เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2012

………………..

ในตอนนั้นเอง พลันแว่วเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังเข้ามาจากด้านนอก

อี้เหวินเทาลอบตระหนกอยู่ในใจ

ผู้อาวุโสที่คอยเฝ้ายามหน้าประตูเอ่ยปากขึ้น

“คารวะท่านประมุข!”

จวินจิ่วชิง!

เหตุใดจู่ๆ เขาถึงมาที่นี่กัน!?

หัวคิ้วของอี้เหวินเทาขมวดแน่น รีบหันกลับมาส่งสายตาเป็นนัยให้แก่บุรุษชุดดำ

เงาร่างของบุรุษชุดดำแวบผ่าน ก่อนหายวับไป ณ ที่ตรงนั้น

สุ้มเสียงของจวินจิ่วชิงยังคงเอื่อยเฉื่อยอย่างเคย

“ไม่แวะเวียนมาหลายวัน ในใจค่อนข้างเป็นกังวล พอดีผ่านทางมาเลยอยากเข้ามาดูเสียหน่อย”

จังหวะนั้นเขาเดินมาถึงหน้าประตูแล้ว สายตาตวัดมองลอดเข้าไปในประตูห้องคราหนึ่ง

“สถานการณ์เป็นอย่างใดบ้าง?”

ผู้อาวุโสท่านนั้นรีบตอบกลับเร็วรี่

“ทุกอย่างปกติขอรับ เพียงแต่… เพียงแต่ว่าวันนี้ท่านประมุขดูท่าจะอารมณ์ไม่ค่อยดี”

จวินจิ่วชิงหัวเราะ

“เช่นนั้นหรือ”

ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งต้องเข้าไปดูเสียหน่อย

ระหว่างที่พูด เขาก็ผลักประตูเข้าไป

ภายในห้องเงียบสงัดอย่างมาก ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพรขมปร่า

จวินจิ่วชิงเลิกคิ้ว

“นี่ท่านบันดาลโทสะรุนแรงไม่เบา เหตุใด คนรับใช้ปรนนิบัติได้ไม่ถูกใจหรือ?”

อี้เหวินเทาแค่นหัวเราะอยู่ในใจ

ปรนนิบัติ?

เวลานี้เขาเหมือนกับนักโทษที่ถูกจองจำอยู่ที่นี่ก็มิปาน ไหนเลยจะมีคนปรนนิบัติรับใช้?

คอยจับตาดูสิไม่ว่า!

อี้เหวินเทาเหลือบตาขึ้นมองแล้วเอ่ยถามด้วยเสียงเย็นเยียบ

“แล้ววันนี้เจ้ามาทำอันใดหรือ? เรื่องที่ควรพูดข้าก็พูดกับเจ้าหมดไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว!”

ดวงหน้าของเขาเผยแววเบื่อหน่ายเต็มที จนแทบจะอยากขับไล่คนออกไปอยู่รอมร่อ

จวินจิ่วชิงเองก็ไม่สนใจ เขาเพียงคลี่ยิ้มบางๆ

“ไม่มีอันใดมาก ได้ยินมาว่าท่านมีแขก ข้าเลยอยากมาดูเสียหน่อย”

ใจของอี้เหวินเทาพลันเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง!

ทว่าท้ายที่สุดเขาก็ยังเป็นจิ้งจอกเฒ่ามากเล่ห์ บนดวงหน้าของเขามิได้เผยแววระแวงให้เห็นชัดเจนเลยแม้แต่น้อย กลับกันเพียงหัวร่อเป็นเชิงเหยียดหยามออกมาคำรบหนึ่ง

“เจ้าพูดว่าอันใด? แขกรึ? นอกจากเจ้าแล้ว ก็ไม่มีผู้อื่นมาหาข้าที่นี่อีก แขก… มาจากไหนกัน?”

จวินจิ่วชิงกวาดตามองรอบๆ คราหนึ่ง

บรรยากาศภายในห้องราวกับแข็งค้างไปก็มิปาน

“ท่านประมุข

ผ่านไปสักพัก จวินจิ่วชิงจึงค่อยๆ เอ่ยปากขึ้นมา

“ขอบคุณความเมตตาของท่าน ข้าถึงได้กลายเป็นนายน้อย ไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งประมุขได้ หากท่านอยู่ที่นี่ดีๆ เช่นนี้ไปตลอด ข้ารับประกันว่าท่านจะใช้เวลาที่เหลือของชีวิตได้อย่างสงบสุข น่าเสียดาย… ดูเหมือนท่านจะไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลยแม้แต่น้อย”

“หลายวันมานี้ ข้ากำลังคิดมาโดยตลอดว่าท่านติดต่อกับคนผู้นั้นอย่างใด”

จวินจิ่วชิงพลันเอ่ยตัดบทเขา บนดวงหน้าที่งามหยดย้อยชวนหลงใหลสมคำเล่าขานแฝงด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาด

“แม้ตระกูลอี้จะเป็นตระกูลใหญ่โต ทว่าท่านกลับใช้ตัวตนของตนเองในการติดต่อ คนอื่นในตระกูลไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ท่านใช้วิธีการใดมาโน้มน้าวอีกฝ่ายให้ร่วมมือกับท่านกันหรือ?”

คอของอี้เหวินเทาพลันแหบแห้ง สองตาของเขาจดจ้องไปที่จวินจิ่วชิงเขม็ง

“เจ้าคิดจะพูดอันใดกันแน่?”

จวินจิ่วชิงหัวเราะพลางส่ายศีรษะ

“ข้าคิดจะพูดอันใด ท่านน่าจะรู้ดีที่สุด หลายวันมานี้ข้าตรึกตรองอยู่ทั้งวันทั้งคืน ในที่สุดก็คิดเรื่องหนึ่งออก”

เขาสาวเท้าก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง

ไม่รู้เพราะเหตุใด อี้เหวินเทาจึงรู้สึกว่าสองขาของตนพลันอ่อนแรงลงหลายส่วน ทั้งยังเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว

คนทั้งสองยืนประจันหน้ากัน ไอที่แผ่ออกมาจากตัวจวินจิ่วชิงกลับบดขยี้อี้เหวินเทาได้อย่างง่ายดาย!

อี้เหวินเทาลอบเสียใจกับตัวเอง ถอยหลังเช่นนี้ก็เท่ากับยอมรับผิดแล้ว!

จวินจิ่วชิงเอ่ยต่อว่า

ลำคอของเขาถูกแส้เส้นยาวนั้นรัดคอไว้แน่น ไร้หนทางจะดิ้นรนขัดขืนออกไปได้!

ยามเห็นภาพฉากนี้ บนดวงหน้าที่มักฉาบด้วยหน้ากากอันสงบนิ่งของอี้เหวินเทาก็มิอาจปั้นหน้าต่อไปได้อีก

“เจ้า… เจ้ารู้อยู่แล้วแต่แรกรึ!?”

จวินจิ่วชิงมิได้พูดอันใด เพียงออกแรงคราหนึ่ง

กร๊อบ…

เสียงกระดูกแตกหักดังลั่นแว่วลอยเข้ามา

สุดท้าย ลำคอของบุรุษชุดดำผู้นั้นก็ห้อยงอ สิ้นเสียงลมหายใจไปในทันที

พละกำลังของเขาไม่นับว่าอ่อนด้อย ทว่าจวินจิ่วชิงชิงลงมือก่อน ไม่เปิดโอกาสให้เขาแม้เพียงเสี้ยวลมหายใจ จึงต้องจบชีวิตลงไปเช่นนี้

บุรุษชุดดำนอนแผ่ราบลงบนพื้น โลหิตสีแดงเหนียวหนืดค่อยๆ ไหลซึมมาจากใต้ร่างของเขา

กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นแผ่กระจายไปในอากาศอย่างรวดเร็ว!

ริมฝีปากของอี้เหวินเทาสั่นระริก สีหน้าของเขาพลันขาวซีด

เรื่องดำเนินมาถึงตรงนี้แล้ว ยังมีอันใดต้องสงสัยอีก?

“ก็ไม่ได้รู้อยู่แล้วตั้งแต่แรกหรือ”

จวินจิ่วชิงเหลือบสายตาขึ้นมามองอี้เหวินเทาอย่างเฉยชาแวบหนึ่ง

“ท่านปกปิดไว้ไม่มิดเองต่างหาก ผู้อื่นจะรู้เข้าก็เป็นเรื่องปกติมิใช่รึ?”

ก่อนหน้านี้เขาเพียงแค่รู้สึกสงสัยขึ้นมา หากแต่ไม่มีหลักฐาน

แต่เขารู้ว่าอี้เหวินเทาไม่มีทางปล่อยให้เรื่องมันผ่านไปง่ายๆ ดังนั้นช่วงระยะนี้จึงคอยส่งคนลอบตามดูในที่ลับ

ซึ่งก็สืบเจอบางสิ่งตามที่คาดคิดไว้

โลกนี้ไม่มีความลับที่เก็บงำไปได้ตลอด

ยิ่งไปกว่านั้นจวินจิ่วชิงเตรียมการไว้นานแล้ว เพียงรอให้เขาเดินเข้าไปติดกับด้วยตัวเองเท่านั้น!

ทั่วทั้งร่างของอี้เหวินเทาสั่นเทิ้ม ช่วงอกราวกับมีเปลวเพลิงแผดเผา ทว่าร่างกายทุกส่วนกลับเย็นเฉียบไปถึงกระดูก

เขารู้ว่าครานี้ตนจบสิ้นแล้วจริงๆ!

“เจ้า… เหตุใดเจ้าถึงรู้มากขนาดนี้!?”

ทั้งเรื่องเกี่ยวกับถ้ำปีศาจทมิฬ เกี่ยวกับคนผู้นั้น เกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่าง!

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์