สีหน้าหรงซิวเรียบเฉย และความเยือนเย็นก็แวบเข้ามานัยน์ตา!
ขาเรียวยาวของเขากำลังคิดที่จะก้าวไปข้างหน้า กลับต้องหยุดฝีเท้าลงอีกครั้ง เมื่อเห็นโล่ดำด้านหน้าฉู่หลิวเยว่ที่ถูกปกคลุมไปด้วยแสงอันเจิดจ้า
ในเวลาเช่นนี้ไม่ว่าใครที่ผ่านมาล้วนเปล่าประโยชน์ทั้งสิ้น
ทั้งหมดนี้…สามารถพึ่งพาตนเองได้!
สิบสามผู้พิทักษ์เยว่และคนอื่นๆ ทุกคนล้วนเห็นเหตุการณ์ในครั้งนี้ จึงค่อยๆ เผยสีหน้ากังวลออกมา
“นายท่าน!”
เฉิงอียกมือขึ้นเพื่อส่งสัญญาณให้ทุกคนใจเย็นลง
“พี่ใหญ่?”
ตอนนี้ไม่เพียงสิบสามทุกคนเท่านั้น แม้แต่ซานซานยังลังเลเล็กน้อยอีกด้วย
สถานการณ์ของนายท่านดูไม่ดีเลยจริงๆ…
สีหน้าของเฉิงอีสงบราบเรียบ และไม่มีความเห็นอันใด
ถึงแม้ว่าหลายคนดูร้อนรน เพียงแต่ยังตั้งตารอยคอยอยู่ที่เดิม
“เสียงเอ่ยแหบแห้ง…”
เดิมที่ซานซานต้องการจะพูดอันใดบางอย่าง แต่จู่ๆ ก็ขมวดคิ้วขึ้น
“พี่สาม เป็นอันใดไป”
สิบสามเอ่ยถามในทันที
ซานซานโบกมือไปมาและบนใบหน้าปรากฏรอยย่นขึ้น
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร แค่…ช่องว่างเล็กๆ นั่นกำลังจะพังแล้ว!”
เสียงหัวเราะลั่น!
ทันทีที่พูดจบแสงส่องสว่างก็พุ่งออกมาจากทิศทางของผาธารใส!
สีฟ้าแผ่นบางๆ นั่นถูกพันด้วยเปลวไฟที่ส่องสว่างและตกลงยังตำแหน่งตื้นที่สนิทหลุดลอกออกมาในตอนแรก
ตูม!
ดูเหมือนเป็นเพราะได้รับการบีบคั้นที่ปั่นป่วนจากมิติรอบๆ จึงทำให้ผาธารใสก็เริ่มพังทลายลง!
หินก้อนใหญ่กลิ้งตกลงมาจากภูเขา ส่งเสียงดังสนั่น!
เปลือกตาของซานซานกระตุกขึ้นอย่างแรง จนรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอย่างมากพลางพูดขึ้นว่า
“ของ…ของรักของข้า!
ถ้าหากมิติเล็กๆ นั้นถูกทำลายลง ความสูญเสียคงมิอาจประเมินได้!
เพียงแค่คิดเรื่องนี้ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดใจขึ้นมาจริงๆ!
อย่างใดก็ตามในเวลานี้ที่ฉู่หลิวเยว่ลอยอยู่กลางอากาศ จู่ๆ นางก็ยกมือขึ้น!
อาณาเขตเซียนเทพสีเงินแดงพุ่งออกไปราวกับแม่น้ำแห่งสวรรค์ที่โปรยปรายลงมา!
ในชั่วพริบตาผาธารใสก็ถูกปกคลุม
แสงรัศมีที่กระพริบระยิบระยับเบาๆ ดึงดูดความสนใจของผู้คนโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่วุ่นวายเช่นนี้
ดวงตาของซานซานพลันสว่างในพริบตา!
นายท่านได้ลงมือด้วยตนเอง เพื่อปกป้องมิติเล็กๆ ของเขา!
“นายท่านดียิ่งนัก ฮือออ!”
ซานซานแทบจะน้ำตาไหลออกมาด้วยความดีใจ
สิ้นหวังก่อน ถึงจะมีหวัง ความรู้สึกขึ้นๆ ลงๆ เช่นนี้ ช่างเจ็บแสบเกินไปจริงๆ
หัวใจดวงเล็กๆ ของเขาใกล้จะรับไม่ไหวแล้วใช่หรือไม่
เฉิงอีชำเลืองมาเขาเบาๆ พลางยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่พูดอันใด
ยอดเขาหลายแห่งที่ถูกทำลายลงไปก่อนหน้านี้ และทางฝั่งนายท่านก็ไร้ความเคลื่อนไหวใดๆ
ทางฝั่งผาธารใสเพิ่งจะมีการเคลื่อนไหวขึ้น นางท่านจึงตัดสินใจลงมืออย่างไม่ลังเล
เพียงเท่านี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่านายท่านก็มิอาจเสียมิติเล็กๆ นั่นไปได้เช่นกัน
เมื่อเห็นซานซานตื่นเต้นเช่นนี้ สำหรับเฉิงอีก็ยากที่เขาจะไม่แสดงความใจดีมีเมตตาออกมา
“อาณาเขตเซียนเทพของนายท่าน…เหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อก่อนแล้วอย่างนั้นหรือ”
อู่เหยาจ้องมออาณาเขตเซียนเทพที่ไหลช้า ๆ เหมือนน้ำตกพลางพึมพําเบา ๆ
“พี่ห้า ท่านก็สัมผัสได้หรือ”
อวี๋จิ่วพยักหน้าเห็นด้วย
“ข้าก็รู้สึกแบบนี้เหมือนกัน…”
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะอยู่ห่างจากฉู่หลิวเยว่เล็กน้อย แต่ตอนที่ยืนอยู่ที่นี่กลับสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่น่าอัศจรรย์ที่แพร่กระจายไปทั่ว ตอนที่อาณาเขตเซียนเทพนั่นเอียงลงมา
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาเห็นนายท่านของตนกางอาณาเขตเซียนเทพ แต่ครั้งนี้…ราวกับมีพลังปราณและการบีบคั้นที่แข็งแกร่งที่สุด!
“อาณาเขตเซียนเทพยังแข็งแกร่งขึ้นอีกหรือ”
สิบสามมีสีหน้าสับสนงุนงง
อาณาเขตของผู้แข็งแกร่งระดับเทพขั้นสูง ไม่ใช่หลังจากที่เลื่อนขั้นเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์แล้ว ถึงจะมีโอกาสเพิ่มระดับได้ไม่ใช่หรอกหรือ“
ภาพเมฆาเคลื่อนคล้อยนี้เป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งจุนเจ๋อและยังเป็นสิ่งล้ำค่าของตระกูลหนาน!
ซึ่งแตกต่างจากอาวุธศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ที่ดูน่าเกรงขามและใช้สำหรับต่อสู้รบราฆ่าฟัน ของล้ำค่านี้มีเพียงหน้าที่เดียวไม่ว่าเจ้าของเป็นใครก็ตาม
และสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้โดยการบังคับเปิดมิติภายในเวลาอันสั้นและส่งผู้ที่ครอบครองมันไปยังที่อื่น!
โดยปกติไปแล้ว สิ่งนี้คือค่ายกลเคลื่อนย้ายที่พกติดตัวไปได้
เมื่อได้ยินเข้าบางทีคนส่วนใหญ่คิดว่าสิ่งนี้เป็นของธรรมดา ไม่ได้พิเศษอันใด
แต่มีเพียงคนที่เข้าใจพลังของมันจริงๆ เท่านั้น ถึงจะรู้ว่าของสิ่งนี้ทรงพลังมากเพียงใด!
ในเวลาปกติที่ต่อสู้เข่นฆ่ากัน ภาพเมฆาเคลื่อนคล้อยนี้อาจจะไร้ประโยชน์ แต่ในช่วงเวลาวิกฤตมันกลับสามารถช่วยรักษาชีวิตเอาไว้ได้!
เช่นเดียวกับในเวลานี้!
ลั่วเหยี่ยนและคนอื่นๆ พยายามหนีออกไปก่อนหน้านี้ แต่ล้วนจบลงด้วยความล้มเหลว
ความหวังเดียวในตอนนี้ก็คือภาพเมฆาเคลื่อนคล้อยนี้แล้ว!
“แต่ของสิ่งนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าใหญ่หรือเล็กตั้งแต่แรก….”
ผู้อาวุโสท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย พูดได้เพียงครึ่ง จู่ๆ ก็ตื่นตกใจและรู้สึกเสียมารยาท เมื่อเห็นลั่วเหยี่ยนมองมาอย่างน่าหวาดกลัว เขาจึงรีบหยุดพูดลงในทันที
ใบหน้าของลั่วเหยี่ยนไม่ได้แสดงความรู้สึกอันใด
“การออกเดินทาง คุณชายใหญ่ได้มอบของสิ่งนี้ให้ข้าเป็นพิเศษเพื่อเก็บรักษาเอาไว้ เดิมทีคิดว่าจะรอหลังจากฆ่าหรงซิวกับซั่งกวนเยว่แล้ว จึงค่อยกลับตระกูลหนาน…”
ผู้อาวุโสหลายท่านต่างเงียบเสียงลง
ก้มหน้าอย่างละอายใจ
จริงๆ แล้วพวกเขาล้วนไม่เชื่อคำพูดเช่นนี้ของลั่วเหยี่ยน
ภาพเมฆาเคลื่อนคล้อยมีสถานะสูงสุดของตระกูลหนาน และผู้นำตระกูลเป็นผู้เก็บรักษามาโดยตลอด
ในครั้งนี้คาดว่าเป็นผู้นำตระกูลที่แอบขโมยของมาให้คุณชายใหญ่ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เขาได้ใช้มัน…
ต่อให้สู้ไม่ได้ หนีก็ยังได้!
หนานอวี่สิงไม่ใช่ไม่รู้ถึงความสำคัญของของล้ำค่านี้ เหตุใดถึงมอบให้ลั่วเหยี่ยนได้เล่า
แน่นอนว่าเขาพกติดตัวมาเองก็สามารถใช้ได้ อีกทั้งยังสามารถปกป้องชีวิตตัวเขาไว้ได้อีก!
แต่ในเวลานี้กับปัญหาเหล่านี้ที่แก้ไขไม่ได้อย่างเห็นได้ชัด
พรึบ!
ลั่วเหยี่ยนหมุนข้อมือและเปิดภาพเมฆาเคลื่อนคล้อยออกในทันที!
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...