เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1961

………………..

ดวงตาอี้เหวินเทาเปล่งประกาย

ในที่สุดก็จะใช้มันแล้วหรือ?

แต่การเคลื่อนไหวของนางในวินาทีถัดมาทำให้เขารู้สึกผิดหวังอย่างมาก

นางปล่อยมือแล้ววางโล่ผสานนภาลงกับพื้น เหมือนว่าไม่ต้องการใช้มัน

จากนั้นฉู่หลิวเยว่ก็เสียบกระบี่ชื่อเซียวลงกับพื้นอย่างรุนแรง!

รอยแตกร้าวขยายตัว

อี้เหวินเทารู้สึกประหลาดใจมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ฉู่หลิวเยว่ไม่ต้องการจะสู้ต่อไปแล้วหรือ?

แต่เมื่อดูจากการกระทำของนางแล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่…

พรึ่บ!

ลำแสงสีชาดพุ่งออกมาอย่างกะทันหัน!

ด้านหน้าของฉู่หลิวเยว่มีม้วนหนังสือสีชาดลอยอยู่กลางอากาศ

หนานเหอเถียนแทบจะเบิกตากว้างขึ้นในทันที

“ภาพเมฆาเคลื่อนคล้อย!”

ทันทีที่สิ้นเสียง สีหน้าของทุกคนในตระกูลหนานก็ย่ำแย่ขึ้นมาในทันที

ในตอนแรกพวกเขาก็ไม่กล้ามั่นใจนัก แต่หนานเหอเถียนติดตามหนานอีฝานมานาน ดังนั้นจึงน่าจะคุ้นเคยมากกว่าเขา

ในเมื่อเขาพูดออกมาเช่นนี้แล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเป็นภาพเมฆาเคลื่อนคล้อยไม่ผิดแน่!

“ซั่งกวนเยว่ไม่เพียงแต่จะจับลั่วเหยี่ยนและคนอื่นๆ เป็นเชลยแล้ว นางยังแย่งชิงภาพเมฆาเคลื่อนคล้อยมาอีก!”

คนผู้หนึ่งอุทานออกมาด้วยความตกใจอย่างอดไม่ได้

และในตอนนี้หนานอวี่สิงตายแล้ว เพียงผู้อาวุโสไม่กี่คน บางคนก็เสียชีวิตแล้ว บางคนก็หักหลังตระกูลหนาน

สุดท้ายหากภาพเมฆาเคลื่อนคล้อยตกอยู่ในมือของฉู่หลิวเยว่มันก็ไม่น่าแปลกใจเลย

เพียงแต่ว่าของชิ้นนี้เป็นสมบัติล้ำค่าของตระกูลหนาน ตอนนี้กลับถูกฉู่หลิวเยว่แย่งชิงไปแล้ว คนตระกูลหนานจึงรู้สึกไม่ดีอย่างแน่นอน

หนานเหอเถียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพยายามสงบสติอารมณ์ของตนเอง

“วางใจเถอะ นั่นเป็นของของท่านประมุข นางใช้ไม่…”

ฟิ้ว!

ฉู่หลิวเยว่ยกมือขึ้นเบาๆ ภาพเมฆาเคลื่อนคล้อยก็เปิดออกมาในทันที!

หนานเหอเถียนสำลักไป คำพูดที่เหลือยังคงติดค้างอยู่ในลำคอ ในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง

คนตระกูลหนานที่เหลือก็ไม่ได้มีสีหน้าดีไปกว่าการเสียเท่าไรเลย

ที่นางสามารถทำเช่นนี้ได้…หรือว่าภาพเมฆาเคลื่อนคล้อยยอมรับนางเป็นเจ้าของแล้ว?

แต่…หนานอีฝานยังไม่ตายนี่นา!

อี้เหวินเทาเหลือบสายตาไปมองภาพเมฆาเคลื่อนคล้อย บนใบหน้าของเขามีประกายแห่งความตกใจอย่างหาได้ยาก

เขากับหนานอีฝานรู้จักกันมานานแล้ว ดังนั้นจึงรู้ว่าหนานอีฝานให้ความสำคัญกับของวิเศษชิ้นนี้มากขนาดไหน

ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็นห่วงหนานอวี่สิง เขาไม่มีทางหยิบของชิ้นนี้ออกมาแน่นอน

แต่ใครจะรู้เล่าว่าสุดท้ายฉู่หลิวเยว่จะเป็นคนได้ไป?

แต่ประเด็นสำคัญเลยก็คือ…เหมือนว่าฉู่หลิวเยว่จะรู้วิธีใช้ของของสิ่งนี้?

ความคิดนี่เพิ่งปรากฏขึ้นมา อี้เหวินเทาก็เห็นฉู่หลิวเยว่ยื่นมือออกไป

นิ้วเรียวยาวขาวละเอียดดุจดั่งหยก

ค่ายกลหลากหลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบล้วนมีลมปราณที่แข็งแกร่งแผ่กระจายออกมา อาณาเขตเทพเซียนของอี้เหวินเทาเริ่มสั่นสะเทือนขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว!

ทันทีที่เขาสังเกตเห็นจุดนี้ ความไม่สบายใจก็พวยพุ่งขึ้นมาในความคิดของอี้เหวินเทาทันที

ต้องบอกก่อนว่าปรมาจารย์ค่ายกลระดับยอดปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ สามารถสู้เทียบเท่าได้กับผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์!

ในตอนนี้ตรงหน้าเขามีค่ายกลหลายสิบรูปแบบลอยอยู่!

นี่แทบจะเทียบเท่ากับมียอดปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่มาต่อสู้กับเขาแล้ว!

เขาหันศีรษะเหลือบไปมองที่หนานอีฝาน

ในตอนนี้หนานอีฝานกำลังสลบไสลอาการร่อแร่ ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าเรื่องทั้งหมดนี้มันคือเรื่องอันใดกันแน่

อี้เหวินเทาหันไปมองฉู่หลิวเยว่ด้วยความโกรธอีกครั้ง สายตาเหมือนกำลังมองสัตว์ประหลาดอยู่

ในที่สุดตอนนั้นเขาก็ตัดสินใจได้ว่า ‘เดิมทีหนานอีฝานไม่ได้เป็นเจ้าของของภาพเมฆาเคลื่อนคล้อยนั่นตั้งแต่แรก!’

ไม่อย่างนั้นแล้วละก็ ฉู่หลิวเยว่กระทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้แล้ว ไม่มีทางที่หนานอีฝานจะไม่มีการตอบสนองเลยแม้แต่น้อย!

แต่ยิ่งไปกว่านั้น แม้กระทั่งภาพเมฆาเคลื่อนคล้อยที่แท้จริงเป็นอย่างใดเหมือนว่าเขาจะไม่รู้ด้วยซ้ำ!

หากเขารู้และบอกให้กับหนานอวี่สิง จุดจบของอีกฝ่ายคงไม่เป็นเช่นนี้แน่

ซึ่งนั่นก็หมายความว่า…

ตระกูลหนานเก็บรักษาภาพเมฆาเคลื่อนคล้อยมาเป็นเวลาพันปี แต่ความจริงแล้วมันกลับไม่เคยเป็นของพวกเขาเลย แต่โชคชะตาสรรค์สร้างจนของชิ้นนี้กลายเป็นของฉู่หลิวเยว่!

ดวงตาของฉู่หลิวเยว่ลุกเป็นไฟ พร้อมจ้องไปยังอี้เหวินเทาที่อยู่ตรงหน้าตาเขม็ง

จากนั้นนางก็โคจรพลังภายในร่างกายแล้วตะโกนขึ้นมาว่า

“ไป!”

ทันทีที่สิ้นเสียงค่ายกลหลายสิบรูปแบบก็เคลื่อนตัวเข้าหาอี้เหวินเทาอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง!

พลังนั้นรุนแรงบ้าคลั่ง ไม่ว่าจะพัดผ่านไปที่ใด อาณาเขตเทพเซียนสีเขียวก็ปลิวกระจัดกระจายออกไปทันที!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์