ทันใดนั้นเอง ลำแสงสีเงินพุ่งออกมาจากด้านนอก และกลายเป็นข่ายอาคมขนาดใหญ่ที่ปกคลุมกระถางสัมฤทธิ์ทันที!
ในขณะเดียวกัน แขนที่แข็งแรงก็เข้ามาโอบรอบเอวบางของฉู่หลิวเยว่และพานางออกห่างจากกระถางสัมฤทธิ์
หึ่งๆ!
พลังอันบ้าคลั่งปะทะกับข่ายอาคมสีเงินอย่างแรง จนเกิดเสียงดังหึ่งๆ
เกิดเป็นระลอกคลื่นกระเพื่อมบนข่ายอาคม และในขณะที่คลื่นกระจายตัวออกไป เสียงหึ่งๆ ก็ถูกระงับไว้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็หายไปโดยสิ้นเชิง
บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบลงมาทันทีอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นมาก่อน
หัวใจของฉู่หลิวเยว่ยังคงเต้นระรัว แล้วนางก็ได้เสียงหัวเราะนุ่มทุ้มดังขึ้นที่ข้างหู
“ทำตัวเป็นจุดสนใจเหลือเกิน เจ้าอยากให้ทุกคนมาแย่งชิงเจ้าไปจากข้าหรือ”
ผู้ที่สามารถปรากฏตัวได้อย่างรวดเร็วในเวลานี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก…หรงซิว
เมื่อได้ยินเสียงนุ่มทุ้มที่แผ่วเบาของเขาดังข้างหู หัวใจที่เต้นรัวบ้าคลั่งของฉู่หลิวเยว่ ดูเหมือนจะได้รับการปลอบโยนพลังที่ยากจะพรรณนา ดังนั้นนางจึงค่อยๆ สงบลง
เมื่อมองไปที่กระถางสัมฤทธิ์ซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยข่ายอาคมสีเงินที่อยู่ข้างหน้านางอย่างสมบูรณ์ดีแล้ว นางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ในขณะที่หลอมยาสำเร็จ จึงมีการเคลื่อนไหวที่รุนแรง จึงทำให้ดึงดูดความสนใจจากผู้คนได้
ถ้าหากถูกคนจับสังเกตได้ล่ะก็…
นางปิดเปลือกตาลง
“ขอบคุณ”
หรงซิวฟังน้ำเสียงของนางจึงรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาจึงชะโงกหน้าพิศมองใบหน้าของนาง แล้วจึงเห็นว่านางมีสีหน้าซีดเซียวเป็นอย่างมาก
ดวงตาของเขานิ่งขรึมขึ้นมาเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นผลพวงมาจากการดึงพลังในร่างกายออกมามากเกินไปในตอนที่หลอมยาเมื่อครู่นี้ จึงทำให้นางหมดแรงอ่อนล้าและหน้าซีด
เช่นนี้มันคุ้มค่าแล้วหรือกับการช่วยเหลือผู้ที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไร
“ถ้าหากข้าไม่มา เจ้าจะเป็นอย่างไร”
ฉู่หลิวเยว่อึ้งไปชั่วขณะ จากนั้นนางช้อนสายตามองเขา แต่กลับต้องพบกับสีหน้าที่คาดเดาไม่ได้ของเขา
ดูเหมือนว่าเขากำลัง…โกรธ?
ฉู่หลิวเยว่กะพริบตาปริบๆ แล้วเอื้อมมือไปกุมหน้าอกเสื้อของเขาโดยไม่รู้ตัว
“องค์ชายจะไม่มาจริงๆ หรือ”
ท่ามกลางรัตติกาลอันมืดมิด แสงเทียนสว่างไสวกลับมิอาจเทียบเทียมกับแสงระยิบระยับราวดาราจักรในดวงตาคู่งามของนางเลยสักนิด
แม้นำเสียงของนางจะฟังดูธรรมดาอย่างยิ่ง แต่เมื่อหรงซิวได้ยินแล้วกลับรู้สึกน่าสัมผัสกว่าเสียงใดๆ ในใต้หล้านี้
ร่องรอยของขุ่นมัวที่ก้นบึ้งของหัวใจหายไปอย่างรวดเร็ว มีเพียงชั้นแห่งความสุขอันละเอียดอ่อนที่พรั่งพรูออกมา
“เจ้าชอบข้าแล้วหรือ”
ฉู่หลิวเยว่เบะปากเล็กน้อย ก่อนจะสบถเสียงเบาแล้วผลักออกจากอ้อมกอดของเขา
“เปล่าเสียหน่อย แต่เรื่องวันนี้ก็ถือว่าพระองค์ได้ชดใช้ความผิดแล้ว”
“ชดใช้ความผิด? แล้วข้าทำผิดอะไรหรือ”
“องค์ชายรู้ดีกว่าใคร พระองค์ต้องการให้หม่อมฉันพูดมากกว่านี้หรือไม่”
ในคราแรกก็ยังมิได้รู้สึกอะไร ทว่าพักหลังไม่กี่วันมานี้ นางคิดถึงเรื่องนี้อีกครั้งก็มักจะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
หรงซิวเป็นคนเช่นไร ถ้าหากเขาไม่ต้องการให้แม่นางพวกนั้นมารบกวน เช่นนั้นแล้วก็ต้องมีวิธีทางที่ทำให้พวกนางไม่ต้องมาเกะกะสายตาอย่างแน่นอนอยู่แล้ว
ในวันนั้น เขากลับให้เยี่ยนชิงออกหน้าแทน ถึงจะเชิญแม่นางเหล่านั้นกลับไปได้
ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะไม่มีอะไรผิดแปลก ทว่านี่ไม่ใช่วิสัยของหรงซิว
นางสงบสติอารมณ์แล้วไตร่ตรองดีๆ ก็พอจะเดาเรื่องราวได้บ้างแล้ว
ในขณะที่หรงซิวเองก็หาได้ปฏิเสธสิ่งใด
นางเป็นคนที่ฉลาดมาตั้งแต่ไหนแต่ไร
“ไม่เจอกันหลายวัน ที่แท้เยว่เอ๋อร์ก็เอาแต่คิดถึงข้าอยู่นี่เอง”
ฉู่หลิวเยว่กลอกตาใส่เขา แล้วขี้เกียจจะต่อความยาวสาวความยืดกับเขา
เพราะรู้ดีว่าเขาหน้าไม่อายอยู่แล้ว
ก่อนที่นางจะเดินไปหากระถางสัมฤทธิ์ แล้วนางมองไปที่ข่ายอาคมสีเงินอย่างจริงจัง
“องค์ชายทรงมีของวิเศษไม่น้อย ข่ายอาคมนี้คงมีค่าอย่างยิ่ง”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์