“วันนี้ไม่เหมือนเช่นวันวาน บัดนี้เจ้าสำนักพลังกล้าแกร่งขึ้นมาก ย่อมไม่มีทางที่พวกมันจะทำร้ายเขาได้ง่ายๆ!”
โต้วหมิ่นลังเลเพียงชั่วครู่ จากนั้นก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“อีกอย่าง อย่าลืมว่าที่นี่คือที่ไหน! อาณาเขตของถ้ำปีศาจทมิฬหาใช่ที่ที่พวกเขาจะมาอวดดีได้ง่ายๆ!”
ตอนนั้นเมื่อหลายปีก่อน เหตุผลที่พวกเขาสูญเสียไพร่พลด้วยน้ำมือของหรงซิวไปมาก ข้อแรกคือเพราะตอนนั้นเจ้าสำนักกำลังปิดด่านฝึกตน มิอาจลงมือได้ อีกข้อหนึ่งคือ ตอนนั้นพวกเขาไม่ได้มีการตั้งรับแม้แต่น้อย การเตรียมการจึงไม่เพียงพอ
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกัน
เจ้าสำนักสามารถต่อสู้ได้ ส่วนพวกเขาเองก็มีประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกันมาแล้ว
ครั้งนี้เหตุการณ์เช่นนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง!
ได้ยินเขากล่าวเช่นนี้ บรรดาฝูงชนต่างพากันพยักหน้าหงึกหงักพลางมองไปทางค่ายกลสีทองเป็นตาเดียว เริ่มการรอคอยอันทรมานไร้ที่สิ้นสุด
…
ภายในค่ายกล
ชั่วพริบตาที่มั่วสือเชียนเห็นดาบยาวสูญสลายกลายเป็นผุยผง สีหน้าของเขาพลันมืดครื้มลง
พลังของหรงซิวแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด!
“พวกเจ้าพรางตัวกันได้แนบเนียนไม่เบา… ข้าดูเบาพวกเจ้าไปแล้วจริงๆ!”
ภายในน้ำเสียงของมั่วสือเชียนแฝงแววกัดฟันกรอดด้วยมีน้ำโห
ก่อนหน้านี้เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่ก็มิได้เอาใจไปคิดให้ถี่ถ้วน
เพราะเขาเองก็คิดไม่ถึงว่าสองคนนี้จะมาเยือนถึงที่นี่จริงๆ!
ผ่านมาหลายปี เขาถึงขั้นพาพวกถ้ำปีศาจทมิฬทั้งหมดมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ไม่เคยเปิดเผยร่องรอยแม้สักเสี้ยว
“พวกเจ้าทลายประตูของท่าเรือดอกท้ออย่างนั้นหรือ!?”
นอกจากข้อนี้ เขาก็คิดความเป็นไปได้อื่นไม่ออกแล้ว
ฉู่หลิวเยว่หรี่ตาลงน้อยๆ
ประตูบานนั้นมีปัญหาเหมือนอย่างที่คิดไว้จริงๆ!
ทั้งยังมีความข้องเกี่ยวกับมั่วสือเชียนด้วย!
“ท่าเรือดอกท้อกลายเป็นของข้าแล้ว มั่วสือเชียน เจ้าจะถามเรื่องพวกนี้ไปเพื่ออันใดอีก?”
ฉู่หลิวเยว่ค่อยๆ เอ่ยอย่างเชื่องช้า
“วันที่สำนักกระบี่ทมิฬของเจ้าพ่ายแพ้หมดรูป เจ้าก็คงจะคิดถึงวันนี้ไว้แล้วสินะ”
มั่วสือเชียนแค่นหัวเราะ
“ยึดครองท่าเรือดอกท้อสำเร็จ เอาชนะอี้เหวินเทาได้ ก็เลยพูดจามั่นอกมั่นใจแบบนี้ได้สินะ…”
หลังจากที่เรื่องพวกนั้นเกิดขึ้น เขาค่อนข้างจะตกใจเลยทีเดียว
เพียงแต่ตอนนั้นเขามีเรื่องให้ต้องสะสาง จึงพักเรื่องพวกนี้เอาไว้ชั่วคราว
ใครจะคาดคิดว่าเพิ่งผ่านมาด้วยระยะเวลาสั้นปานนี้ พวกเขาจะบุกเข้ามาถึงที่นี่ได้!
“กล้าเข้ามาที่นี่ตรงๆ พวกเจ้านับว่าใจ…“
“คราก่อนที่ข้าบุกเข้าไปในถ้ำปีศาจทมิฬ เจ้าเองก็พูดแบบนี้”
หรงซิวพลันเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเกียจคร้านและสีหน้าเหลิง
“มั่วสือเชียน เจ้าเปลี่ยนบทพูดหน่อยก็ดี”
“เจ้า!”
มั่วสือเชียนโกรธเกรี้ยวขึ้นมาโดยพลัน!
แต่เขาเองก็ไร้หนทางจะโต้เถียงคำพูดที่หรงซิวว่ามาเช่นกัน
สายตาของฉู่หลิวเยว่เบนไปมองทางเชียงหว่านโจวน้อยๆ
ตอนนี้สภาพบาดแผลบนร่างของเขาทั้งหมดกลับมาเป็นปกติแล้ว
ก่อนหน้านี้คนที่ยังดูมีสภาพน่าหดหู่ ในเวลาชั่วพริบตาก็เหมือนกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างใดอย่างนั้น
เขาคงเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทพขั้นสูงแล้วสินะ
กระทั่งฉู่หลิวเยว่ยังรู้สึกตกตะลึงอย่างมากกับความจริงข้อนี้
สำหรับด้านนอกอาณาจักรเสิ่นซวี่แล้ว การคิดจะบุกทะลวงขีดจำกัดขั้นนี้ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ
นางเอ่ยถามเสียงค่อย
“เสี่ยวโจว เจ้าบุกทะลวงไปเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทพขั้นสูงได้ตั้งแต่เมื่อไรกัน?”
เชียงหว่านโจวมองไปที่นาง
บนดวงหน้างามเกลี้ยงเกลาของเขายังคงเปรอะคราบเลือดบางส่วน
แววตาของเขาพลันฉายแววลังเลขึ้นมาครู่หนึ่ง
“ข้า…”
ฉัวะ!
เสียงช่องว่างถูกฉีกกระชากพลันแว่วดังขึ้นมา!
ฉู่หลิวเยว่ตวัดสายตาขึ้นไปมองตามทันที นัยน์ตาของนางพลันหดเล็กลง!
จู่ๆ หมอกสีดำบนร่างของมั่วสือเชียนก็เริ่มหลั่งไหลออกมาอย่างรวดเร็ว
กลิ่นคาวเลือดผสมปนเปกับไอหนาวเหน็บแผ่กระจายไปทั่วอย่างต่อเนื่อง!
จากนั้น เบื้องหลังของมั่วสือเชียนพลันปรากฏให้เห็นเงาร่างสองร่าง
…ซึ่งทั้งสองร่างนั้นมีรูปร่างลักษณะเหมือนเขาราวกับแกะ!
“ร่างศักดิ์สิทธิ์พันเงา!”
มีข่าวลือเล่าว่าร่างศักดิ์สิทธิ์ประเภทนี้สาปสูญไปนานแล้ว
แม้แต่ฉู่หลิวเยว่ที่เคยพลิกหาข้อมูลเกี่ยวข้องอันนับไม่ถ้วนจากในสำนักหลิงเซียว ก็ได้ยินแค่ชื่อผ่านๆ เท่านั้น ส่วนรายละเอียดกระบวนท่าเป็นอย่างใดมิอาจรู้ได้เลยแม้แต่น้อย
คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะได้มาพบเจอเข้าที่นี่!
ยามเห็นเงาร่างที่เหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วทั้งสามร่าง แววตาของฉู่หลิวเยว่ก็อ่อนลงเล็กน้อย
เหตุผลที่ร่างศักดิ์สิทธิ์พันเงายอดเยี่ยมนั่นก็เพราะผู้ฝึกตนสามารถหลอมสร้างร่างศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ไม่จำกัด!
โดยเมื่อยึดตามระดับพลังความแข็งแกร่งของร่างต้น จำนวนร่างศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้ฝึกตนสามารถเรียกได้ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน
ไม่แปลกใจเลยว่านี่จะเป็นข้อได้เปรียบใหญ่ข้อหนึ่งในการต่อสู้กับมนุษย์เลยทีเดียว!
สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ บรรดาร่างศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกออกมาจากกระบวนท่าล้วนแต่มีพลังเหมือนกับผู้ฝึกตนที่เป็นร่างต้นทุกประการ!
หรือก็คือ สถานการณ์ในตอนนี้เท่ากับว่ามีมั่วสือเชียนสามคนมาเป็นคู่ต่อสู้ให้กับพวกเขาแต่ละคน!
ข้อได้เปรียบจากวิธีสามรุมหนึ่งพังทลายในชั่วพริบตา!
…
ในขณะเดียวกับที่มั่วสือเชียนสามคนปรากฏกายขึ้นมานั่นเอง หมอกสีดำมืดทึบเองก็แบ่งออกเป็นสามส่วน แต่ละส่วนเข้าโอบล้อมตัวเขาแต่ละร่างเอาไว้ข้างใน
หมอกสีดำเหล่านั้นดูราวกับแผ่วบางอยู่หลายส่วน หากแต่ยังมิอาจมองเห็นหน้าของมั่วสือเชียนได้ไม่ชัดดังเดิม
แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ฉู่หลิวเยว่ก็ยังจับสัมผัสได้ว่าสายตาดุร้ายแลเย็นยะเยียบกำลังจ้องมาที่นางเขม็ง!
“มาแล้วก็ดี ข้าเองก็กำลังอยากเห็นพอดีว่าบัดนี้นายท่านเยว่แห่งท่าเรือดอกท้อจะมีความสามารถอันใดบ้าง!”
มั่วสือเชียนกล่าวพลางใช้เท้าสะกิดร่างพุ่งตรงมาหาฉู่หลิวเยว่!
ทว่าทันทีที่เขาเคลื่อนไหว เส้นด้ายสีทองสายหนึ่งก็ลอยทะยานตรงมาทางเขาในชั่วพริบตา!
แววตาของมั่วสือเชียนดุดันขึ้น เขารีบหลบหลีกออกไปทันที
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...