เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2009

………………..

ยิ่งไปกว่านั้น ในบรรดาคนทั้งสาม คนหนึ่งเป็นถึงผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ อีกสองคนเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทพขั้นสูง!

ในสถานการณ์ปกติ ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์สามคนเข้าประมือกับเขาพร้อมกัน เขาเองก็แทบจะเอาชนะได้อย่างแน่นอน

แต่ว่า…

ในบรรดาทั้งสามคนนี้ หากตัดเชียงหว่านโจวออกไป คนที่เหลืออยู่คนหนึ่งก็คือฉู่หลิวเยว่ ส่วนอีกคนหนึ่งคือหรงซิว!

ทั้งสองคนนี้ต่างมิอาจจัดการได้ด้วยง่ายทั้งคู่!

ท่ามกลางสะเก็ดไฟและประกายอัสนี ปราณกระบี่ของฉู่หลิวเยว่ก็ตวัดฟาดลงมา!

มั่วสือเชียนมิอาจหลบหลีกได้ทัน จึงจำต้องเลือกประมือซึ่งหน้า!

เขาสะบัดข้อมือคราหนึ่ง หมอกดำที่อยู่รอบตัวก็หลอมรวมเข้ากลายเป็นดาบยาวเล่มหนึ่ง!

ดาบยาวเล่มนั้นแข็งไปทั้งเล่ม ล้อมรอบด้วยประกายแสงดำมืด บนตัวดาบทอประกายแดงโลหิตออกมาจางๆ ที่ลากเชื่อมต่อกันดูราวกับลวดลายอันใดบางอย่าง

เคร้ง!

คนทั้งสองเข้าโรมรันพันตู!

ชิ้ง…

เสียงอาวุธมีคมเข้าเสียดสีกันดังลั่น!

สะเก็ดประกายไฟกระจายไปทั่วสี่ทิศในชั่วขณะ!

พละกำลังอันแข็งแกร่งทำเอาง่ามมือของฉู่หลิวเยว่สั่นระริกจนเหน็บชา

นางจ้องมองลวดลายบนดาบยาวเล่มนั้นของมั่วสือเชียน ก่อนพบว่ามันคือสัญลักษณ์ของถ้ำปีศาจทมิฬ!

“เดิมทีข้าคิดอยู่เลยว่าต้องใช้วิธีการใดถึงจะล่อให้เจ้าออกมาจากท่าเรือดอกท้อได้ คิดไม่ถึง… ว่าเจ้าจะมาด้วยตัวเอง!”

มั่วสือเชียนแค่นหัวเราะเย็นเยียบ ก่อนจะพลิกฝ่ามือกวัดแกว่งดาบ!

ยามเขาเคลื่อนไหว ช่องว่างของบริเวณโดยรอบล้วนบิดเบี้ยวตามการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว!

รอยแยกช่องว่างสีดำเส้นหนึ่งพลันฉีกขาดลงเบื้องหน้าของฉู่หลิวเยว่!

สีหน้าของนางพลันแข็งทื่อ เปลวเพลิงสีทองอร่ามเหล่านั้นแปรเปลี่ยนเป็นหงส์ทองคำขนาดมหึมาตัวหนึ่งอย่างรวดเร็ว!

ฉู่หลิวเยว่หย่งตัวกระโดดเคลื่อนหลบไปอยู่ด้านหลังของถวนจื่อ

พรึ่บ…

ถวนจื่อสยายปีกออกกว้าง!

ความคิดในหัวของฉู่หลิวเยว่พลันแล่นพล่าน!

เมื่อครู่นี้นางเพียงทำไปเพื่อทดสอบพลังของมั่วสือเชียนเท่านั้น

เขาเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์!

ทั้งยัง… บุกทะลวงถึงระดับสูงสุดแล้วอย่างแน่นอน!

ก่อนหน้านี้ฉู่หลิวเยว่เคยประมือกับอี้เหวินเทามาแล้ว

ตัวอี้เหวินเทาก็ถูกยอมรับว่าเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ที่โดดเด่นในหมู่ผู้แข็งแกร่งด้วยกันภายในอาณาจักรเสิ่นซวี่

แต่มั่วสือเชียนที่อยู่เบื้องหน้าแข็งแกร่งกว่าไม่รู้ตั้งกี่เท่า!

ลำพังพึ่งแค่พลังของตัวนางเองย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย

การโจมตีเมื่อครู่ นางใช้พลังไปแปดส่วน แต่กลับสร้างบาดแผลให้มั่วสือเชียนมิได้เลย

ที่วันนั้นนางเอาชนะอี้เหวินเทาได้ เพราะสถานที่ เวลา คนพรักพร้อม ทุกอย่างเอื้ออำนวย แต่วันนี้มันไม่เหมือนกัน

ที่นี่… เป็นอาณาเขตของมั่วสือเชียน!

ในตอนที่มั่วสือเชียนคิดจะไล่ตามต่อนั่นเอง พลันมีลมหนาวปราดหนึ่งพัดเข้าโจมตีจากด้านหลัง!

ในใจของเขารู้ว่าไม่ดีแน่ จึงรีบหันกายกลับไปมองทันที!

ด้ายสีทองเส้นบางเบาเส้นหนึ่งพุ่งเข้าเกี่ยวรัดดาบยาวในมือของเขาอย่างรวดเร็ว!

กิ๊ง!

หรงซิวดึงข้อมือกลับ ด้ายสีทองเส้นนั้นพลันรัดแน่นขึ้นมาทันใด!

เสียงระเบิดกัมปนาทอันรุนแรงดังขึ้นมา

เป็นหรงซิวที่ใช้นิ้วชี้กดลงบนด้ายสีทอง ก่อนจะดีดมันอย่างรุนแรง!

เส้นด้ายสีทองสั่นไหวระรัว ทำให้ดาบเล่มยาวที่เชื่อมติดกันอยู่ได้รับผลจากพลังอันน่าหวาดหวั่นที่แผ่ขยายออกมา ก่อนจะแตกสลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพริบตา!

การต่อสู้กลางอากาศนั้นเกิดแรงระเบิดปะทะอย่างรุนแรง

บรรดาฝูงชนที่จับตามองการต่อสู้ต่างตะลึงงันจนนิ่งค้างอยู่กับที่

ในตอนนั้นเอง ปฏิกิริยาตอบสนองของโต้วหมิ่นกลับไวอย่างยิ่ง

ยามเห็นว่าคนเหล่านั้นลงมือต่อสู้กันแล้ว เขาก็แผดเสียงตะโกนออกไปอย่างดุดัน

“ทุกคนฟังคำสั่ง! ลงมือกำราบเจ้าสามคนนั้นเดี๋ยวนี้!”

พูดจบ เขาก็ทะยานนำหน้าพุ่งไปก่อน!

แม้ว่าท่านเจ้าสำนักจะมีพลังกล้าแกร่ง แต่การถูกคนล้อมโจมตีในอาณาเขตของตัวเองจะอย่างใดก็อภัยให้ไม่ได้

ทว่าเขายังไม่ทันไปถึงจุดหมาย หรงซิวก็สะบัดชายเสื้อคลุมคราหนึ่ง

ทว่าหลังจากลองตรองดูอย่างรอบคอบแล้ว ก็รู้สึกว่าวิธีการนี้ใช้การไม่ได้โดยสิ้นเชิง

อย่างใดเสียท่านเจ้าสำนักก็ยังอยู่ด้านใน!

หากประมาทแม้แต่นิด เกรงว่าจะ…

พวกเขาย่อมแบกรับผลลัพธ์ที่ตามมาภายหลังกันไม่ไหวแน่

ตอนนี้ทำได้แค่หวังให้เจ้าสำนักสามารถเอาตัวออกมาได้ก่อนแล้ว…

“ผู้นำพิธีโต้วหมิ่น แล้วจะทำอย่างใดกับคนพวกนั้นดีขอรับ?”

โต้วหมิ่นหันศีรษะกลับมามองแวบหนึ่ง สีหน้าฉายแววรำคาญขึ้นมาหลายส่วน

“จับพวกมันขังเอาไว้ก่อน!”

เวลานี้แล้ว ใครมันจะยังมีกะจิตกะใจมาคิดเรื่องพวกนั้นอยู่อีกกัน?

“ขอรับ!”

ภายในถ้ำปีศาจทมิฬ นอกจากมั่วสือเชียนที่มีศักดิ์เป็นเจ้าสำนักแล้ว ผู้ที่มีสิทธิ์มีเสียงมากที่สุดก็คือบรรดาผู้นำพิธีทั้งหลาย

อีกทั้งตอนเรื่องเกิดขึ้นโต้วหมิ่นก็อยู่ด้วยพอดี ดังนั้นตอนนี้บรรดาฝูงชนจึงเคารพนับถือเขาไปโดยไม่รู้ตัว

แม้ก่อนหน้านี้จะก่อปัญหาเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับสถานการณ์ในตอนนี้แล้วย่อมไม่ควรค่าแก่การพูดถึง

จนแทบไม่มีใครไปใส่ใจเรื่องนั้นอีกด้วยซ้ำ

ดังนั้น ภายใต้การชี้นำของโต้วหมิ่น ถ้ำปีศาจทมิฬทั้งหมดก็ตื่นตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว!

ทุกคนเว้นช่องว่างและใช้ค่ายกลสีทองขนาดมหึมาอันนั้นเป็นศูนย์กลาง จัดเรียงขบวนเป็นชั้นๆ ตั้งกำลังรบรอเต็มสูบ!

“ผู้นำพิธีโต้วหมิ่น เจ้าสำนักเจอศัตรูสามคนรุมเข้าโจมตี คงไม่เกิดปัญหาอันใดใช่หรือไม่ขอรับ?”

บรรดาฝูงชนมากน้อยก็ยังค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่หลายส่วน

“โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้ว ตัวหรงซิวเองก็มาด้วย…”

ผู้พูดกดเสียงต่ำ

สีหน้าของโต้วหมิ่นพลันฉาบด้วยความเคร่งขรึม

คนอื่นน่ะช่างมันไปเถอะ แต่หรงซิว…

นั่นน่ะคือเทพสังหารตัวจริงเสียงจริง!

หลายปีก่อน มีคนไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไรในถ้ำปีศาจทมิฬที่ตายตกอยู่ในเงื้อมือของเขา!

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์