………………..
เส้นลมปราณของกลิ่นคาวเลือกที่รุนแรงลอยคละคลุ้งในอากาศ
พลังทั้งหมดมารวมกัน!
ทันใดนั้นท้องฟ้ากลับมืดลงในทันที!
เมฆครึ้มนับไม่ถ้วนต่างมารวมกันจากทั่วทุกทิศทาง!
เดิมที่ท้องฟังยังคงสว่างสดใส เพียงครู่เดียวกับมืดครึ้มในทันตา!
ลมพักกระโชกแรง เสียงหวีดหวิวไม่ขาดสาย
ตู้ม!
เสียงระเบิดที่ดังกึกก้องไปทั่วเกิดขึ้นหลังจากที่เมฆครื้มมารวมกัน!
ทัณฑ์สวรรค์ราวกับงูสีเงินปรากฏวับวาบและแวกว่ายหายไปอย่างรวดเร็ว!
หรงซิวเงยหน้าขึ้นไปมองและหรี่ตาเรียวบางลงเล็กน้อย
สามารถทำให้เกิดทัณฑ์สวรรค์ภายในเวลาอันสั้นนี้จนได้เห็นถึงพลังอันแกร่งกล้า…
จู่ๆ สิบสามกลับคิดอะไรบางอย่างออกมาได้ ดวงตาจึงเบิกโพลงขึ้นและหันหน้าไปมองทางเฉิงอี
“พี่ใหญ่ นี่ไม่ใช่…”
นี่คือลมปราณที่สัมผัสได้ในวันนั้นที่ข้ามผ่านทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ แทบจะเหมือนกันทุกอย่างมิใช่หรือ
ในขณะนั้นแม้ว่าเขาจะยุ่งอยู่กับบุกทะลวง แต่สถานการณ์รอบๆ ก็ยังคงให้ความสนใจอยู่
ในวันนั้นนอกจากตัวเขาเองที่ทำให้เกิดทัณฑ์สวรรค์ที่ข้างนอกอยู่หลายครั้ง สำนักกระบี่ทมิฬและคนอื่นที่อยู่ไม่ไกลก็ทำให้เกิดทัณฑ์สวรรค์อยู่หลายครั้งเช่นกัน จึงทำให้เกิดการเคลื่อนไหวอย่างใหญ่โต
ขณะนั้นเขารู้สึกได้ลางๆ ว่าทัณฑ์สวรรค์ที่ทั้งสองฝ่ายเรียกมานั้นไม่เหมือนกันอยู่บางส่วน แต่กลับไม่ทันแยกได้ว่าจริงๆ แล้วต่างกันที่ตรงส่วนไหน
ทว่าเมื่อเห็นสถานการณ์นี้อีกครั้ง เขายังจำได้ในทันที สถานการณ์นี้ช่างเหมือนกับการเผชิญหน้ากันในวันนั้นก็ไม่ปาน!
สำนักกระบี่ทมิฬทำให้เกิดฟ้าร้องเพื่อโจมตีนายท่าน หัวใจสังหารนี้ช่างรุนแรงยิ่งนักจนทำให้พวกเขาลงมืออย่างเปิดเผย!
…
มั่วอวิ๋นในเวลานี้ไม่ได้สนใจมากมายเช่นนั้นแล้วจริงๆ
ในช่วงเวลาสองปีมานี้ทุกๆ เดือนสำนักกระบี่ทมิฬล้วนต้องเข้าสอบประเมินทุกครั้ง
แต่ละครั้งพวกเขาจะเลือกสถานที่ลับตาผู้คนโดยเฉพาะ และต้องแน่ใจว่าไม่มีคนนอกแอบลอบมองถึงจะเริ่มพิธีได้
ยามท้องฟ้าสว่างไสวเช่นนี้ท่ามกลางสายตาหลายคู่ ทำให้ดึงดูดความสนใจผู้คนจำนวนมากในพิธีสังเวยเลือดอย่างเลี่ยงไม่ได้
แต่เช่นนี้ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
มองดูฉู่หลิวเยว่ยังคงคิดที่จะแยกภูเขาต่อไป มั่วอวิ๋นจึงไม่กล้ารับรองได้จริงๆ ว่าหากปล่อยให้นางทำตามอำเภอใจเช่นนี้ต่อไป สถานการณ์ของนางจะก้าวต่อไปเช่นไร
ดังนั้นบัดนี้ ทำได้เพียงเดิมพันเท่านั้น!
แค่จัดการฉู่หลิวเยว่ก่อน พวกนี้ที่เหลือ…ค่อยๆ จัดการก็ยังได้!
เมื่อคิดเช่นนี้มั่วอวิ๋นจึงปาดฝ่ามือซ้ายของตนเองโดยไม่ลังเล!
เลือดไหลกระเซ็นออกมา!
พลังอันน่าสะพรึงกลัวโหมกระหน่ำ!
ทุกคนของสำนักกระบี่ทมิฬที่อยู่ด้านหลังเขา แน่นอนว่าเริ่มลงมือที่ละคน!
ค่ายกลสีทองทั้งสองข้างมีเลือดนับไม่ถ้วนมารวมกัน แต่ละเส้นที่มารวมกันกลายเป็นลวดลายอักขระแปลกประหลาด
เป็นรูปแบบขอกระบี่โค้งจันทราทั้งคู่นั่นของสำนักกระบี่ทมิฬ!
มองดูจากระยะไกล เหมือนกับค่ายกลของหรงซิวกำลังแบ่งสีเลือดขนาดใหญ่นี้ออกเป็นสองส่วนจากจุดตรงกลาง!
พลังของทั้งสองด้านเข้ามาขนาบ ยิ่งทำให้ค่ายกลสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงกว่าเดิม!
ตู้ม!
ในที่สุดทัณฑ์สวรรค์เส้นแรกก็ฟาดผ่าลงมา!
ปัง!
ในขณะนั้นแสงสว่างก็กระจัดกระจายไปทั่วทุกทาง!
พลังอันบ้าคลั่งเข้าโจมจีทุกทาง!
รูปแบบสีเลือดของทั้งสองด้าน เริ่มมาร่วมกันที่ตรงกลาง!
…
ฉู่หลิวเยว่เพิ่งมาถึงยอดเขาอีกลูกจึงรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหว
หัวใจของหนานอวี่สิงเต้นแรง!
ฉู่หลิวเยว่เอ่ยถามต่อว่า
“หนานอวี่สิง เจ้าไม่ได้รู้สึกอันใดเลยแม้แต่น้อยจริงๆ หรือชีพจรเดิมของเจ้า…ช่างแตกต่างกับชีพจรเดิมของเจ้าเมื่อก่อนนี้ ข้าไม่เชื่อว่าแม้แต่สิ่งนี้เจ้าจะไม่รู้สึกตัวเลยจริงๆ?”
จู่ๆ ขาทั้งคู่ของหนานอวี่สิงก็อ่อนลงพลางถอยกลับไปอย่างควบคุมไม่ได้
สีหน้าของเขาซีดขาว
“จะ…เจ้ากำลังพูดถึงสิ่งใด! ข้าไม่เข้าใจ! เจ้าอย่ามาสร้างเรื่องโกหกที่นี่นะ! ซั่งกวนเยว่! เจ้า…”
“เป็นข้าที่สร้างเรื่องโกหก หรือเป็นเจ้าไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง…เกรงว่าคงไม่มีผู้ใดรู้ดีไปกว่าเจ้าแล้วกระมัง?”
ขณะที่ฉู่หลิวเยว่ขัดจังหวะคำพูดของเขา ทุกๆ คำล้วนเหมือนมีดแหลมคมแทงเข้าไปในใจของเขาอย่างแรง!
“หากว่าจำไม่ผิด แม้ว่าหนานอีอีจะถูกตัดลิ้นขาด แต่ชีพจรเดิมในร่างยังคงสมบูรณ์…ถ้าหากนำมันออกมาและใส่เข้าไปในร่างอื่น เมื่อเข้าไปหลอมรวมกันก็นับว่าไม่สูญเปล่า…”
คำพูดทุกคำที่ฉู่หลิวเยว่พูดออกมามากมาย ทำให้ใบหน้าของหนานอวี่สิงซีดขาวลงไปหนึ่งส่วน
ริมฝีปากของเขาสั่นระรัว พลางปฏิเสธพึมพำอยู่ในปาก
แต่ทว่าในใจของเขากลับมีการดาดเดามากมายนับไม่ถ้วนที่ท่วมท้นออกมาจนมิอาจควบคุมได้
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าตนเองจะฟื้นคืนชีพจรเดิมได้อย่างไร
แต่ท่านพ่อบอกแต่เพียงว่าได้ขอความช่วยเหลือจากผู้วิเศษท่านหนึ่ง เขาจึงเชื่อมั่นโดยไม่ลังเล
อันที่จริง…
ในใจของเขาไม่มีข้อสงสัยแม้แต่น้อยเลยจริงๆ หรือ
แน่นอนว่าต้องมี!
เพียงแต่การคาดเดาเช่นนั้นช่างน่ากลัวเกินไป เขาจึงไม่กล้าคิดไปทางนั้นเสียทั้งหมด!
เขาเอาแต่พูดถึงการแก้แค้นเพื่อหนานอีอี ราวกับว่ามีเพียงแค่วิธีนี้เท่านั้นที่สามารถทำให้หัวใจที่กระสับกระส่ายสงบลงได้บ้าง
ทว่าในขณะนั้นคำพูดของฉู่หลิวเยว่ จนสุดท้ายฟางเส้นสุดท้ายก็ถูกเผยออกมา!
“หนานอวี่สิง ชีพจรเดิมของน้องสาวตนเอง จะใช้อย่างราบรื่นได้อย่างใด”
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...