เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1887

………………..

เฉิงอีพยักหน้า

หลังจากหลายคนที่เหลือได้ยินข่าว ต่างสบตากันและมองไปทางนายท่านของตนเองอย่างควบคุมไม่ได้

ขณะที่นางแกว่งกระบี่ขึ้นอีกครั้ง!

ตู้ม!

เปลวไฟสีน้ำเงินบางๆ อีกดวงประทุออกมาจากใต้ภูเขาหินจนเปิดเป็นรอยแตก

เปลวไฟลุกโชนและปรากฏออกมายิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้ท้องฟ้าที่มืดมนเหมือนกับเพลิงพรายที่ลุกไหม้เป็นกลุ่มสลัวๆ บนเมฆดำหนาทึบที่ย้อมด้วยสีน้ำเงินเล็กน้อย

ทว่าร่างนั้นที่งดงามและเบาะบางกลับคล่องแคล่วอย่างมาก ราวกับภูตที่ผ่านเข้าไปในหุบเขา และลอยไปมาอย่างต่อเนื่อง

เปลวไฟเหล่านั้นเหมือนเชื่อฟังและเข้าใจความตั้งใจของนางเป็นอย่างดีจึงเต้นไปมาตามกัน!

“นายท่านยอดเยี่ยมจริงๆ!”

อวี๋จิ่วอดไม่ได้จึงกล่าวเชยชมขึ้น

“สำนักกระบี่ทมิฬเพียงเพื่อยอดเขาหลานชิงนั่นจึงไม่รู้ว่ามีคนบาดเจ็บล้มตายไปเท่าใด ทว่านายท่านไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้เลย…ข้าดูสถานการณ์ของนายท่านแล้วต้องการเปิดท่าเรือดอกท้อทั้งหมดขึ้นมาจริงๆ สินะ!”

“ฝีมือของนายท่าน เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สามารถเทียบกับคนอื่นได้อย่างแน่นอน”

อู่เหยาลูบคางไปมาและมองดูทัณฑ์สวรรค์บนท้องฟ้าที่มารวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง

เดิมทีเขายังมีความกังวลอยู่บ้างเล็กน้อย แต่เห็นท่าทางของพวกพี่ใหญ่เหมือนไม่ได้สนใจอะไรมากนัก…ใจของเขาจึงสงบนิ่งลง

สือฟังมองดูคนมากมายและมองไปยังความว่างเปล่าบริเวณรอบๆ ที่พังทลายลงอย่างต่อเนื่อง เขาถูมือไปมาพลางเอ่ยด้วยเสียงกระซิบว่า

“ต่างพูดกันว่าท่าเรือดอกท้อทั้งวุ่นวายและว่างเปล่า บัดนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นเช่นนี้เสียแล้ว…”

มีเพียงการต่อสู้ที่ดุเดือดขึ้นจึงทำให้มิติพลังทางด้านนี้เริ่มโกลาหลขึ้น ความผันผวนนับไม่ถ้วนต่างปะทุออกมาอย่างบ้าคลั่ง…

หากสถานการณ์ยังเลวร้ายเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าจะไม่ดีเป็นแน่…

สิบสามมองที่ตาของเขาด้วยความประหลาดใจ

สือฟังบุ้ยปาก

“ความว่างเปล่าผืนนี้…เกรงว่าใกล้จะแตกสลายลงแล้ว…”

“ข้ารู้!”

สิบสามพยักหน้าด้วยความประหลาดใจ

แม้ว่าขั้นพลังปราณของเขาจะสู้พวกพี่ใหญ่มิได้ แต่เพราะติดตามพวกเขามาหลายปี ทั้งได้เห็นและได้ยินอะไรมามากมาย ดังนั้นโลกที่มองเห็นช่างต่างกันเป็นธรรมดา

เขาก็ชัดเจนอย่างมากว่าสิ่งนี้หมายถึงอะไร

แต่ว่า…

“ไม่ใช่เพราะมีนายท่านกับพี่ใหญ่อยู่หรอกหรือ”

สิบสามกลอกตาไปมาและกระแอมเสียงขึ้น

“อีกทั้ง…พลังที่เหลือยังแข็งแกร่งอย่างมาก…”

เหตุใดถึงมีคนอยู่มากมายเช่นนี้ อันที่จริงเข้าคิดว่าคงไม่มีอันใดต้องกังวลนัก

“ถ้าหากไม่มีความมั่นใจอย่างแท้จริงแล้ว นายท่านจะอยู่ที่นี่ต่อได้เช่นไร”

ว่ากันตามนิสัยของนายท่านแล้ว สถานที่ที่ไม่ปลอดภัย…นางไม่มีทางอยู่ได้นานหรอก!

สือฟังชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้งจึงคิดอย่างรอบคอบอีกครั้งและคิดว่าก็มีเหตุผลอยู่มากทีเดียว

“ก็ใช่นะสิ!”

ไม่ว่าอย่างไรนายท่านก็ผ่านศึกมานับร้อย ไม่มีทางไม่รู้ถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ในตอนนี้

สถานการณ์ในตอนนี้นางกลับเลือกอยู่ที่นี่…

สามารถพิสูจน์ได้ว่าที่แห่งนี้จะต้องมีสิ่งที่สำคัญอย่างมากกับนาง!

ตู้ม!

ฟาดลงไปตรงฉู่หลิวเยว่อย่างหนัก!

แทบในจะในเวลาเดียวกันที่ฉู่หลิวเยว่กระโดดขึ้นไปบนหลังของถวนจื่อพอดี!

นางหายใจอย่างโล่งอก!

ถวนจื่อกระพือปีกบินไปบนยอดเขาอีกลูกอย่างรวดเร็ว!

เปลวไฟลูกใหญ่เริ่มลุกไหม่อยู่บนยอดเขาด้านหลังพวกนาง!

มองจากไกลๆ เปลวไฟนั่นแทบเหมือนวิหคเพลิงที่เผาไหม้และกลับมาเกิดใหม่!

“สมควรตาย!”

มั่วอวิ๋นโมโหมอย่างดุเดือด

การปรากฏขึ้นของการสังเวยเลือดที่พวกเขาไม่ได้สนใจไยดี กลับทำให้ฉู่หลิวเยว่ไร้หนทาง!

ความเร็วของหงส์ทองคำตัวนั้น ช่างรวดเร็วยิ่งนักจริงๆ!

“ไปต่อ!”

มั่วอวิ๋นออกคำสั่งจนเสียงแหบแห้งราวกับคนบ้า

ฉู่หลิวเหยว่หลบหนีจากน้ำมือของเขาอยู่หลายครั้งหลายหน จนทำให้เขาโมโหอย่างมาก!

จะโทษคนข้างๆ ก็ไม่ได้!

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้มั่วอวิ๋นจึงหันไปมองหรงซิวและความสงสัยได้ผ่านเข้ามาในสายตาที่เย็นชาของอินอู้

ฉู่หลิวเยว่คือพระชายาของหรงซิว และยังได้ยินข่าวลือว่าเขาโปรดปรานเอาใจพระชายาองค์นี้ยิ่งกว่าอะไรดี

แม้แต่ท่านประมุขและผู้อาวุโสหลายท่านที่พระราชวังเมฆาสวรรค์เขายังล่วงเกินอย่างไม่ลังเล เพื่อให้ได้แต่งงานกับนางจนสำเร็จ

หากว่ากันตามเหตุผลแล้วเมื่อเห็นฉู่หลิวเยว่ตกอยู่ในอันตราย เขาควรจะเป็นห่วงและกังวลออย่างมาก

แต่ขณะที่เขามองขึ้นไป ดูเหมือนไม่ได้กังวลเลยหรือ

ยังมีเฉิงอีและคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านข้างเขา

นึกไม่ถึงว่าก็ตามเขาไปด้วยและยื่นอย่างนิ่งเฉย โดยไม่ทำอันใดเลยหรือ

พวกเขาช่างโง่เหมือนกันเช่นนี้หรือ

ทว่าความสงสัยและไม่เข้าใจเช่นนี้ ได้แวบผ่านเข้ามาในใจของมั่วอวิ๋น

ทัณฑ์สวรรค์ที่ฟาดลงมาเสียงดังสนั่น มันดึงความสนใจของเขาไปอย่างรวดเร็ว

เขาเบือนหน้าไปและมุ่งความสนใจไปที่ฉู่หลิวเยว่อีกครั้ง

ทันใดนั้นเสียงคำรามของทัณฑ์สวรรค์ที่ดังกึกก้องและสายฟ้าที่สว่างวาบอย่างยิ่งตกลงมา! มันฟาดลงมาอย่างแม่นยำบนยอดเขาที่ฉู่หลิวเยว่อยู่พอดี!

เสียงแยกของภูเขาแตกหักลงมา!

บนภูเขาหลักปรากฏรอยแตกขนาดใหญ่!

ยอดเขาส่วนใหญ่เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงขึ้น!

ในขณะเดียวกันกับที่เปลวไฟสีน้ำเงินอีกลูกพวยพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วจากยอดเขา!

สายฟ้าและเปลวไฟผสานกับพลังของทั้งสองฝ่ายต่างต่อสู้กันอย่างดุเดือด!

เงาที่ยื่นตระหง่านราวกับต้นส้นเหล่านั้นก็ถูกกลืนกินหายไปในที่แห่งนี้!

มุมปากของมั่วอวิ๋นยิ้มเยาะขึ้น

ทัณฑ์สวรรค์ที่เกิดจากการสังเวยเลือดนั้นช่างแกร่งกล้าและทรงพลังอย่างแข็งแกร่งยิ่งนัก!

แม้กระทั่งผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ล้วนต้องระวังการโจมตีกลับ นับประสาอะไรกับเทพขั้นสูงอย่างฉู่หลิวเยว่ผู้นี้กันเล่า

ครั้งนี้…นางต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!

ครู่ต่อมามีร่างหนึ่งจู่ๆ ก็พุ่งออกมาจากเปลวไฟนั่น มุ่งตรงไปบนท้องฟ้า!

ในที่สุดรอยยิ้มของมั่วอวิ๋นก็แข็งค้างอยู่บนใบหน้า!

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์