………………..
เสียงเอ่ยถามเสียงหนึ่งนี้ ทุ้มต่ำเย็นเฉียบ กดดันหนักหนา
ทุกถ้อยทุกคำ ล้วนราวกับเป็นยอดเขาลูกหนึ่ง ทาบทับลงมาในใจของมั่วสือเชียนอย่างหนักอึ้งไร้ที่ปรียบ!
เขาต้องการอะไรน่ะหรือ
ย่อมเป็นของที่อยู่ในกายฉู่หลิวเยว่ชิ้นนั้นอย่างไรเล่า!
แต่วาจานี้ กลับไม่อาจเอ่ยออกไปได้
ความเงียบสงัดผืนหนึ่ง แทรกเข้ามาเผชิญหน้ากับผู้คนในเหตุการณ์
บรรยากาศราวกับว่าจะจับตัวแข็งอย่างไรอย่างนั้น
ผู้คนทั้งหมดต่างกลั้นใจรอคอย
เวลานี้ คล้ายว่าแม้แต่การหายใจก็ผิดแล้ว
“…เป็นการเข้าใจผิด”
สุดท้าย มั่วสือเชียนก็เปิดค่อยๆ ปากออก
ทุกถ้อยทุกคำของเขา ล้วนราวกับว่ากัดฟันพ่นออกมาอย่างไรอย่างนั้น
“ก่อนหน้านี้ สือเชียนไม่รู้ว่าซั่งกวนเยว่และท่านมีความสัมพันธ์เช่นนี้ ล่วงเกินไปมากมาย ยังหวังว่าผู้อาวุโสจะให้อภัย”
นี่เป็นการก้มหน้าประนีประนอมแล้ว!
ประดาผู้คนของถ้ำปีศาจทมิฬต่างก็ตื่นตกใจก่อนคราหนึ่งเป็นอันดับแรก ต่อมาต่างก็เผยสีหน้าเศร้าสลดสิ้นหวังไปตามๆ กัน
กระทั่งประมุขล้วนเอ่ยเช่นนี้แล้ว…
ก็ใช่…
พวกเขาสิ้นเปลืองความคิดทั้งหมดเชื้อเชิญความช่วยเหลือจากภายนอกมา สุดท้ายกลับคาดไม่ถึงว่าจะเพื่อมาพยุงเอวให้กับอีกฝ่าย
เช่นนั้นศึกนี้ จะรบกันต่อไปได้อย่างไร
“เมื่อครู่ข้าได้ยินอย่างชัดถ้อยชัดคำ เจ้าคิดอยากจะสังหารพวกนางหนูเยว่เออร์ ข้าแม้ว่าอายุจะมากแล้ว แต่ก็ไม่ถึงขั้นตาฟางหูตึง ต่อให้นับว่าเป็นความเข้าใจผิดจริง รึว่า…หลายปีก่อนผิดครั้งหนึ่ง เวลานี้ก็ยังผิดอีกครั้งหนึ่งหรือ”
มั่วสือเชียนปิดตาลงครู่หนึ่ง สูดหายใจเข้าลึก ถึงได้กดอารมณ์พลุ่งพล่านในใจกลับลงไปอย่างไม่ง่ายดาย
“…เรื่องเหล่านี้พูดไปแล้วก็ยาว เวลาเพียงครู่หนึ่ง ไร้หนทางแจกแจงให้ชัดเจนแก่ท่านได้…”
“เวลาของข้ามากมายนัก เจ้ามีเรื่องอันใดจะพูด แค่พูดมาก็ได้แล้ว หากสามารถแก้ไขความเข้าใจผิดระหว่างพวกเจ้าได้ ข้าก็นับว่าได้ทำเรื่องดีเรื่องหนึ่งมิใช่หรือ”
ผู้อาวุโสลำดับห้าหัวร่อเสียงหนึ่ง
แต่เมื่อเสียงหัวร่อนี้ดังไปถึงในหูของมั่วสือเชียน ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าช่างเสียดสีเป็นที่สุด!
เขาคล้ายว่าจะกัดฟันเหล็กทั่วทั้งปากจนแหลกละเอียดแล้ว!
เวลานี้ในเหนุการณ์นี้ ไร้หนทางเก็บกวาดแล้วอย่างแท้จริง!
ชี้แจงหรือ
ไม่ต้องชี้แจ้งอะไรเลย!
เรื่องเหล่านั้นก็เป็นเขาทำ เขาจะชี้แจงให้ชัดเจนได้อย่างไร
คิดแล้วคิดเล่า มั่วสือเชียนก็คิดไม่ออก คิดไม่ถึงว่าฉู่หลิวเยว่จะยังมีภูเขาพึ่งพิงเช่นนี้!
เขาพยักหน้าเล็กน้อย ไม่เอ่ยแม้แต่คำหนึ่ง
เมื่อเห็นท่าทีตอบสนองนี้ของเขา ผู้อาวุโสลำดับห้าจะยังมีข้อสงสัยดีๆ อะไรได้อีกเล่า
“มั่วสือเชียน เจ้า…”
หนึ่งประโยคยังเอ่ยไม่ทันจบ มั่วสือเชียนก็พลันขยับแล้ว!
เขาเปลี่ยนกำปั้นเป็นหมัด คิดไม่ถึงว่าจะฟาดลงไปทางแดนสวรรค์โลหิตที่อยู่ตรงหน้า!
ในเมื่อที่เชิญมามิใช่ผู้ช่วยเหลือ เช่นนั้น…ก็ไม่จำเป็นต้องเคารพนบนอบอีกแล้ว!
ม่านหมอกสีดำอันเข้มข้น เข้าปกคลุมกระจกโลหิตสวรรค์ในชั่วพริบตา!
เขาต้องการจะทำลายกระจกโลหิตสวรรค์!
ด้านในนี้กักเก็บลมปราณสายหนึ่งของผู้อาวุโสลำดับห้าเอาไว้
หากกระจกโลหิตสวรรค์ถูกทำลาย เช่นนั้นผู้อาวุโสลำดับห้าก็จะได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้
อีกทั้ง หากไม่มีกระจกโลหิตสวรรค์แล้ว เขาก็ไร้หนทางลงมือแล้ว
“ในเมื่อผู้อาวุโสไม่คิดจะช่วยเหลือ เช่นนั้นก็อย่าโทษพวกข้าว่าไม่เกรงใจ!”
วาจายังไม่ทันจบ มั่วสือเชียนก็ฟาดลงที่ใจกลางของกระจกโลหิตสวรรค์อย่างรุนแรงหมัดหนึ่งแล้ว!
“ประมุข!”
พวกโต้วหมิ่นเห็นเช่นนั้น ล้วนตะลึงงันคราหนึ่ง ต่างส่งเสียงอุทานกันออกมา!
พวกเขาล้วนชัดแจ้งเป็นอย่างมาก โลหิตสวรรค์นี้มีการเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่นถึงที่สุดกับมั่วสือเชียน
การฝึกปราณส่วนใหญ่ของเขา ล้วนต้องอาศัยสิ่งนี้
หากได้รับบาดเจ็บมา โดยพื้นฐานแล้วก็ล้วนพึ่งพาโลหิตสวรรค์ในการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...