน เช่นนี้มันก็สายเกินไปแล้ว!

เฉินอีสาวเท้าออกมาหนึ่งก้าว

“นายท่าน ถ้าอย่างนั้นข้า…”

นี่ไม่เหมือนกับสิ่งที่เขาคิดไว้เลย!

พวกเขาอัญเชิญทัณฑ์สวรรค์มากมายขนาดนี้ ตามหลักการแล้วอีกฝ่ายไม่น่าจะสามารถเผชิญหน้ากับพวกเขาอย่างซึ่งๆ หน้าได้

แต่ในตอนนี้ แม่นางคนนั้น…

“แม่นางคนนั้นเป็นใครมาจากไหน?”

เหล่าเอ้อร์ยังคงจ้องมองไปทางนั้น แล้วถามขึ้นอย่างกังวล

“ข้า ข้าไม่รู้…”

เมื่อสัมผัสได้ถึงลมปราณที่เปลี่ยนแปลงไปบนร่างกายของเขา หัวใจของเหล่าซานก็สั่นไหวขึ้นมา ความรู้สึกผิดพวยพุ่งมากขึ้น

เสียงตบดังลั่นขึ้น

เหล่าซานโดนทำร้ายจนร่างกายเซไป กลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้นกระจายทั่วบริเวณซอกฟันและริมฝีปากของเขา

แต่เขาก็ไม่กล้าหลบ แม้กระทั่งเสียงร้องเพราะความเจ็บปวดก็ยังไม่กล้าส่งเสียงออกมา

“พี่รองระงับโทสะด้วย!”

เหล่าเอ้อร์หัวเราะเสียงเย็น

“ไม่รู้? แล้วเมื่อครู่นี้เจ้าไปทำอันใดที่นั่นอยู่ตั้งนานสองนาน!”

เหล่าซานใบหน้าแดงก่ำ พูดอันใดไม่ออก

เดิมทีเขาไม่ได้เห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตาเลย ดังนั้นแม้กระทั่งชื่อและที่มาก็ไม่ได้ถามด้วยซ้ำ

ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาก็แค่โต้เถียงกับอีกฝ่ายไปมาเท่านั้น

เดิมทีเขาคิดว่าครั้งนี้อีกฝ่ายจะต้องตายอย่างแน่นอน

แต่ใครจะรู้เล่าว่าแม่นางคนนั้นจะมีฝีมือแข็งแกร่งขนาดนี้?

เหล่าเอ้อร์หันกลับไปมองอีกครั้ง ชั้นเมฆที่อยู่บนท้องฟ้าถูกแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง

เสียงคำรามและครวญครางจากความเจ็บปวดดังมาจากหุบเขาด้านล่าง

เหล่าเอ้อร์มองไปด้วยสายตาเย็นชา และระงับความคิดที่จะไปดู

“ทำต่อไป!”

ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขา…

ส่วนฐานะของแม่นางคนนั้น เขาค่อยกลับไปตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง!

เมื่อเหล่าซานรอดพ้นจากหายนะ ในใจก็ยินดีเป็นอย่างมาก จึงรีบตอบรับว่า

“ขอรับ!”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์