เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2017

………………..

เสียงเอ่ยถามเสียงหนึ่งนี้ ทุ้มต่ำเย็นเฉียบ กดดันหนักหนา

ทุกถ้อยทุกคำ ล้วนราวกับเป็นยอดเขาลูกหนึ่ง ทาบทับลงมาในใจของมั่วสือเชียนอย่างหนักอึ้งไร้ที่ปรียบ!

เขาต้องการอะไรน่ะหรือ

ย่อมเป็นของที่อยู่ในกายฉู่หลิวเยว่ชิ้นนั้นอย่างไรเล่า!

แต่วาจานี้ กลับไม่อาจเอ่ยออกไปได้

ความเงียบสงัดผืนหนึ่ง แทรกเข้ามาเผชิญหน้ากับผู้คนในเหตุการณ์

บรรยากาศราวกับว่าจะจับตัวแข็งอย่างไรอย่างนั้น

ผู้คนทั้งหมดต่างกลั้นใจรอคอย

เวลานี้ คล้ายว่าแม้แต่การหายใจก็ผิดแล้ว

“…เป็นการเข้าใจผิด”

สุดท้าย มั่วสือเชียนก็เปิดค่อยๆ ปากออก

ทุกถ้อยทุกคำของเขา ล้วนราวกับว่ากัดฟันพ่นออกมาอย่างไรอย่างนั้น

“ก่อนหน้านี้ สือเชียนไม่รู้ว่าซั่งกวนเยว่และท่านมีความสัมพันธ์เช่นนี้ ล่วงเกินไปมากมาย ยังหวังว่าผู้อาวุโสจะให้อภัย”

นี่เป็นการก้มหน้าประนีประนอมแล้ว!

ประดาผู้คนของถ้ำปีศาจทมิฬต่างก็ตื่นตกใจก่อนคราหนึ่งเป็นอันดับแรก ต่อมาต่างก็เผยสีหน้าเศร้าสลดสิ้นหวังไปตามๆ กัน

กระทั่งประมุขล้วนเอ่ยเช่นนี้แล้ว…

ก็ใช่…

พวกเขาสิ้นเปลืองความคิดทั้งหมดเชื้อเชิญความช่วยเหลือจากภายนอกมา สุดท้ายกลับคาดไม่ถึงว่าจะเพื่อมาพยุงเอวให้กับอีกฝ่าย

เช่นนั้นศึกนี้ จะรบกันต่อไปได้อย่างไร

“เมื่อครู่ข้าได้ยินอย่างชัดถ้อยชัดคำ เจ้าคิดอยากจะสังหารพวกนางหนูเยว่เออร์ ข้าแม้ว่าอายุจะมากแล้ว แต่ก็ไม่ถึงขั้นตาฟางหูตึง ต่อให้นับว่าเป็นความเข้าใจผิดจริง รึว่า…หลายปีก่อนผิดครั้งหนึ่ง เวลานี้ก็ยังผิดอีกครั้งหนึ่งหรือ”

มั่วสือเชียนปิดตาลงครู่หนึ่ง สูดหายใจเข้าลึก ถึงได้กดอารมณ์พลุ่งพล่านในใจกลับลงไปอย่างไม่ง่ายดาย

“…เรื่องเหล่านี้พูดไปแล้วก็ยาว เวลาเพียงครู่หนึ่ง ไร้หนทางแจกแจงให้ชัดเจนแก่ท่านได้…”

“เวลาของข้ามากมายนัก เจ้ามีเรื่องอันใดจะพูด แค่พูดมาก็ได้แล้ว หากสามารถแก้ไขความเข้าใจผิดระหว่างพวกเจ้าได้ ข้าก็นับว่าได้ทำเรื่องดีเรื่องหนึ่งมิใช่หรือ”

ผู้อาวุโสลำดับห้าหัวร่อเสียงหนึ่ง

แต่เมื่อเสียงหัวร่อนี้ดังไปถึงในหูของมั่วสือเชียน ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าช่างเสียดสีเป็นที่สุด!

เขาคล้ายว่าจะกัดฟันเหล็กทั่วทั้งปากจนแหลกละเอียดแล้ว!

เวลานี้ในเหนุการณ์นี้ ไร้หนทางเก็บกวาดแล้วอย่างแท้จริง!

ชี้แจงหรือ

ไม่ต้องชี้แจ้งอะไรเลย!

เรื่องเหล่านั้นก็เป็นเขาทำ เขาจะชี้แจงให้ชัดเจนได้อย่างไร

คิดแล้วคิดเล่า มั่วสือเชียนก็คิดไม่ออก คิดไม่ถึงว่าฉู่หลิวเยว่จะยังมีภูเขาพึ่งพิงเช่นนี้!

เขาพยักหน้าเล็กน้อย ไม่เอ่ยแม้แต่คำหนึ่ง

เมื่อเห็นท่าทีตอบสนองนี้ของเขา ผู้อาวุโสลำดับห้าจะยังมีข้อสงสัยดีๆ อะไรได้อีกเล่า

“มั่วสือเชียน เจ้า…”

หนึ่งประโยคยังเอ่ยไม่ทันจบ มั่วสือเชียนก็พลันขยับแล้ว!

เขาเปลี่ยนกำปั้นเป็นหมัด คิดไม่ถึงว่าจะฟาดลงไปทางแดนสวรรค์โลหิตที่อยู่ตรงหน้า!

ในเมื่อที่เชิญมามิใช่ผู้ช่วยเหลือ เช่นนั้น…ก็ไม่จำเป็นต้องเคารพนบนอบอีกแล้ว!

ม่านหมอกสีดำอันเข้มข้น เข้าปกคลุมกระจกโลหิตสวรรค์ในชั่วพริบตา!

เขาต้องการจะทำลายกระจกโลหิตสวรรค์!

ด้านในนี้กักเก็บลมปราณสายหนึ่งของผู้อาวุโสลำดับห้าเอาไว้

หากกระจกโลหิตสวรรค์ถูกทำลาย เช่นนั้นผู้อาวุโสลำดับห้าก็จะได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้

อีกทั้ง หากไม่มีกระจกโลหิตสวรรค์แล้ว เขาก็ไร้หนทางลงมือแล้ว

“ในเมื่อผู้อาวุโสไม่คิดจะช่วยเหลือ เช่นนั้นก็อย่าโทษพวกข้าว่าไม่เกรงใจ!”

วาจายังไม่ทันจบ มั่วสือเชียนก็ฟาดลงที่ใจกลางของกระจกโลหิตสวรรค์อย่างรุนแรงหมัดหนึ่งแล้ว!

“ประมุข!”

พวกโต้วหมิ่นเห็นเช่นนั้น ล้วนตะลึงงันคราหนึ่ง ต่างส่งเสียงอุทานกันออกมา!

พวกเขาล้วนชัดแจ้งเป็นอย่างมาก โลหิตสวรรค์นี้มีการเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่นถึงที่สุดกับมั่วสือเชียน

การฝึกปราณส่วนใหญ่ของเขา ล้วนต้องอาศัยสิ่งนี้

หากได้รับบาดเจ็บมา โดยพื้นฐานแล้วก็ล้วนพึ่งพาโลหิตสวรรค์ในการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว

เขาเอ่ยถามอย่างกังวลและเป็นกันเอง

ฉู่หลิวเยว่อดไม่ได้ที่เอ่ยแกมหัวเราะ

“ท่านวางใจ ข้าไม่เป็นอันใด”

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าอาศัยกำลังที่แท้จริงของนางในเวลานี้ ก็สามารถหลบเลี่ยงการโจมตีนี้ได้อย่างหมดจด หากว่าไม่ทันจริงๆ แล้วละก็ ก็ไม่ใช่ว่ายังมีหรงซิวกับเขาอยู่ไม่ใช่หรือ

ถ้านางยังได้รับบาดเจ็บอีกล่ะก็ เช่นนั้นก็เห็นผีแล้ว

เมื่อผู้อาวุโสลำดับห้ายืนยันแล้วว่านางไม่ได้รับผลกระทบอะไร ถึงได้ผ่อนลมหายใจออกเฮือกหนึ่ง

“เช่นนั้นก็ดีๆ!”

ด้านหนึ่ง เขาเดิมทีก็เอ็นดูนางหนูเยว่เออร์อยู่แล้ว อีกด้านหนึ่ง หากว่ากลับไปแล้วหลานเซียวและพี่เป่ารู้ว่าไม่ได้ปกป้องนางหนูเยว่เออร์ให้ดีล่ะก็…

จิ๊!

ผู้อาวุโสลำดับห้าก็ไม่รู้ว่าตนจะยังสามารถขลุกอยู่ในทะเลทรายจันทราสีชาดต่อไปได้หรือไม่แล้ว

เขาผ่อนลมหายใจอย่างโล่งใจเฮือกหนึ่งแล้ว ถึงได้มองไปยังมั่วสือเชียน

เมื่อมั่วสือเชียนสบเข้ากับดวงตาอันโชกโชนแต่เย็นเฉียบคู่นั้น หัวใจก็พลันกระตุกวาบ

“เจ้าคิดไว้ไม่ผิด ไม่มีโลหิตสวรรค์แล้ว ข้าก็ไร้หนทางข้ามมาแล้วจริงๆ”

ผู้อาวุโสลำดับห้าลูบหนวดเล็กน้อย

“แต่…ผู้ใดบอกเจ้ากันว่า โลหิตสวรรค์พังทลายแล้ว ลมปราณสายนี้ของข้า ก็จะสูญสลายตามไปด้วย”

มั่วสือเชียนอ้าปาก กลับไม่มีเสียงใดลอดออกมา

เขาคิดเช่นนี้ ก็เพราะ…นี่เป็นเรื่องที่ทราบกันมาจากประมุขถ้ำปีศาจทมิฬในแต่ละรุ่นน่ะสิ!

ผู้ใดจะรู้ว่าทำลายโลหิตสวรรค์แล้ว ลมปราณสายนั้นไม่เพียงไม่สลายไป กลับยังออกมาได้ด้วย!

ทันใดนั้น ผู้อาวุโสลำดับห้าก็ตบศีรษะคราหนึ่ง

“อ้อ…ข้านึกออกแล้ว นี่น่าจะเป็นเรื่องที่มั่วเหยาบอกเอาไว้ในตอนแรก”

มั่วเหยา ก็คือประมุขคนแรกของถ้ำปีศาจทมิฬ และก็เป็นผู้สร้างโลหิตสวรรค์นี้ด้วย

“เขาบอกกับพวกเจ้าว่า ใช้โลหิตสวรรค์นี้แล้วจะสามารถอัญเชิญข้าได้ และหากว่าทำลายมัน ก็จะสามารถตัดทางรอดของข้าได้ ถูกต้องหรือไม่”

ผู้อาวุโสลำดับห้ามองเขาปราดหนึ่งอย่างเห็นใจ

“เด็กโง่ วาจานี้เป็นข้าโกหกเขาในตอนแรก เหตุใดพวกเจ้าล้วนยังเชื่อได้ลงเล่า”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์