………………..
เหตุใดจึงจงใจถ่วงเวลา
“ไม่ว่าจะเป็นอันดับหนึ่งหรือไม่ ขอแค่เป็นกลุ่มแรกที่ได้ไป ก็ถือว่าผ่านการทดสอบแล้ว ไม่ใช่หรือ?”
ฉู่หลิวเยว่ขัดจังหวะคำพูดของเขาด้วยรอยยิ้ม
“พวกข้ามาเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้ เดิมทีเป็นเรื่องบังเอิญ อันดับที่หนึ่งสำหรับพวกเขากลับไม่ได้นึกถึงมันมากเกินไปนัก ขอเพียงผลลัพธ์สุดท้ายเหมือนกัน คนอื่นล้วนไม่สำคัญ ใช่หรือไม่”
เฮ่อจื่อจี้พูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง
เขาดูออกว่าคำพูดที่ฝ่ายตรงข้ามพูดออกมานั่นดูจริงใจอย่างแท้จริง
พวกเขาไม่ได้สนใจอันดับที่หนึ่งนั่นจริงๆ
เป็นไปได้ว่าสิ่งนี้คือความมั่นใจในพลังที่แข็งแกร่งกระมัง…
เฮ่อจื่อจี้รู้สึกทอดถอนใจครู่หนึ่ง ทั้งรู้สึกอิจฉาทั้งปล่อยวางอยู่บ้าง
อันที่จริงที่พวกเขาพูดก็ถูก ขอเพียงสามารถอยู่ในรายชื่อในอันดับสุดท้าย เช่นนั้นก็ถือว่าได้ที่หนึ่ง และไม่มีอะไรสำคัญไปกว่านั้น
“ถึงแม้ว่าจะมีคนไปถึงแล้ว การทดสอบเช่นนี้น่าจะใกล้สิ้นสุดลงแล้ว”
หรงซิวมองไปทางฉู่หลิวเยว่
“พวกเราก็ไปเถอะ”
…
หลังจากที่ตัดสินใจทำสิ่งนี้แล้วความเร็วของหลายคนก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก
บนทางก็ไม่ได้เจอกับปัญหาอะไรอีก และถนนไม่ไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดพวกเขาก็ถึงยอดเขา
ในขณะนั้นบนยอดเขามีคนยืนอยู่สิบแปดคน
เสี่ยวโจวก็อยู่ในนั้นด้วย
“นึกไม่ถึงว่าพวกเขาทั้งสี่คนจะมาถึงพร้อมกันด้วยหรือ”
หงอันลงมาจากตำแหน่งกลางอากาศและบันทึกลำดับรายชื่อทีละคนๆ
เมื่อเห็นพวกเขาหลายคน ในตาของเขาก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นอยู่หลายส่วน
“ข้าจำได้ว่า ตอนพวกเจ้าเริ่มต้นจากเชิงเขา ก็ลงมือพร้อมกันไม่ใช่หรือ”
ดูฉู่หลิวเยว่กับหรงซิวไม่มีเหตุผลที่จะเอ่ยปาก เฮ่อจื่อจี้รู้จึงรีบพูดขึ้น
“ใช่”
หงอันมองพวกเขา
ทั้งสี่คนนี้แทบจะไม่ได้รับบาดเจ็บอันใดเลย บนตัวเพียงเปื้อนคราบเลือดนิดหน่อยเท่านั้น
ส่วนคนอื่นๆ ที่เข้าร่วม แต่คนทั้งหมดสามารถพุ่งไปข้างหน้าได้นั้นกลับมีน้อยนัก
ดูแล้วพลังไม่ธรรมดา
สีหน้าของหรงอันดูกระตือรือร้นขึ้นเล็กน้อย
“ยินดีกับพวกเจ้าที่ผ่านการทดสอบ เช่นนั้นก็แจ้งชื่อเถอะ!”
เฮ่อจื่อจี้ที่อยู่ข้างหน้าสุดแจ้งชื่อและอายุของตน
ตามมาด้วยเฮ่อจื่อหลานเป็นคนต่อไป
หรงซิวกับฉู่หลิวเยว่เป็นคนสุดท้าย แน่นอนว่าพวกเขาแจ้งชื่อโดยใช้นามแฝง
แต่ทว่าตอนแจ้งอายุ จู่ๆ ฉู่หลิวเยว่ก็เปลี่ยนความคิด และเปลี่ยนคำตอบที่เตรียมไว้ก่อนหน้า
“สิบเจ็ด”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ สายตาของหงอันพลันสว่างขึ้น และมองฉู่หลิวเยว่อย่างละเอียดอีกครั้ง
“เจ้าอายุแค่สิบเจ็ดหรือ”
การปลอมตัวของฉู่หลิวเยว่ในตอนนี้ดูเหมือนอายุประมาณยี่สิบปีได้
ตอนนี้ที่นางพูดว่าอายุสิบเจ็ดขึ้นมาอย่างกระทันหัน เห็นได้ชัดว่าดูเด็กลงอย่างมากในทันที
แต่หงอันกลับดูเหมือนดีใจเป็นพิเศษ
“ใช่”
ฉู่หลิวเยว่ตอบกลับ และถามขึ้นอย่างไม่สนใจ
“มีอันใดไม่ถูกงั้นหรือ”
หงอันหัวเราะอย่างเก้อเขิน
“ไม่มี…ไม่มี! ข้าเพียงแต่คิดว่า อายุสิบเจ็ดปี…อนาคตไกลอย่างแน่นอน!”
ฉู่หลิวเยว่ยิ้มจางๆ เหมือนจะเชื่อในคำพูดประโยคนี้
“จริงสิ ยังพอมีเวลาอีกสักพักกว่าการทดสอบจะสิ้นสุดลง พวกเจ้าพักผ่อนกันก่อนเถอะ”
ท่าทางของหงอันดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด
และนี่เพียงเพราะได้ยินฉู่หลิวเยว่บอกว่าอายุน้อยกว่าที่คาดไว้
แต่น่าเสียดายนัก…
หรงอันผู้นี้คงไม่ได้มีความคิดที่ดีอะไร
พวกเขาหลายคนส่วนใหญ่ล้วนได้รับบาดเจ็บ แต่โดยพื้นฐานแล้วไม่ได้ร้ายแรงมากนัก
คนอื่นๆ ต่างทยอยหาที่รอของตนเอง และคิดที่จะรอที่หนึ่งเดือน
เสี่ยวโจวไม่ได้เข้ามาทักทายฉู่หลิวเยว่และคนอื่นๆ และเขายังนั่งอยู่คนเดียว ตรงข้างหน้าทางด้านขวาของฉู่หลิงเยว่
เพียงมองขึ้นไปก็จะเห็นฝ่ายตรงข้าม
ยอดเขาของเขาไท่อินนี้ เหมือนถูกตัดขาดเป็นส่วนๆ ทั้งราบเรียบและกว้างอย่างมาก
ซึ่งมากพอที่จะรองรับพวกเขาห้าสิบเอ็ดคนได้
ทุกคนต่างนั่งแยกกัน หลังจากกล่าวทักทายกันไม่กี่ประโยคก็เงียบเสียงลง
บางคนเริ่มลองฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของตนเอง
คนอื่นๆ กำลังดูดซับพลังสวรรค์และโลกจึงเริ่มการฝึกฝน
อย่างไรก็ตามเมื่อมองดูทั้งหมดล้วนปกติอย่างมาก
หลังจากหงอันนับจำนวนคนที่เหลือเสร็จแล้ว ก็กลับไปบนท้องฟ้าและยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศ
ฉู่หลิวเยว่เงยหน้ามองอยู่แวบหนึ่ง
เวลาเช่นนี้แล้ว เหตุใดเขายังขึ้นไปอยู่อีกหรือ
นางมักจากรู้สึกถึงท่าทางที่กวาดตามองเช่นนี้อย่างอวดดีและแปลกประหลาดอยู่หลายส่วน
แม้แต่…ความคลุมเครือทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกจับตามอง
สุดท้ายฉู่หลิวเยว่ยังคงกดความคิดเอาไว้ในใจและค่อยๆ หลับตาลง
…
เวลาเคลื่อนผ่านเงียบสงัด ลมภูเขาพัดผ่านปลิวว่อน
พลบค่ำมาเยือน พระจันทร์เต็มดวงลอยอยู่กลางนภา
ความเยือกเย็นจึงพัดผ่านเข้ามา
จู่ๆ ฉู่หลิวเยว่ก็ลืมตาขึ้น!
พลังปราณเดิมในร่างของนาง กำลังเคลื่อนผ่านอย่างสงบ!
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...