ราตรีนั้นหรงซิวอยู่เคียงข้างฉู่หลิวเยว่ตลอดทั้งคืน
ครั้งแรกนางยังรู้สึกเขินอายอยู่บ้าง ถึงอย่างไรเสียขัดขืนไปก็ไม่เกิดผล ดังนั้นนางจึงต้องปล่อยตามเขาไป
มิรู้ว่าเป็นเพราะนางใช้พลังมากเกินหรือเปล่า ดังนั้นนางจึงผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
กลับกลายเป็นหรงซิวที่นอนไม่หลับทั้งคืน
อรุณวันรุ่งขึ้น เมื่อฉู่หลิวเยว่ตื่นขึ้นมา หรงซิวก็ออกไปข้างนอกแล้ว
คราวนี้นางจึงได้หลับอย่างสบาย พร้อมกับความรู้สึกอึดอัดในร่างกายของนางหายไป และร่างกายของนางก็ฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์
เดิมทีนางคิดว่าจะใช้เวลาพักฟื้นสักสองสามวัน แต่ยามนี้ดูเหมือนว่าไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว
ฉู่หลิวเยว่เดินไปที่ริมหน้าต่าง แล้วมองไปที่ลานอี๋เฟิงอย่างพินิจพิเคราะห์
เวลานี้ประตูลานอี๋เฟิงปิดแนบสนิท เห็นได้ชัดว่าไม่มีผู้ใดพักอยู่แล้ว
นางขมวดคิ้วเล็กน้อย
ตกลงคือเรื่องอะไรกันแน่ถึงได้ทำให้หรงซิวต้องรีบออกไปขนาดนี้
…
เมื่อเดินไปตามถนนในสำนัก ฉู่หลิวเยว่จึงรู้สึกชัดเจนว่าบรรยากาศทั้งสำนักดูตึงเครียดขึ้นมามาก
งานสมาคมเยาวชนใกล้เข้ามาแล้ว ทุกคนต้องการผลการแข่งขันที่ดี ไม่น่าแปลกใจที่ทุกคนตื่นเต้นและตั้งตารอ
ฉู่หลิวเยว่มาถึงเรือนพักของเลี่ยวจงซูเพียงผู้เดียว
ตอนนี้เหลือเพียงเขาคนเดียวที่อาศัยอยู่ที่นี่ ซึ่งบรรยากาศดูเปล่าเปลี่ยวอ้างว้างอย่างเห็นได้ชัด
ฉู่หลิวเยว่ผลักประตูเข้าไป ทันใดนั้นนางจึงเห็นเลี่ยวจงซูที่นอนนิ่งไม่ได้สติอยู่บนเตียง
นางเข้ามาขนาดนี้แล้ว ทว่าเขาก็ยังไม่รู้สึกตัวเลย แล้วดวงตาทั้งคู่ก็ยังคงปิดสนิท
ฉู่หลิวเยว่เดินไปที่ข้างเตียงแล้วจับชีพจรให้เขา ก่อนที่นางจะขมวดคิ้วมุ่น
ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้นางจะใช้ยารักษาเลี่ยวจงซู ถึงอย่างไรประสิทธิภาพของมันก็มีขีดจำกัด ตอนนี้ฤทธิ์ยาน่าจะจางหายจนเกือบหมดแล้ว และพิษในร่างกายของเขาก็พร้อมที่จะแตกตัวได้ทุกเมื่อ
แก่นพลังในร่างกายของเขาได้รับความเสียหายอย่างมาก จึงทำให้ยิ่งยากต่อการประคองอาการ
ฉู่หลิวเยว่เรียกเขา
“เลี่ยวจงซู ตื่นเถิด”
คนที่นอนอยู่บนเตียงไร้วี่แววตอบสนอง
นางผลักเขาแผ่วเบา จากนั้นเมื่อผ่านไปสักพัก เลี่ยวจงซูจึงค่อยๆ ตื่นขึ้นมา
เพียงแต่ว่า สีหน้าของเขาตอนนี้ดูซีดเซียวกว่าเมื่อวานเสียอีก ดวงตาทั้งคู่ของเขาดูอ่อนล้าหม่นแสง ราวกับว่าเขาจะหมดลมหายใจไปได้ทุกเมื่อ
ทันทีที่เห็นชัดว่าเป็นฉู่หลิวเยว่ แววตาของเลี่ยวจงซูก็วูบไหวเล็กน้อย แล้วพยายามยันกายลุกขึ้นมา
ตอนนี้เขามีแรงเหลือเสียที่ไหน
ฉู่หลิวเยว่ดันไหล่เขาเอาไว้
“อย่าเพิ่งขยับ เจ้ากินยาถอนพิษก่อนค่อยว่ากัน”
นางพูดพลางยื่นยาอายุวัฒนะไปให้
เมื่อเห็นสิ่งที่นางยื่นมามิใช่ยาต้ม แต่กลับเป็นยาอายุวัฒนะที่มีเพียงหมอเทวดาตัวจริงเท่านั้นที่จะสามารถหลอมมันออกมาได้ ดังนั้นเลี่ยวจงซูจึงตกตะลึงไปชั่วขณะ
“นี่…นี่คือยาถอนพิษที่เจ้าหามาเองหรือ”
น้ำเสียงของเขาอ่อนโหยโรยแรงอย่างยิ่ง ถ้าหากไม่ใช่เพราะฉู่หลิวเยว่เป็นคนฉลาดหูตาว่องไว เกรงว่าคงได้ยินเสียงเขาไม่ชัดเป็นแน่
ฉู่หลิวเยว่หยุดชะงักครู่หนึ่ง ทว่านางก็หาได้ปฏิเสธไม่
“อืม”
เลี่ยวจงซูหมดสิ้นความสงสัยในตัวนาง แล้วกลืนยาอายุวัฒนะลงไป
ทันทีที่เม็ดยาละลายในปาก พลังที่อันแสนอบอุ่นอ่อนโยนเคลื่อนที่ไปทั่วสรรพางค์กายของเขาทันที!
“หลังจากที่เจ้ากินยาถอนพิษไปแล้ว พิษที่ตกค้างจะถูกขับออกมาภายในหนึ่งวัน ทว่าร่างกายของเจ้าเสียหายมากเกินไป แล้วเจ้าจะต้องพักประมาณหนึ่งเดือนก่อน จึงจะสามารถฟื้นตัวได้เต็มที่”
เลี่ยวจงซูมองฉู่หลิวเยว่ด้วยความซาบซึ้ง
“บุญคุณครั้งนี้ จงซูไม่รู้ว่า…จะตอบแทบอย่างไรดี…”
ฉู่หลิวเยว่ส่ายหน้าพร้อมกับเอ่ยว่า
“เรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้าเหมือนกัน มีคนต้องการปองร้ายข้า เพียงแต่ว่ามันชิงลงมือกับเจ้าก่อน การรักษาให้เจ้าหายดี ถือเป็นเรื่องที่ข้าสมควรทำอยู่แล้ว”
ดวงตาของเลี่ยวจงซูฉายแววตกตะลึง
“ข้าไม่รู้ว่าผู้ใดคือคนที่อยู่เบื้องหลัง ดังนั้นตอนนี้ข้าจึงต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า”
เลี่ยวจงซูพยักหน้าพัลวัน
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์