เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2014

………………..

กระจกสำริดบานหนึ่งพลันปรากฏต่อหน้าเขาตามเสียงตะโกนกู่ร้องเรียก

กระจกสำริดบานนี้ดูคล้ายคลึงกับกระจกที่หงอันหยิบออกมาก่อนหน้านี้มาก ทว่าก็มีส่วนที่แตกต่าง

บริเวณขอบกระจกบานนี้มีอักษรโบราณลึกลับสลักเอาไว้ ภายในผิวกระจกมีทะเลโลหิตท่วมทั่ว!

กลิ่นคาวเลือดอันเข้มข้นแลเหม็นคาวแผ่กระจายออกมาจากกระจก ในนั้นยังผสมปนเปไปด้วยกลิ่นเน่าเสียชวนให้อยากสำรอกนัก

สีหน้าของฉู่หลิวเยว่พลันแข็งทื่อ

กระจกบานนี้… นางเคยเห็นมันมาก่อน!

ก่อนหน้านี้มั่วสือเชียนไม่เคยเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงมาก่อน จะปรากฏก็แต่กระจกบานนี้

ในตอนนั้นเอง “มั่วสือเชียน” ตรงหน้านางพลันสลายไป!

ส่วนอีกฟากหนึ่ง ร่างศักดิ์สิทธิ์ที่ต่อสู้พัวพันอยู่กับเชียงหว่านโจวเองก็ถอยหลังอย่างไม่คิดลังเล!

เงาร่างทั้งสามพุ่งไปยืนรวมตัวกันอยู่ที่ที่หนึ่ง

หลังจากนั้น ร่างศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองก็แปรสภาพกลายเป็นกลุ่มหมอกดำอีกครา แล้วหายเข้าไปในกระจกโลหิตสวรรค์!

ตัวมั่วสือเชียนยืนอยู่ด้านหน้าของกระจกโลหิตสวรรค์ สองมือประสานเข้าหากัน ดวงตาทั้งคู่หลับแน่น

จากนั้น แรงกดดันอันหนักหน่วงที่อยู่ไกลออกไปพลันแผ่กระจายออกมาจากกระจกโลหิตสวรรค์!

ความว่างเปล่าสั่นสะเทือน ช่องว่างพลันบิดเบี้ยว

เสียงระฆังเตือนภัยในหัวของฉู่หลิวเยว่ร้องลั่นเสียงดังก้อง!

นางแทบไม่หยุดคิด รีบตะโกนเสียงใสในทันที

“ถวนจื่อ!”

ถวนจื่อตอบสนองว่องไว ปีกสีทองบริสุทธิ์อันใหญ่โตกระพือสร้างกระแสลมโดยพลัน!

แววตาเชียงหว่านโจวดุดันขึ้นทันใด เขาตวัดฟันกระบี่เทพเมฆาสำริดทันที!

ฝ่ามือของเขาขยับน้อยๆ ราวกับคิดจะลงมือ ทว่าหลังจากลังเลอยู่พักหนึ่งก็เก็บมือกลับไปอย่างเป็นกังวล ทำเพียงแค่สะกิดฝ่าเท้าถอยไปข้างหลัง

แทบในเวลาเดียวกันนั่นเอง!

ก็เกิดเสียงดัง ”ตูม” ขึ้นมา!

ภายในกระจกโลหิตสวรรค์ปรากฏให้เห็นทะเลโลหิตสีแดงสดที่กำลังสาดซัดคลื่นน้ำอย่างรุนแรง

จากนั้นกระแสพลังอันน่าสะพรึงก็พวยพุ่งออกมาจากคลื่นทะเลที่กำลังกระเพื่อมขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง

ค่ายกลสีทองพลันแตกสลายพร้อมส่งเสียงดังก้องด้วยประการฉะนี้!

จังหวะนั้น สะเก็ดประกายไฟสีทองจำนวนนับไม่ถ้วนก็กระจัดกระจายไปทั่วสี่ทิศ ส่องสว่างไปครึ่งฟ้า!

“ออกมาแล้ว!”

บรรดาฝูงชนที่เฝ้าดูอยู่ด้านนอกได้ยินเสียงนั้นต่างก็จิตใจสั่นไหวถ้วนหน้า!

สายตานับไม่ถ้วนจดจ้องมองไปตรงกลางเป็นตาเดียว!

ท่ามกลางประกายแสงที่สว่างไสวไปทั่วผืนฟ้า กระจกสำริดที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศดึงดูดความสนใจของผู้คนได้ในทันที

บรรดาคนของถ้ำปีศาจทมิฬทยอยเผยสีหน้ายินดีออกมา

“เจ้าสำนักยอดเยี่ยมเหมือนอย่างที่คิดไว้!”

พวกเขาล้วนรู้แก่ใจว่านี่คือไพ่ลับของเจ้าสำนัก!

เป็นอย่างที่คาดไว้ ทันทีที่อัญเชิญมันออกมา ก็สามารถทำลายค่ายกลของหรงซิวลงได้อย่างง่ายดาย!

ทันใดนั้น ก็มีเสียงแผ่วเบาดังแว่วขึ้นมาท่ามกลางฝูงชน

“เหตุใดบนร่างท่านเจ้าสำนัก… ถึงได้เปรอะเลือดมากมายเพียงนั้นกัน?”

ยามบรรดาฝูงชนที่เดิมตื่นตัวด้วยความตื่นเต้นได้ยินดังนั้นก็เงียบลงในพริบตา

เมื่อครู่ตอนค่ายกลพังทลาย พวกเขาดีอกดีใจกันเกินไป ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ชั่วขณะ

ทันทีที่ได้ยินประโยคนี้จึงพากันจดจ้องมองไปอีกรอบ พบว่าคราบเลือดบนร่างของมั่วสือเชียนมีมากกว่าอีกสามคนอย่างเห็นได้ชัดจริงๆ

เห็นได้ชัดเลยว่าเมื่อครู่สิ้นเปลืองพลังของเขาไปไม่น้อย

“กระจกโลหิตสวรรค์เป็นไม้ตายของเจ้าสำนัก ในเมื่อบัดนี้อัญเชิญมันออกมาแล้ว ย่อมต้องชนะอย่างแน่นอน!”

ทันใดนั้น ก็มีคนตะเบ็งเสียงพูดขึ้นมา

นี่คืออาณาเขตของถ้ำปีศาจทมิฬ ไม่มีเหตุผลใดจะยอมให้สามคนนี้มาเหิมเกริมตามใจได้!

ก่อนหน้านี้เรื่องเกิดขึ้นด้วยมีต้นตอ ทว่าคราวนี้…

เหตุการณ์เดิมจะไม่มีวันได้ซ้ำรอยอีก!

ในตอนที่บรรดาฝูงชนคิดจะล้อมโจมตี มั่วสือเชียนพลันเอ่ยขึ้นมาว่า

ฉู่หลิวเยว่เบนสายตามองเขาคราหนึ่ง

“รอใคร?”

คิ้วกระบี่ของหรงซิวเลิกคิ้วน้อยๆ มิได้เอ่ยตอบอันใด

ฉู่หลิวเยว่ค่อยๆ กำหมัดเข้าหากันแน่น

ความจริงแล้วคำตอบนี้ก็เดาได้ไม่ยากนัก

ในเวลาเช่นนี้ มั่วสือเชียนย่อมกำลังรอคนที่ช่วยเหลือพวกเขาได้อยู่อย่างใดเล่า!

เพียงแต่

มิรู้ว่าจะเป็นคนแบบใด?

ทันใดนั้นเอง เงาร่างสายหนึ่งก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นท่ามกลางทะเลโลหิตของกระจกโลหิตสวรรค์!

จากนั้น สุ้มเสียงที่เจนโลกก็ดังแว่วออกมาจากข้างในนั้น

“มีเรื่องอันใด?”

สุ้มเสียงนี้ราวกับแว่วดังก้องมาจากผืนฟ้าที่ห่างไกลออกไป ทั้งยังแฝงไว้ด้วยแรงกดดันอันน่าตื่นตะลึง

สิ้นเสียงคำพูด ช่องว่างอากาศโดยรอบราวกับกำลังสั่นสะเทือนตามเสียงนั่น!

มั่วสือเชียนค้อมกายลงพลางกล่าวว่า

“ข้ามิมีทางเลือกอื่นใดแล้วนอกจากรบกวนท่าน นี่หาใช่ประสงค์ของข้าไม่ แต่… ปัญหาครานี้ คงต้องขอให้ท่านออกโรงช่วยเหลือ”

เขายกมือขึ้นมาชี้ไปทางฉู่หลิวเยว่

“ขอท่าน… โปรดสังหารพวกซั่งกวนเยว่ทั้งสามคนด้วยเถิด!”

ทั่วอาณาบริเวณเขตฟ้าดินล้วนเงียบสงัดไปชั่วขณะ

ฉู่หลิวเยว่กลับเขยิบเข้าไปใกล้หรงซิวในทันใด ก่อนเอ่ยกระซิบเสียงเบาว่า

“เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่า… เสียงนี้ฟังดูคุ้นๆ อย่างใดอย่างนั้น?”

ยังไม่ทันสิ้นเสียงคำพูด สุ้มเสียงนั้นก็แว่วดังขึ้นมาด้วยความประหลาดใจระคนยินดี

“นังหนูเยว่เออร์!”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์