………………..
ฉู่หลิวเยว่ถึงกับตื่นตะลึง
เสียงนี้มัน…
“… ผู้อาวุโสห้ารึ!?”
นางกล่าวออกมาอย่างไม่ใคร่แน่ใจนัก
เงาร่างภายในกระจกโลหิตสวรรค์ค่อยๆ ก้าวออกมาจากด้านนอกทะเลเลือด เผยรูปลักษณ์ของคนผู้นั้นให้เห็นชัดเจน
ดวงหน้าเป็นมิตร ท่าทีวางตัวดุจผู้อยู่เหนือโลกา
เป็นผู้อาวุโสลำดับห้าที่ไม่ได้เจอนานแล้วนั่นเอง!
ในตอนนั้น ดวงตาที่ผ่านโลกมามากมายคู่นั้นเต็มเปี่ยมด้วยความยินดีแลคิดถึงมองมายังฉู่หลิวเยว่
“นังหนูเยว่เออร์! รีบมาให้ข้าดูหน้าหน่อยเร็ว!”
มั่วสือเชียนที่แต่เดิมกระหยิ่มยิ้มย่องตกตะลึงไปเรียบร้อยแล้ว
บรรดาฝูงชนที่กำลังกางค่ายกลอัญเชิญด้วยศรัทธาแรงกล้าต่างก็พร้อมใจตื่นตะลึงโดยทั่วถ้วน
เขาพูดว่าอันใดนะ?
เมื่อครู่เขาตะโกนว่าอันใดนะ!?
นังหนูเยว่เออร์รึ…
สุ้มเสียงนั้นตะโกนเรียกใคร ไม่ต้องบอกก็รู้ได้!
คนโง่ฟังดูยังรู้เลย!
“ผู้ ผู้อาวุโส ท่าน…”
มั่วสือเชียนตื่นตกใจเป็นอย่างมาก ส่วนลึกในจิตใจของเขากำลังสั่นระริก
เขาทุ่มเทในการเชิญท่านผู้นี้มามากก็เพื่อให้มาจัดการพวกหรงซิวและฉู่หลิวเยว่ เหตุใดตอนนี้สถานการณ์ถึงดูราวกับเริ่มดำเนินไปในทิศทางที่เกินการควบคุมได้เล่า!?
พูดไปพลางเขาก็เอนศีรษะไปมองฉู่หลิวเยว่พลางยิ้มตาหยี ก่อนจะตะโกนออกไปว่า
“นังหนู! รีบมาเร็ว!”
ทั่วกายของมั่วสือเชียนแข็งทื่อ สมองพลันขาวโพลนไปในชั่วพริบตา
มีแวบหนึ่งที่เขาแทบจะคิดว่าตัวเองหูฝาดไป
ทว่ารอยยิ้มสว่างสดใสและยินดีปรีดาที่ผู้อาวุโสลำดับห้าส่งให้ฉู่หลิวเยว่จากภายในกระจกโลหิตสวรรค์ ก็เพียงพอที่จะใช้อธิบายเรื่องราวทุกอย่างแล้ว
ฉู่หลิวเยว่ลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจก้าวไปข้างหน้า
ผู้อาวุโสลำดับห้าอยู่ที่นี่ ทุกคนย่อมไม่กล้าเคลื่อนไหวบุ่มบ่าม
นางก้าวเดินไปได้อย่างราบรื่น ก่อนจะก้มคำนับด้วยความเคารพและเชื่อฟังอย่างยิ่ง
“เยว่เออร์คารวะผู้อาวุโสห้า”
ผู้อาวุโสลำดับห้ากวาดสายตามองนางพลางเดาะลิ้นอย่างตื้นตัน
“ไม่เจอกันมาระยะหนึ่ง นังหนูเยว่เออร์ยิ่งโตยิ่งสวยขึ้นจริงๆ!”
มุมปากของฉู่หลิวเยว่หยักยกขึ้นน้อยๆ ก่อนจะยกมือขึ้น ถอดหน้ากากบนหน้าออก
“… ผู้อาวุโสห้า คำพูดของท่านพูดไวไปหน่อยแล้วกระมัง…”
รอให้นางถอดหน้ากากออกมาก่อนค่อยชมก็ยังไม่สาย
นางสวมดวงหน้าที่ดูธรรมดาเช่นนี้ เขาก็ยังจะออกปากชมออกมาเช่นนั้นได้อีก…
ผู้อาวุโสลำดับห้ากลับโบกมือเป็นพัลวัน
“เอ๊ย… นังหนูเยว่เออร์ของเราสวยที่สุดในใต้หล้ามาโดยตลอด! ใครมันจะไปกล้าสงสัย!?”
ระหว่างที่พูดนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกฮึกเหิมและภาคภูมิใจยิ่ง
คำพูดนี้ดึงดูดให้คนจำนวนมากที่อยู่โดยรอบหันมองไปทางฉู่หลิวเยว่
ก่อนจะพบแม่นางผู้นั้นในชุดเสื้อคลุมสีแดงธรรมดา เรือนผมดำขลับร่วงปรกลงมา ก่อนสะบัดตามแรงลม
โดยเฉพาะแววผ่อนคลายและเป็นอิสระที่ฉายทับอยู่บนหน้าผากยิ่งเพิ่มความงดงาม
ในดวงตาของคนจำนวนมากฉายแววตื่นตะลึงวาบผ่าน
ซั่งกวนเยว่ในข่าวลือ องค์หญิงใหญ่แห่งราชวงศ์เทียนลิ่งผู้นั้นดุจตัวตนในตำนานก็มิปาน…
เป็นคนงามล่มเมืองชั้นยอดของใต้หล้าโดยแท้!
ฉู่หลิวเยว่หัวเราะขึ้นมา ทั้งดวงตาแลเรียวคิ้วต่างคลี่เป็นวงโค้งสวยงาม
“ท่านอย่าล้อข้าสิ”
ผู้อาวุโสลำดับห้ามองนาง ก่อนจะถามขึ้นมาว่า
“เอ๋? นังหนูฝึกหลอมสร้างร่างศักดิ์สิทธิ์ได้แล้วรึ?”
ร่างของฉู่หลิวเยว่ยังคงสวมเกราะอ่อนอันงดงามทับไว้ชั้นหนึ่ง ยามอยู่ใต้แสงอาทิตย์จึงสะท้อนแสงสว่างที่เย็นยะเยือกและสูงศักดิ์ออกมา
นางพยักหน้าแผ่วเบา
“เพิ่งหลอมสร้างได้ไม่นานเจ้าค่ะ”
ผู้อาวุโสลำดับห้าพลันแสดงความดีใจอย่างตื่นเต้นจนออกนอกหน้า
“เยว่เออร์ยอดเยี่ยมอย่างที่คาดไว้จริงด้วย!”
เดิมเขาคิดว่ายังต้องใช้เวลาอีกสักพัก คาดไม่ถึงเลยว่าจะเร็วปานนี้!
เพียงแต่ในเวลานี้ คำกล่าวอ้างจำพวกนี้ใช้โน้มน้าวได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ผู้อาวุโสลำดับห้าลอบปรายตามองฉู่หลิวเยว่ ยามเห็นว่าประกายตาของนางสว่างเรืองรอง ดวงหน้ามีรอยยิ้มพิมพ์ใจ ไม่มีเจตนาคิดจะปฏิเสธ ก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาในทันที
ได้ฉวยโอกาสตอนที่พี่เป่าไม่อยู่ มาสวมรอยเป็นอาจารย์ของนังหนูเยว่เออร์สักระยะหนึ่งช่างดีเยี่ยมมากจริงๆ
มั่วสือเชียนอ้าปากพะงาบๆ แต่กลับพูดอันใดไม่ออก
ศิษย์อาจารย์งั้นหรือ…
“เรื่องนี้พูดไปแล้วก็ยาว”
ผู้อาวุโสลำดับห้ามองไปทางฉู่หลิวเยว่ด้วยรู้สึกอับจนปัญญาไม่น้อย ก่อนจะกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดอยู่หลายส่วน
“หลายปีก่อนหน้านี้ ข้ากับเจ้าสำนักของถ้ำปีศาจทมิฬเคยมีการติดต่อกันบ้าง แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว…”
หากให้นังหนูนี่รู้ว่าตอนนั้นเขาเคยได้รับของบูชาที่ถ้ำปีศาจทมิฬมอบให้มาจำนวนมาก เกรงว่าจะ…
“อย่างใดเสียตอนนี้ข้ากับพวกเขาก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงอันใดกันอีก เหตุผลที่มาวันนี้ก็เพราะบนกระจกโลหิตสวรรค์มีลมปราณของข้าอยู่ นี่ก็เป็นสิ่งที่หลงเหลือมาจากปีนั้นเช่นกัน…”
ผู้อาวุโสลำดับห้านวดขมับอย่างหงุดหงิด
ในความเป็นจริง เขาไม่ได้มีการติดต่ออันใดกับถ้ำปีศาจทมิฬมานานมากแล้ว
เพียงแต่ตอนนั้นความสัมพันธ์สะบั้นไม่ขาดเสียทีเดียว นี่จึงเป็นการเปิดโอกาสให้มั่วสือเชียน
หากรู้มาก่อนว่าฟากนี้จะเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น พูดให้ตายยังไงเขาก็ไม่มีทางมาเด็ดขาด!
เกือบจะถูกนังหนูเยว่เออร์เข้าใจผิดเสียแล้วสิ…
ผู้อาวุโสลำดับห้ารู้สึกผิดอย่างยิ่ง!
เขาถูกขังอยู่ในทะเลทรายจันทราสีชาดนานขนาดนั้นจะยังไปทำอันใดได้อีก?
บรรดาฝูงชนได้ยินดังนั้นต่างก็พูดอันใดไม่ออก
ผู้อาวุโสลำดับห้าเอนเอียงมาช่วยฉู่หลิวเยว่ก็เป็นท่าทีที่เห็นได้ชัดมากอยู่แล้ว
แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่มั่วสือเชียนเชิญมาก็ตาม
เขาในตอนนี้ย่อมยืนข้างของฉู่หลิวเยว่อย่างไม่ต้องสงสัย
แล้วนี่จะสู้กันต่ออย่างใดดีเล่า!?
สองมือของมั่วสือเชียนกำเข้าหากันแน่น มิอาจระงับกระแสอารมณ์ในก้นบึ้งของจิตใจให้สงบลงได้
เขาคาดไม่ถึงเลยว่าสุดท้ายแล้วเรื่องราวจะดำเนินมาถึงขั้นนี้!
ผู้อาวุโสลำดับห้านั้นเป็นผู้คอยหนุนหลังฉู่หลิวเยว่จริงๆ!
เหตุใดก่อนหน้านี้เขาถึงไม่เคยได้ยินมาก่อนเล่า!?
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...