เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2016

………………..

ผู้อาวุโสลำดับห้าคือขาใหญ่คนหนึ่งที่มีเส้นสายกับประมุขบรรพชนของถ้ำปีศาจทมิฬเมื่อหลายพันปีก่อน

มีช่วงเวลาสั้นๆ ช่วงเวลาหนึ่ง ที่ผู้อาวุโสลำดับห้านั้นมีความสัมพันธ์อันไม่เลวกับถ้ำปีศาจทมิฬจริงๆ

แน่นอนว่า ที่ไม่เลวนี้ หมายถึงเขารู้สึกว่าสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาพัวพันกับถ้ำปีศาจทมิฬล้วนไม่เลว เหมาะสมตามเจตนารมณ์ของเขาเป็นอย่างมาก

ทว่า…ฟ้าดินเมตตา!

ตั้งแต่หลังจากเขาถูกกักขังอยู่ที่ทะเลทรายจันทราสีชาด ก็ไม่เคยได้รับผลประโยชน์จากพวกเขาเลยแม้เพียงครึ่งหนึ่ง!

ผู้อาวุโสลำดับห้ารู้สึกกล้ำกลืน สิ่งที่มั่วสือเชียนลิ้มชิมก็มิใช่ร้อยอารมณ์ร่วมระคนเช่นนี้หรอกหรือ

กระจกโลหิตสวรรค์นี้คือสิ่งที่ผู้เคยดำรงตำแหน่งประมุขถ้ำปีศาจทมิฬสืบทอดกันมาในแต่ละรุ่น นับว่าเป็นสัญลักษณ์ของฐานะ และก็เป็นไม้ตายใหญ่อันหนึ่ง

ตั้งแต่วันที่เขากลายเป็นประมุขในวันนั้น เขาก็รู้ว่า ด้านในนี้ปิดผนึกลมปราณของผู้ทรงพลังทะลวงฟ้าท่านหนึ่งเอาไว้

เพียงผสานกำลังของผู้คนในถ้ำปีศาจทมิฬเข้าไว้ด้วยกัน ก็จะอัญเชิญมันมาได้

แต่โอกาสเช่นนี้ มีแค่ครั้งเดียว

ดังนั้นในปีกาลที่ผ่านมานี้ ประมุขของถ้ำปีศาจทมิฬล้วนไม่กล้าใช้โอกาสอันล้ำค่าอย่างยิ่งนี้โดยง่ายดาย

มีเพียงในตอนที่ทั้งถ้ำปีศาจทมิฬเผชิญหน้ากับวิกฤตเป็นตายเท่านั้น ถึงจะใช้ไม้ตายนี้ได้

วันนี้หากไม่ใช่ฉู่หลิวเยว่และหรงซิวปรากฏตัวพร้อมกัน อีกทั้งหลังจากผ่านประสบการณ์ตัวสั่นเทิ้มกันไปรอบหนึ่งเรียบร้อยแล้ว มั่วสือเชียนก็ยังไม่มีแนวโน้มที่จะชนะ เขาก็จะไม่เลือกเชิญท่านผู้นี้มา

ความคิดของมั่วสือเชียนเรียบง่ายอย่างมาก คว้าโอกาสไว้ให้มั่น แล้วก็ขุดรากถอนโคนคนพวกนี้ ลำบากครั้งเดียวสบายตลอดกาล!

เช่นนี้ ก็ไม่นับว่าสิ้นเปลืองโอกาสอันเลิศล้ำเพียงหนึ่งเดียวนี้แล้ว

แต่ผู้ใดจะรู้ว่าเรื่องราวจะกลับกลายเป็นเฉกเช่นในเวลานี้กันเล่า!

ต่อให้นับว่าพวกเขาถ้ำปีศาจทมิฬฝืนผูกสัมพันธ์กับเส้นสายท่านนี้ได้ แต่จะเทียบเคียงกับความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์ของคนเขาได้อย่างไร

ฉู่หลิวเยว่เปิดปากพลางยิ้มตาหยี

“อย่างนั้นเอ่ยขึ้นมาเช่นนี้ ก็ยังเป็นการสร้างความเข้าใจผิดจริง ผู้อาวุโส ท่านรู้หรือไม่ เมื่อครู่ตอนที่ไม่รู้ว่าเป็นท่าน ข้ายังคิดไปเองจริงๆ ว่าวันนี้จะต้องตายอยู่ที่นี่แล้ว”

“เฮ้ย! ใครตายไม่ตายอันใดกัน อย่ามาพูดส่งเดช”

แม้รู้ว่ากำลังพูดจาสัพยอก แต่ผู้อาวุโสลำดับห้าไม่ได้ยินว่านางเอ่ยวาจาเช่นนี้

ถึงอย่างไรเขาก็รู้ว่านางหนูนี้เคย ‘ตาย’ มาแล้วครั้งหนึ่งจริง

อีกทั้งยามนั้นแม้แต่ความทรงจำก็ล้วนไม่มี!

ล้วนลืมพวกเขาทั้งหลายเหล่านี้ไปหมดสิ้นเลย!

เมื่อคิดถึงคืนวันเหล่านั้น หัวใจของผู้อาวุโสลำดับห้าก็ทุกข์ระทมเสียจนแทบจะบีบตัวแน่น

ประเดี๋ยวก่อน

ครั้งนั้นคล้ายว่า…ก็เป็นเพราะถ้ำปีศาจทมิฬลงมือกับนางไม่ใช่หรือ

ผู้อาวุโสลำดับห้ามองไปยังมั่วสือเชียนช้าๆ

ความรู้สึกเยียบเย็นระลอกหนึ่ง เข้าปกคลุมมั่วสือเชียนในพริบตา!

หัวใจของเขาพลันกระตุกวาบอย่างรุนแรงคราหนึ่ง

อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง เขานั้นมีความแม่นยำอย่างมากในด้านของลางสังหรณ์นี้

ผู้อาวุโสลำดับห้ากำลังมองนัยน์ตาเขาในเวลานี้ ราวกับว่า…

“ใช่แล้ว นางหนูเยว่เออร์ หลายปีก่อน ผู้ที่ลงมือกับเจ้า ก็คือเขากระมัง”

ผู้อาวุโสลำดับห้าเอ่ยถามเสียงเนือย

ฉู่หลิวเยว่กะพริบตาปริบ

“ท่านยังจำเอาไว้อยู่หรือ จะว่าไปก็เป็นเรื่องก่อนหน้านี้เนิ่นนานแล้ว ข้าจำได้ว่า…เวลานั้นมั่วสือเชียนคล้ายว่าคิดอยากจะแย่งของบางอย่างไปจากข้า…”

“ผ่านไปหลายปี ประมุขมั่วก็ยังคงมีวิริยะต่อเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ในช่วงเวลาไม่นานก่อนหน้านี้ ก็เพิ่งจะให้ตระกูลอี้กับตระกูลหนานร่วมมือกัน มุ่งมายังท่าเรือดอกท้อ ไล่ล้อมขัดขวางพวกข้า…”

“เจ้าพูดเหลวไหลอันใดกัน!”

มั่วสือเชียนแผดเสียงคราหนึ่ง หน้าผากผุดเส้นเลือดดำขึ้น

แม้เรื่องที่ฉู่หลิวเยว่พูดจะเป็นเรื่องจริง แต่เวลานี้ ต่อหน้าของผู้อาวุโสลำดับห้า เขาจะไปยอมรับได้อย่างไร

นั่นมิใช่การวอนบาทาโดยสมบูรณ์หรอกหรือ!

เมื่อคิดถึงว่าก่อนหน้านี้พวกเขาอยู่ร่วมสถานที่เดียวกันกับทั้งสองท่านนี้เนิ่นนานถึงเพียงนั้น กระทั่งยังเป็นหนี้บุญคุณช่วยเหลือพวกเขา…

พี่น้องเฮ่อจื่อจี้สองคนอดไม่ได้ที่จะสบตากันปราดหนึ่ง ต่างล้วนมองเห็นความตกตะลึงและไม่อยากเชื่อในดวงตาของอีกฝ่าย

“มิน่าเล่าพละกำลังของนางถึงได้แข็งแกร่งปานนั้น…”

เฮ่อจื่อจี้เอ่ยขึ้นมาเสียงต่ำอย่างไม่รู้ตัว

ช่างบังเอิญที่ก่อนหน้านี้พวกเขายังพูดถึงองค์หญิงใหญ่อยู่ตรงสองคนนั้น กลับไม่คิดว่า…องค์หญิงใหญ่ตัวจริงนั้น จะอยู่ตรงหน้าพวกเขา!

เมื่อเห็นว่าผู้อาวุโสลำดับห้ายังคงมีท่าทางโมโหโทโส ฉู่หลิวเยว่ก็ยิ้มตาหยีแล้วเอ่ยปลอบ

“แต่ว่า ผู้อาวุโสห้าท่านก็ไม่ต้องกังวลใจนัก เรื่องยุ่งยากเหล่านั้นล้วนคลี่คลายแล้ว หนานอีฝานนั้นตายไปแล้ว ส่วนอี้เหวินเทา…”

“เขาก็ตายไปแล้ว ถ้าเดาไม่ผิด น่าจะเมื่อสักครู่นี้”

หรงซิวเอ่ยเสริม

ฉู่หลิวเยว่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองเขาปราดหนึ่ง

ในเมื่อหรงซิวพูดขนาดนี้แล้ว เช่นนั้นก็น่าจะแปดเก้าไม่ห่างสิบแล้ว

ดูท่าแล้วคืนวันหลังจากที่อี้เหวินเทากลับไป คงจะยากลำบากไม่ธรรมดา กระทั่งภายในชั่วระยะเวลาสั้นๆ ถึงเพียงนี้ ก็เสียชีวิตแล้ว…

จวินจิ่วชิงยังนับว่ามีฝีมือ

ฉู่หลิวเยว่ลอบคิดในใจอย่างเงียบงัน

สามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งเจ้าตระกูลอี้ด้วยฐานะของคนนอกสกุล เดิมทีก็ไม่ธรรมดาแล้ว

ได้ยินเช่นนี้ ผู้อาวุโสลำดับห้าถึงค่อยสงบเพลิงโทสะลงหลายส่วนในที่สุด

ปีนี้ ช่างเป็นปีที่สุนัขตัวใดก็ล้วนกล้าลงมือกับพวกนางหนูเยว่เออร์จริงๆ เลย!

คิดกันไปเองจริงๆ หรือว่าพอพวกเขาถูกขังอยู่ที่ทะเลทรายจันทราสีชาดแล้ว ก็ไม่อาจพยุงเอวให้นางหนูเยว่เออร์ได้แล้วอย่างนั้นรึ!

แววตาเขาครึ้มเข้ม เอ่ยถามอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“มั่วสือเชียน เจ้าคิดอยากจะแย่งสิ่งใดไปจากนางหนูเยว่เออร์นะ!”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์