เมื่อเยี่ยนชิงได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่าบางอย่างมิชอบมาพากล
เหตุใดจึงดูเหมือนว่าคุณหนูหลิวเยว่…กำลังรู้สึกโกรธเลยล่ะ
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรอีก ฉู่หลิวเยว่ก็ตบเท้าเดินจากไปแล้ว
“คุณหนูหลิวเยว่ ท่าน…”
เยี่ยนชิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเดินกลับไปยังเรือนอี๋เฟิง
ทันทีที่เขาเดินเข้าประตูไปก็เห็นเจ้านายกำลังอ่านหนังสือพอดี
“องค์ชาย เมื่อครู่นี้คุณหนูหลิวเยว่ออกมาแล้วยังถามบางอย่างกับกระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
หรงซิวตอบ “อืม” คำเดียวก่อนจะพลิกหน้าหนังสือ
เมื่อเห็นท่าทางของผู้เป็นนาย เยี่ยนชิงก็อดบ่นในใจไม่ได้
องค์ชายต้องรู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกันแน่ๆ เพราะเหตุใดถึงยังนิ่งเฉยเช่นนี้
หรือว่าทั้งสองท่านทะเลาะกัน
“องค์ชาย กระหม่อมได้อธิบายให้คุณหนูหลิวเยว่ฟังแล้ว บอกไปว่าแค่พระองค์พูดคำเดียว พวกนางก็จากไปแล้ว”
เจ้านายของเขาพยายามมาจนถึงขนาดนี้แล้ว ทำไมคุณหนูหลิวเยว่ถึงได้ดูไม่ดีใจสักนิดเลย
ในที่สุดหรงซิวก็เงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือแล้วมองหน้าเยี่ยนชิง
“เยี่ยนชิง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้ายังไม่ได้ภรรยาใช่หรือไม่”
“กระหม่อมติดตามองค์ชายมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยแต่งงาน องค์ชายก็ทรงทราบดีนี่พ่ะย่ะค่ะ”
หรงซิวนวดคลึงระหว่างคิ้ว
เยี่ยนชิงดีทุกระเบียบนิ้ว แต่เรื่องรักใคร่หนุ่มสาวยังไม่ค่อยเบิกเนตรเท่าไหร่
ทว่า เป็นเช่นนี้ก็ดี ถึงอย่างไรเขาก็เหมาะสมที่จะจัดการเรื่องนี้ที่สุด
เมื่อเห็นสีหน้าของเจ้านายตนเอง เยี่ยนชิงก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองทำผิดพลาดไป เขาจึงโค้งคำนับเพื่อขอรับโทษ
“องค์ชาย กระหม่อมผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ รอคุณหนูหลิวเยว่กลับมาเมื่อไหร่ กระหม่อมจะรีบไปขอโทษนางเลยพ่ะย่ะค่ะ!”
หรงซิวอดยกยิ้มมุมปากมิได้
“ไม่ต้องหรอก ข้าต้องการทำให้นางโกรธ”
“หา?”
เยี่ยนชิงเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ ซึ่งเป็นท่าทางเสียกิริยาที่หาดูยากมาก
เจ้านายชอบคุณหนูหลิวเยว่มากมิใช่หรือ
หากว่ากันตามเหตุผล…ยังไม่ทันได้เอาอกเอาใจนางเลยด้วยซ้ำ แล้วยังจะจงใจทำให้นางโกรธอีกหรือ
“องค์ชาย คือว่า…ถ้าหากคุณหนูหลิวเยว่โกรธขึ้นมาจริงๆ…” คนที่น่าสงสารก็คือพระองค์มิใช่หรือ
หรงซิวพลิกหน้ากระดาษหนังสือ และรอยยิ้มที่มุมปากของเขาก็ลึกมากขึ้น
“ให้นางโกรธจริงๆ สิถึงจะดี”
…
แน่นอนว่าฉู่หลิวเยว่ไม่รู้ว่าหรงซิววางกับดักไว้เสียดิบดีแล้วรอนางกระโดดเข้ามา
ถึงแม้ว่าคำพูดของเยี่ยนชิงจะทำให้ฉู่หลิวเยว่ไม่สบายใจ แต่นางก็ปัดเรื่องนี้ทิ้งออกจากสมองอย่างรวดเร็ว
เพราะว่าตอนนี้นางมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ
เมื่อนางมาถึงเจินเป่าเก๋อ ท้องฟ้าก็เปลี่ยนสีแล้ว และเจินเป่าเก๋อกำลังจะปิดประตูพอดี
เมื่อคนรับใช้ในร้านเห็นฉู่หลิวเยว่มาถึงดวงตาก็เป็นประกายทันที แล้วปรี่เข้ามาต้อนรับ
“คุณหนูหลิวเยว่ ท่านมาแล้วหรือ! รีบเข้ามาข้างในเลยขอรับ!”
นับตั้งแต่ที่เหยียนเก๋อมอบของขวัญมากมายให้แก่ฉู่หลิงเยว่ คนในเจินเป่าเก๋อต่างทราบเป็นว่าต้องต้อนรับแขกท่านนี้เป็นอย่างดี
ประกอบกับคราวก่อนที่ฉู่หลิวเยว่เรียกใช้คนของเจินเป่าเก๋อให้ไปคิดบัญชีกับตระกูลฉู่ เมื่อกลับมาแล้วนางก็ตอบแทนสินน้ำใจให้แก่พวกเขาอย่างงาม ตอนนี้คนในเจินเป่าเก๋อต่างปฏิบัติต่อนางเสมือนแขกผู้มีเกียรติท่านหนึ่ง
ฉู่หลิวเยว่เดินมาข้างในพร้อมกับเอ่ยถามว่า
“คุณชายรองเหยียนล่ะ วันนี้เขาไม่อยู่หรือ”
“ข้าอยู่นี่!”
เมื่อเหยียนเก๋อได้ยินเสียง เขาก็เดินออกมาจากห้องทันที
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์