ฉู่หลิวเยว่ไม่ได้นอนทั้งคืน
ตั้งแต่วันรุ่งขึ้น ฉู่หลิวเยว่ก็เริ่มลงมือจัดการยาพวกนั้น
ตอนนี้นางยังไม่สามารถสกัดยาถอนพิษกู่โลหิตแดงให้แล้วเสร็จได้ภายในคราวเดียว ดังนั้นนางจึงวางแผนที่จะทำทีละขั้นตอน
นางต้องจัดการกับตัวยาที่มีวิธีการยุ่งยากก่อน จากนั้นค่อยน้ำไปผสมรวมกันในภายหลัง
ในกรณีนี้ เพียงแค่เก็บรักษาความสมบูรณ์ของตัวยาไว้อย่างดี โอกาสของความสำเร็จก็มีไม่น้อยเลยทีเดียว
ที่สำคัญไม่ง่ายต่อการเป็นที่สังเกตของผู้คนด้วย
ฉู่หลิวเยว่เก็บตัวอยู่แค่ในห้องและไม่ออกมาข้างนอกเป็นเวลาสองวันสองคืน
วันที่สี่ ในที่สุดทางด้านเจินเป่าเก๋อก็ส่งที่เหลืออีกสองชนิดมาให้
เนื่องจากการบรรจุหีบห่อแน่นหนามิดชิดมาก จึงไม่มีใครเดาได้ว่าสิ่งที่ถูกส่งมานั้นคือยา และพวกเขาคิดว่าฉู่หลิวเยว่แค่ซื้อของบางอย่างจากเจินเป่าเก๋อเท่านั้น
ทุกคนในเมืองหลวงต่างรู้ดีว่าฉู่หลิวเยว่มีความสัมพันธ์อันดีกับเจินเป่าเก๋อ ซึ่งไม่แปลกใจเลยที่สามารถเหมาโรงเตี๊ยมเฟิ่งหวงให้กับนางได้ในครั้งนั้น นับประสาอะไรกับที่ส่งของให้นางในวันนี้ และแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
ฉู่หลิวเยว่ได้รวบรวมยาสมุนไพรต่างๆ เอาไว้ แล้วเก็บตัวอยู่ในห้องเพื่อทำการปรุงและกลั่นยา
เพราะว่าก่อนหน้านี้นางได้อธิบายให้พวกมู่หงอวี๋เข้าใจตรงกันหมดแล้ว ดังนั้นพวกนางจึงไม่มารบกวน
ในทางกลับกัน คนอื่นๆ ในสำนักต่างก็แอบแปลกใจอยู่เหมือนกัน
…
ในคาบเรียนวิชาวิเคราะห์
ซือหยางมองไปที่กระดานหมากรุกที่อยู่ข้างหน้าเขา พร้อมกับนวดขมับด้วยความปวดหัว
“เฮ้อ ค่ายกลนี้ยากเกินไปแล้ว!”
อาจารย์ตงฟังชิงอดขำมิได้
“ค่ายกล ไม้สีทอง นี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นค่ายกลระดับสาม ทว่าระดับความยากในการแก้นั้นยากพอๆ กับค่ายกลระดับสี่ พวกเจ้ารู้สึกยากเย็นแสนเข็ญก็มิใช่เรื่องแปลก ถ้าหากสามารถแก้ได้ ก็จะสามารถพิสูจน์ได้ว่าเจ้าอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมจากปรมาจารย์ขั้นสี่แล้วล่ะ!”
นักเรียนหลายคนเมื่อได้ยินประโยคนี้ก็รู้สึกมีกำลังใจฮึกเหิมมากยิ่งขึ้น
ซือหยางคร่ำครวญ
ปรมาจารย์ขั้นสี่อย่างนั้นหรือ
มันบรรลุกันง่ายๆ ขนาดนั้นเสียที่ไหนเล่า!
เขาอดไม่ได้ที่จะมองไปยังที่ว่างสองแห่งข้างๆ ด้วยอาการเหงาหงอยเซื่องซึม
ซือถิงไม่ได้มาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
เนื่องจากงานสมาคมเยาวชนใกล้เข้ามาแล้ว ผู้อาวุโสซุนจึงตั้งความหวังกับซือถิงเอาไว้มาก จึงได้ให้เขาเริ่มเก็บตัวฝึกฝนแล้ว
ส่วนฉู่หลิวเยว่…ตั้งแต่นางกลับมาจากบรรพตวั่นหลิง นางก็ไม่ได้มาที่นี่อีกเลย
“ซือหยาง เจ้าตั้งใจขยันกว่านี้ เพื่อให้ได้อันดับดีๆ ในงานสมาคมเยาวชน!”
ตงฟังชิงรู้สึกชื่นชมในตัวซือหยางเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะขณะนี้ซือถิงและฉู่หลิวเยว่ต่างก็ไม่ได้อยู่ในชั้นเรียน ที่สำคัญกู้หมิงจูก็ได้ตายไปแล้ว ผู้ที่สอบกลางภาคได้สี่อันดับแรกก็เหลือเพียงแค่ซือหยางผู้เดียวเท่านั้น
ซือหยางยิ้มขมขื่นอย่างจนปัญญา
“อาจารย์ตงฟัง ท่านประเมินข้าสูงเกินไปแล้ว! ถ้าหากข้ามีพรสวรรค์เหมือนพี่ใหญ่ ข้าก็คงคิดว่าไม่มีอุปสรรคแน่นอน ประเด็นคือข้าไม่มีสิ่งนี้ ท่านพูดเหมือนฉู่หลิวเยว่ไม่มีผิด”
ตงฟังชิงกระแอมไอ
“นี่นางไม่ได้มาด้วยหรือ”
เมื่อเอ่ยถึงฉู่หลิวเยว่ ก็สามารถดึงดูดความสนใจของนักเรียนคนอื่นๆ ได้ทันที
จากนั้นทุกคนก็เริ่มซุบซิบนินทา
“จริงด้วย! นางไม่ได้มานานแล้วนี่นา ได้ข่าวว่านางขยันไปหอคอยจิ่วโยวใช่หรือไม่”
“หา? นางคงไม่คิดที่จะเข้าร่วมงานสมาคมเยาวชนในฐานะผู้ฝึกยุทธ์หรอกกระมัง”
“แต่ก็มิใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้นี่นา ถึงอย่างไรทางด้านปรมาจารย์ก็มีซือถิงอยู่ นางสอบผู้ฝึกยุทธ์ได้ที่หนึ่งเชียวนะ ถ้าหากทำเพื่อความมั่นคง ก็เป็นธรรมดาที่จะเลือกเรียนผู้ฝึกยุทธ์…”
“ข้าเห็นว่านางไม่มาหลายวันแล้ว ข้าว่านางน่าจะเตรียมพร้อมสำหรับงานสมาคมเยาวชนแน่นอน!”
ซือหยางโยกเอวบิดขี้เกียจ
“พอถึงตอนนั้นนางก็จะสามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ถึงสองรายการ”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของทุกคนหยุดลงอย่างกะทันหัน
“การแข่งขันในงานสมาคมเยาวชน เป็นการแข่งขันกันระหว่างสำนักต่างๆ แทนที่จะมัวอิจฉาริษยา ข้าว่าเอาเวลาไปฝึกฝนของตนเองให้ดีจะดีกว่า เช่นนั้นก็จะได้มิเป็นการถ่วงความเจริญสำนัก!”
…
เวลาผ่านไปเร็วราวกับโกหก พริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกหลายวัน
ภายในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นหอมฟุ้งของยาสมุนไพร
ภายในกระถางสัมฤทธิ์สี่เหลี่ยม ฉู่หลิวเยว่ได้ใส่วัตถุดิบในการปรุงยาไปหมดแล้ว และเหลือเพียงแค่การหลอมรวมในขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้น
ขั้นตอนสุดท้ายนี้สำคัญที่สุด ทว่าตามพลังความแข็งแกร่งของนางในปัจจุบัน นางจึงค่อนข้างลังเลที่จะทำมันออกมา
ไม่ว่าอย่างไร นางก็ต้องลองทำมันสักตั้ง!
วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว หากไม่สามารถสกัดยาถอนพิษได้สำเร็จ เลี่ยวจงซู…จะต้องตายอย่างแน่นอน!
และอาจจะทำให้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังนางที่ปองร้ายนางหลุดพ้นจากหลักฐานและเบาะแสสำคัญนี้ไปได้!
ฉู่หลิวเยว่วางมือทั้งสองลงบนกระถางสัมฤทธิ์สี่เหลี่ยมแล้วรวบรวมปราณกับสมาธิ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์