เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1852

………………..

“ยินดีต้อนรับใต้เท้ามั่วหลิน!”

ผู้คุ้มกันที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูก็โค้งคำนับให้แก่มั่วหลินอย่างมีมารยาท

มั่วหลินไม่ได้หยุดฝีเท้าเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงพยักหน้าด้วยสีหน้าเย็นชา จากนั้นก็เดินเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว

ซานซานติดตามอยู่ด้านหลัง

อาจจะเป็นเพราะมีมั่วหลินอยู่ด้วย แม้ว่าผู้คุ้มกันเหล่านั้นจะตกใจเล็กน้อย แต่ก็รีบเก็บสีหน้าของตัวเองอย่างรวดเร็ว และก้มหน้าก้มตาลง

ซานซานกลืนน้ำลายตนเองด้วยความตื่นตระหนก

ช่วงเวลาปีสองปีที่ผ่านมานี้ แม้ว่าเขาจะติดต่อกับสำนักกระบี่ทมิฬมาโดยตลอด แต่น้อยครั้งมากที่จะได้เดินเข้าทางประตูใหญ่

ที่เขาเข้าไปครั้งนี้ เขายังไม่รู้เลยว่าจะต้องเผชิญหน้ากับลมพายุแบบใด และยิ่งไม่รู้ว่าจะได้ออกมาเมื่อไร…

เมื่อนึกถึงนายท่านที่อยู่ด้านหลัง หัวใจของเขาที่เคยเต้นกระหน่ำวุ่นวาย ก็เลยสงบสุขมากยิ่งขึ้น

เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็ยกสันเท้าขึ้น

ฉู่หลิวเยว่มองหน้าหรงซิว พวกเขาเดินตรงไปด้านหน้าอย่างไร้เสียง

ในตอนที่กำลังจะเดินก้าวข้ามธรณีประตู ฉู่หลิวเยว่ก็สามารถสัมผัสได้ถึงระลอกคลื่นบางอย่างที่เข้ามากระทบกับร่างของนางได้ในทันที

หัวใจของนางตึงเกร็ง คาดไม่ถึงว่าที่แห่งนี้จะมีม่านพลังโปร่งแสงด้วย!

แต่ประเด็นสำคัญเลยก็คือ ก่อนที่นางจะเข้ามาที่นี่ คาดไม่ถึงว่านางจะไม่สามารถสัมผัสได้เลยแม้แต่น้อย!

คนที่วางม่านพลังนี้จะต้องแข็งแกร่งอย่างมากแน่นอน

ฉู่หลิวเยว่เพิ่มความระมัดระวังต่อสำนักกระบี่ทมิฬอีกหลายส่วน

ความคิดเหล่านี้ปรากฏขึ้นมาภายในสมองของนางอย่างกะทันหัน แต่ว่าใบหน้าของนางไม่ได้เผยความผิดปกติออกไปเลยแม้แต่น้อย

ระหว่างทางนั้นนางก็ก้มศีรษะลงเล็กน้อย ทำตัวเหมือนกับเด็กรับใช้ที่ไม่ค่อยได้เจอโลกภายนอกมากนัก พร้อมติดตามซานซานอยู่ด้านหลังอย่างประหม่าและเงียบงัน

การที่ได้มาที่นี่ในวันนี้ถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ก็เป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง ซึ่งสามารถสืบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสำนักกระบี่ทมิฬได้พอดี!

เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น เมฆดำปกคลุมทั่วทั้งท้องฟ้า ทัณฑ์สวรรค์จำนวนนับไม่ถ้วนผ่าลงมาอย่างต่อเนื่อง นางก็รู้สึกมาโดยตลอดว่าสำนักกระบี่ทมิฬแห่งนี้ผิดปกติ

“รองประมุขอยู่ที่ใด? ข้ามีเรื่องสำคัญต้องรายงาน”

ทันทีที่มั่วหลินเดินผ่านเข้าไปในประตูใหญ่ก็มีคนเข้ามาต้อนรับเขาในทันที

เมื่ออีกฝ่ายได้ยินคำพูดของมั่วหลิน และเห็นสีหน้าของมั่วหลิน คนผู้นั้นก็รู้แล้วว่าจะต้องมีเรื่องอันใดที่ร้ายแรงเกิดขึ้น เขาจึงรีบพูดขึ้นมาว่า

“ตอนนี้รองประมุขกำลังฝึกวิชากระบี่อยู่ที่สวนด้านหลัง เดี๋ยวข้าจะไปเรียก…”

“ไม่ต้อง ข้าไปเอง!”

มั่วหลินโบกมือไล่ จากนั้นก็มุ่งหน้าไปทางด้านหลังของเรือในทันที

เรื่องนี้เป็นเรื่องฉุกเฉิน ไม่มีเวลารอมากขนาดนั้น

“ใต้เท้ามั่วหลิน…คนเหล่านี้คือ?”

มีคนเข้ามาขวางทาง แต่เขาก็ไม่กล้าพูดอันใดมาก เพียงแต่ตอนที่เขาหันมองหน้าซานซานและคนอื่นๆ กลับมีสีหน้าลังเลปรากฏขึ้น

แน่นอนว่าเขารู้จักเถ้าแก่ซาน

เพียงแต่ว่า เมื่อวานนี้เขาเพิ่งเดินทางมาไม่ใช่หรือ?

อีกทั้ง…ทุกครั้งที่เขามาที่นี่ เขามักจะมาด้วยตัวคนเดียว ไม่เคยพาคนติดตามมาด้วยเลย

แล้วเหตุใดในวันนี้ถึงพาคนติดตามมาถึงสองคนแล้ว?

ไม่ใช่ว่าใต้เท้ามั่วหลินไม่รู้กฎ ถ้าเช่นนั้นหมายความว่า เขาต้องมีเหตุผลในการพาทั้งสองคนมาที่นี่อย่างแน่นอน…

มั่วหลินชะงักฝีเท้าไปชั่วคราว

“ให้พวกเขาเข้ามาด้วย!”

คนผู้นั้นลังเลไปเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยังพยักหน้าเห็นด้วย

สวนด้านหลังของสำนักกระบี่ทมิฬ…แม้กระทั่งเขายังไม่เคยไปมาก่อน

หากครั้งนี้จะต้องไปจริงๆ ตัวเขาเองยังคงพูดอันใดได้บ้าง แต่นายท่านกับฝ่าบาท…

แต่เมื่อเห็นบุคคลผู้นี้มาถึง ท่าทางของเขาก็กระตือรือร้นขึ้นมาในทันที

ฉู่หลิวเยว่รีบกวาดสายตามองอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็หลุบตาลงต่ำ

ดังนั้นนางจึงเห็นเพียงเงาร่างสีดำ ส่วนใบหน้านั้นยังไม่ทันได้มอง

แต่นางรู้ดีว่าคนผู้นี้…คือรองผู้นำของสำนักกระบี่ทมิฬ…มั่วอวิ๋น!

เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวเล็กน้อยขนาดไหนก็อาจจะสามารถเปิดเผยตัวตนของตนเองได้

ดังนั้นนางจึงต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก

หรงซิวที่อยู่ด้านข้างก็คิดอย่างนางเช่นกัน

ทั้งสองคนยืนอยู่ด้านหลัง แทบจะไม่ทิ้งการมีตัวตนของตนเองเลย

ฉู่หลิวเยว่ก็คำนับพร้อมกันด้วย จากนั้นก็ก้มหน้าจ้องที่ปลายเท้าของตนเอง

นางได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น

“มั่วหลิน? เหตุใดเจ้าถึงรีบมาที่นี่อย่างหุนหันพลันแล่นล่ะ?”

เขาไม่ได้โกรธแต่แรงกดดันแผ่กระจายออกมา ต่อให้เป็นลูกน้องคนสนิท น้ำเสียงของเขาก็ราบเรียบ ลมปราณเย็นชา

มั่วหลินคุกเข่าแล้วกล่าวขอโทษ

“รองประมุข มั่วหลินมีความผิด! โปรดจงลงโทษข้าน้อยด้วย!”

มั่วอวิ๋นมีสีหน้าเย็นชาขึ้นหลายส่วน

“นี่พวกเจ้า…เพิ่งกลับมาจากยอดเขาหลานชิงอย่างนั้นหรือ?”

ทันใดนั้นฉู่หลิวเยว่ก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นเล็กน้อย

ฟังจากคำพูดของพวกเขาก่อนหน้านี้ เหมือนว่ามั่วอวิ๋นจะไม่ได้รับรู้ถึงเหตุการณ์เหล่านั้นเลย

ตอนนี้มั่วหลินยังไม่ทันได้พูดอันใด แต่เหตุใดเขาถึงคาดเดาได้ว่าเรื่องนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับยอดเขาหลานชิง?

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์