………………..
พูดมาถึงตรงนี้ บรรดาฝูงชนที่แต่เดิมยังคงวิตกกังวลก็สงบใจลงได้ในที่สุด
ตั้งแต่สูญเสียกำลังคนไปมหาศาลด้วยน้ำมือของหรงซิวเมื่อหลายปีก่อน ถ้ำปีศาจทมิฬทั้งหมดก็เข้าสู่ช่วงพักฟื้นมาโดยตลอด
เจ้าสำนักถึงกับปิดด่านฝึกตนอยู่หลายปีจนพลังกล้าแกร่งขึ้น
บัดนี้มาประมือกันอีกครา ผู้ใดมีชัยผู้ใดปราชัยยังมิอาจรู้ได้!
…
ณ ตระกูลอี้
ภายในจวนอันเงียบสงบที่ตั้งห่างไกลออกไป ชวนให้รู้สึกหนาวเหน็บและโดดเดี่ยวยิ่ง
มีเพียงผู้อาวุโสท่านหนึ่งที่ยืนเฝ้ายามอยู่ด้านหน้าประตูจวนด้วยท่าทีซังกะตาย
ตั้งแต่อี้เหวินเทากลับมาระยะนี้ก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง ไม่ได้ออกมาอีกเลย
ส่วนคนอื่นในตระกูลอี้ก็ไม่มีใครมาเยี่ยมเยียนแต่อย่างใด
แน่นอนว่าเว้นจวินจิ่วชิงที่บัดนี้ได้รับตำแหน่งประมุขเอาไว้คนหนึ่ง
แต่เขาเองก็มาเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
ราวกับว่าทั้งตระกูลอี้ลืมไปแล้วว่าที่นี่ยังคงมีอี้เหวินเทาอาศัยอยู่ก็มิปาน
ที่นี่มิมีผู้ใดแวะเวียนเข้ามาจึงมีบรรยากาศวังเวงอย่างมาก
ใครก็มิอาจคาดคิดว่าอี้เหวินเทาที่มีอำนาจในตระกูลอี้ถึงขั้นเรียกลมเรียกฝนมาได้หลายร้อยปีจะตกสู่จุดจบเช่นนี้ได้
ทันใดนั้น ก็มีเสียงบางอย่างตกแตกดังแว่วมาจากด้านใน
ผู้อาวุโสที่ยืนเฝ้ายามอยู่ขมวดคิ้ว ก้าวขึ้นไปถามว่า
“ท่านประมุข เป็นอันใดหรือไม่ขอรับ?”
ด้วยคุ้นชินมาหลายปี เขาจึงยังคงเรียกอี้เหวินเทาว่าประมุข
ผู้อาวุโสที่เฝ้ายามอยู่พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ
“ท่านระวังให้มากหน่อย”
แปลว่าไม่มีใครเข้าไปจัดการเก็บกวาดให้
ตอนนี้ทั้งจวนหลังนี้มีเพียงเขาคนเดียวคอยเฝ้ายาม หากมิใช่เพราะมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น เขาก็ไม่สามารถผละจากตำแหน่งของตัวเองได้ตามใจ
อีกอย่าง… ทำจอกตกแตกก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยจริงๆ
พูดจบ เขาก็เบนสายตากลับไป
…
ภายในห้อง
อี้เหวินเทานั่งอยู่บนเก้าอี้ บนพื้นเบื้องหน้าเขามีโต๊ะที่เขาเพิ่งเตะล้มลงไปตัวหนึ่ง
เศษชาสาดกระจายทั่วพื้น จอกชาแตกออกเป็นชิ้นๆ
ด้านข้างกันมีบุรุษในชุดดำผู้หนึ่งคุกเข่าอยู่
หน้าอกของอี้เหวินเทากระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ในแววตาคู่นั้นราวกับมีเพลิงโทสะกำลังลุกโหม
เห็นได้ชัดเลยว่าตอนนี้เขาโกรธเกรี้ยวอย่างมาก
“ติดต่อไม่ได้? นี่มันหมายความว่าอันใดกัน!?”
เขากดเสียงให้ต่ำลง แต่ก็ยังคงฟังออกได้ไม่ยากถึงอารมณ์โมโหอย่างรุนแรงที่พยายามยับยั้งเอาไว้ในน้ำเสียง
บุรุษชุดดำยังคงก้มศีรษะอย่างเดิม ก่อนเอ่ยว่า
“พวกเราส่งข่าวออกไปสามรอบติดแล้ว แต่… ฝั่งนั้นยังคงเหมือนกับโยนหินลงทะเล ไม่มีการตอบกลับมาแต่อย่างใด”
อี้เหวินเทาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหลับตาลง
ความจริงแล้วเขาเข้าใจความหมายของคำพูดนี้แต่แรกแล้ว
เพียงแต่ไม่อาจทำใจให้เชื่อได้เท่านั้น
ถ้ำปีศาจทมิฬเป็นความหวังสุดท้ายของเขาแล้วหนา!
หลายวันก่อนจวินจิ่วชิงมาเยือน ก่อนซักถามเขาในสิ่งที่เขาพูด
ตอนนั้นเขาทำทีเหมือนจะอ่อนน้อม บอกพวกเรื่องโล่ผสานนภาไปจนหมดเปลือก แต่แท้จริงแล้วในใจนั้นชิงชังจวินจิ่วชิงเหลือแสน
สำหรับเขาแล้ว สันดานเดิมของจวินจิ่วชิงโฉดชั่วดั่งหมาป่า คงคิดแผนจะฮุบเอาตำแหน่งประมุขไว้แต่แรกแล้ว!
ฉวยตอนที่เขาถูกขังอยู่ในท่าเรือดอกท้อใช้กำลังโจมตีและกลายเป็นประมุขคนใหม่ของตระกูลอี้ได้อย่างง่ายดาย!
ตอนนี้จวินจิ่วชิงตำแหน่งสูงส่งเหนือผู้ใด แล้วเขาเล่า? ต้องมาตกอยู่ในที่กันดารเช่นนี้ กระทั่งคิดจะเข้าออกจวนแห่งนี้ตามใจยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!
ก็จริงอยู่ที่ว่าจวินจิ่วชิงคือคนที่เขาเลือกให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งประมุขด้วยตัวเอง แต่ตอนนั้นเขาจะไปรู้ได้อย่างใดว่าที่แท้จวินจิ่วชิงเป็นคนประเภทนี้?
ต้องโทษตัวเขาเองที่ตาต่ำถึงได้ถูกหลอกตลบหลังจนหัวหมุน
โชคดีที่เขายังได้ส่งมอบตราสัญลักษณ์ให้จวินจิ่วชิงด้วยตัวเอง…
ตอนนี้พอมาคิดดูแล้ว ช่างน่าหัวร่อยิ่งนัก!
อี้เหวินเทาไม่มีทางยอมนั่งรอความตายเฉยๆ อยู่แล้ว
ดังนั้น หลังจากเก็บตัวจำศีลมาหลายปี ในที่สุดเขาก็ติดต่อกับทหารเดนตายของตนอีกครั้ง


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...