เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2013

เริ่มแรกเขาไม่ได้สนใจมากนัก ทว่าตอนนี้เขาถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าคำพูดของจวินจิ่วชิงเมื่อครู่ผิดปกติอย่างมาก

เรื่องปีนั้นที่หรงซิวบุกโจมตีถ้ำปีศาจทมิฬมีคนรู้เรื่องไม่มากนัก

คนส่วนใหญ่จากทั่วทั้งอาณาจักรเสิ่นซวี่ล้วนคิดแค่ว่าถ้ำปีศาจทมิฬเลือกจะเร้นกายหลบหนีจากโลกากะทันหัน จึงหายไปอย่างไร้ร่องรอยนับแต่นั้น

คนที่รู้ว่าตอนนั้นเกิดเรื่องอันใดขึ้นน้อยเสียยิ่งกว่าอันใด

ทว่าจวินจิ่วชิงไม่เพียงแต่รู้ เขายังเข้าใจอย่างถ่องแท้ด้วย!

เขาถึงขนาดรู้ดีว่าตอนนั้นคนผู้นั้นแห่งถ้ำปีศาจทมิฬกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญ มิอาจลงมือได้!

เรื่องนี้นับว่าเป็นสุดยอดความลับ ส่วนจวินจิ่วชิงไม่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียว เหตุใดถึงได้รู้เรื่องมากมายขนาดนี้กัน?

อี้เหวินเทาคิดไม่ตกโดยแท้

เขามองจวินจิ่วชิงด้วยสายตาสับสน

จนถึงตอนนี้ เขาถึงเพิ่งได้พบว่าตัวเองไม่เข้าใจอันใดเกี่ยวกับจวินจิ่วชิงเลย

คนผู้นี้… เป็นตัวอันตรายอย่างยิ่ง!

จวินจิ่วชิงกลับมิได้ตอบคำถามของเขาแต่อย่างใด

เรื่องที่เขารู้มีมากมายก่ายกอง แต่ไม่มีความจำเป็นใดต้องพูดเรื่องพวกนี้กับอี้เหวินเทาที่ไร้ค่าไปแล้วด้วยซ้ำ

“ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้ข้าจะประเมินท่านสูงไปจริงๆ”

จวินจิ่วชิงเอ่ยแกมหัวเราะอย่างเฉยชา

“หลายปีมานี้ ตระกูลอี้ไม่ถูกท่านฉุดให้ตกต่ำก็นับว่าเป็นปาฏิหาริย์โดยแท้ วางใจเถิดท่าน อยู่ในมือข้า ตระกูลอี้ย่อมแข็งแกร่งมากกว่าตอนท่านอยู่หลายเท่า หลังจากนี้ท่านก็พักผ่อนอย่างสงบอยู่ที่นี่ต่อไปเถิด”

พูดจบ เขาก็หมุนกายจากไปทันที

ราวกับมิคิดจะเอ่ยต่อปากต่อคำกับอี้เหวินเทาอีก

เห็นได้ชัดเลยว่าการที่เขามาครานี้ก็เพื่อกำจัดบุรุษชุดดำผู้นั้น

แล้วก็ตัดทางหนีสุดท้ายของอี้เหวินเทาทิ้งด้วย!

สองตาของอี้เหวินเทาแดงก่ำ

“หยุดเดี๋ยวนี้!”

ทันใดนั้นเขาพลันตะเบ็งเสียงตวาดออกไป

ฝีเท้าของจวินจิ่วชิง ก่อนจะหันศีรษะกลับมามอง

ตูม!

จู่ๆ เปลวเพลิงสีเขียวน้ำฟ้าก็ลุกท่วมร่างของอี้เหวินเทาในทันใด!

นัยน์ตาของจวินจิ่วชิงพลันหดเล็กลง!

นี่อี้เหวินเทาคิดจะระเบิดตัวตายรึ!

เขาเสียสติไปแล้ว!

อี้เหวินเทาเสียสติไปแล้วจริงๆ

ทั้งความตายของบุรุษชุดดำและคำพูดของจวินจิ่วชิงกลายเป็นชนวนที่ทำให้ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้น

เดิมเขาคิดว่าตัวเองยังมีโอกาสพลิกชะตากลับมาได้ ทว่าตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับกลายเป็นเรื่องลวงหลอกทั้งเพ!

ไม่ต้องคิด เขาก็รู้ว่าหลังจากนี้ตัวเองจะมีชีวิตความเป็นอยู่แบบใด!

ชีวิตดุจนักโทษที่ตกต่ำเหลือแสน!

ถูกขังอยู่ที่นี่ ไม่เห็นเดือนเห็นตะวันตลอดกาล!

จนกระทั่งเขาตาย!

อี้เหวินเทาที่เปี่ยมด้วยศักดิ์ศรีและเกียรติสูงส่งมาทั้งชีวิต ไหนเลยจะรับผลลัพธ์เช่นนี้ได้?

ในเมื่อความหวังทุกรูปแบบสูญสิ้นไม่เหลือแล้ว…

มิสู้ดึงจวินจิ่วชิงมาจบชีวิตด้วยกันดีกว่า!

แม้บัดนี้อี้เหวินเทาจะกลายเป็นเศษสวะไร้ค่า ทว่าอย่างใดเสียก่อนหน้านี้ก็เคยเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังอยู่ในระดับแนวหน้า!

หากเขาคิดจะใช้พลังระเบิดตัวตาย ผลลัพธ์ย่อมน่าหวาดหวั่นเกินจินตนาการ!

อยู่ใกล้กันถึงเพียงนี้ จวินจิ่วชิงไม่ตายก็พิการ!

จวินจิ่วชิงลงมือโดยพลัน!

ทว่าเปลวเพลิงบนร่างของอี้เหวินเทาแผ่ขยายว่องไวเกินไป!

เขาโอบอุ้มเอาความคิดเตรียมใจตายไว้เป็นมั่นเหมาะ ดังนั้นในตอนนี้จึงกระตุ้นพลังปราณดั้งเดิมภายในร่างให้ลุกโชนโดยไม่ยั้งมือแม้แต่น้อย!

ลมปราณอันน่าผวาหวาดกำลังเข้าก่อตัวรวมกันอย่างรวดเร็ว!

ในใจของจวินจิ่วชิงรู้ทันทีว่าไม่ดีแน่ จึงตัดสินใจเด็ดขาด พลิกกายหมายจะหนี!

ปัง!

เขาพุ่งชนเข้ากับประตูห้องอย่างแรง!

“ท่านประมุข นี่มันเกิด…“

ผู้อาวุโสที่คอยยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูตื่นตกใจอย่างมาก ทันทีที่เอ่ยปากถามก็สัมผัสได้ว่าพลันมีเงาร่างเคลื่อนไหววาบมายังเบื้องหน้า

มิรอให้เขาพูดจบ ฉับพลันก็มีลมปราณอันน่าหวาดหวั่นแลร้อนระอุปะทุออกมาจากภายในห้อง!

ความหวาดกลัวอันลึกล้ำแล่นปราดขึ้นมาในใจเขา พลางหันมองเข้าไปข้างในห้องโดยไม่รู้ตัว

อี้เหวินเทากลายเป็นมนุษย์เพลิงท่วมไปเสียแล้ว!

พลังที่กักเก็บเอาไว้ในทุกส่วนของร่างกายเขาล้วนกลายเป็นเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำบ้าคลั่ง!

อย่างใดเสียครั้งหนึ่งก็เป็นถึงผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ที่พลังกล้าแกร่งเป็นที่รู้กัน พลังที่กักเก็บไว้ภายในร่างย่อมต้องน่าสะพรึงอย่างยิ่ง!

ผู้อาวุโสท่านนี้พลันรู้สึกได้ถึงอันตรายในแวบเดียว

อี้เหวินเทาคิดจะระเบิดตัวตายเป็นแน่แท้!

เขาไม่เสียเวลาคิด รีบพุ่งร่างถอยหลังไปในทันที!

จังหวะนั้น เขาแทบไม่ทันคิดแล้วว่าด้านในเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ถึงได้ทำให้อี้เหวินเทาเลือกหนทางเช่นนี้ออกมาในท้ายที่สุด

สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คือท่าทีเรียบเฉยนิ่งสงบตลอดทุกครั้งของหรงซิว!

ราวกับว่าใต้หล้านี้ไม่มีเรื่องใดทำให้เขาขุ่นค้องหมองใจได้ ไม่ว่าใครก็ไม่มีทางฉกชิงความได้เปรียบไปจากมือเขาได้ทั้งสิ้น!

ไม่ว่าจะพบเจอปัญหาแบบใด เขาก็ดูจะรับมือได้ตลอดทุกที

เขามีสิทธิ์อันใด!?

มั่วสือเชียนไม่ยินยอม ทั้งยังรับไม่ได้

เขากำหมัดแน่นพลางลอบเข่นเคี้ยวเขี้ยวฟัน

หลังผ่านการต่อสู้เมื่อครู่ บนร่างของเขาก็เต็มไปด้วยบาดแผลนับไม่ถ้วน เปรอะเลอะคราบเลือดเต็มไปทุกส่วน

ทว่าฝั่งของหรงซิวกลับแข็งแกร่งกว่าเขามากนัก

แม้เขาเองจะได้รับบาดเจ็บเช่นกัน บนร่างเปรอะด้วยคราบเลือดเลอะเทอะ แต่ส่วนใหญ่หาใช่เลือดของเขาเองไม่!

หลายปีก่อน เขาไม่สามารถต่อต้านหรงซิวซึ่งหน้าได้เพราะกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการฝึกตน

เดิมคิดว่าระยะเวลาผ่านมานานขนาดนี้ ในที่สุดเขาก็จะได้พลิกกลับมาชนะหรงซิวได้ ใครจะรู้ว่า…

เรื่องราวจะดำเนินตรงกันข้ามกับที่เขาวาดหวังไว้!

ใช่สิ

ในระหว่างที่เขากำลังฝึกตน พลังของหรงซิวจะไม่เพิ่มขึ้นตามเลยหรือไร!?

เป็นแบบนี้ต่อไป เกรงว่าสุดท้ายผู้แพ้จะกลายเป็นเขาเอง!

ต้องเข้าใจก่อนว่า… จนถึงตอนนี้ หรงซิวยังไม่ได้อัญเชิญร่างศักดิ์สิทธิ์ออกมาเลยด้วยซ้ำ!

อีกทั้งตัวเขายังมีร่างศักดิ์สิทธิ์ถึงสองกระบวนท่าด้วยกัน!

กลับกันแล้วตัวเขาเล่า…

ร่างศักดิ์สิทธิ์สองกระบวนท่าที่ฝึกฝนมาด้วยความยากลำบาก บัดนี้ถูกฉู่หลิวเยว่และเชียงหว่านโจวดึงรั้งให้เกี่ยวพันด้วย

เชียงหว่านโจวดูเหมือนจะพลังอ่อนด้อยสุด แต่ความอดทนกลับอยู่ในระดับที่น่าตกใจ

ผ่านมานานขนาดนี้แล้ว ความเร็วและเคล็ดฝีเท้ากลับไม่อ่อนกำลังลงเลยแม้แต่ครึ่ง!

ส่วนฝั่งของฉู่หลิวเยว่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

ลำพังแค่ภาพเมฆาเคลื่อนคล้อยก็ทำให้เขาปวดหัวไม่น้อยแล้ว

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่า นางยังได้รับความช่วยเหลือจากถวนจื่อที่เปิดการเชื่อมกระแสจิตได้แล้วด้วย!

อีกอย่าง นางยังมีไพ่ลับที่ไม่ได้เปิดเผยออกมาอีกต่างหาก!

การต่อสู้ครานี้เกรงว่าจะอันตรายเสียแล้ว…

ความคิดในหัวของมั่วสือเชียนแล่นพล่าน ก่อนเขาจะตัดสินใจเร็วรี่

ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้เด็ดขาด!

“กระจกโลหิตสวรรค์!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์