เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2008

………………..

เงียบกริบ

บรรยากาศยิ่งทวีความเย็นเยียบมากขึ้นไปอีก

นิ้วชี้ของมั่วสือเชียนพลันขยับไหว

ร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งลอยหวือขึ้นมาในทันใด!

“เขาชื่ออันใด?”

มั่วสือเชียนเอ่ยถาม

สีหน้าของเด็กหนุ่มผู้นั้นขาวซีด เขาส่ายศีรษะอย่างตื่นตระหนกเป็นพัลวัน

“ข้า ข้าไม่รู้…”

พลั่ก!

สิ้นเสียงคำพูด เสียงระเบิดปะทุออกพลันดังลั่น!

เป็นร่างของเด็กหนุ่มผู้นั้นที่ระเบิดกระจายออกไปในทันใด!

โดยมิได้ส่งสัญญาณใดๆ เลยแม้แต่น้อย!

ช่างโหดเหี้ยมอำมหิตเหลือคณา!

เขายังไม่ทันแม้แต่จะได้ร้องขอความเมตตาหรือส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด ชีวิตก็หาไม่เสียแล้ว!

เลือดเนื้อสาดกระจาย เป็นภาพฉากที่ชวนตื่นตะลึงอย่างยิ่ง

ภาพฉากที่เกิดขึ้นมากะทันหันนี้ทำให้ใจของคนทุกผู้สั่นสะท้านอย่างรุนแรง

คนจำนวนไม่น้อยมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันควัน

ฉู่หลิวเยว่เองก็ขมวดคิ้วเช่นกัน

นางรู้ว่ามั่วสือเชียนเป็นคนเหี้ยมโหดไร้ปรานีมาแต่ไหนแต่ไร

เป็นเฮ่อจื่อหลานที่จู่ๆ ก็ถูกมั่วสือเชียนจับตัวไป!

“เขาชื่ออันใด?”

มั่วสือเชียนเอ่ยถามต่อ

เห็นได้ชัดเลยว่าตอนนี้เขาเลือกคนมาถามตามใจตนแล้ว

หากตอบว่าไม่รู้หรือไม่พูดอันใด เกรงว่าคงจะหนีความตายไปได้ยากแล้ว

เฮ่อจื่อหลานหน้าซีดขาวราวกับผีก็มิปาน

นางไหนเลยจะเคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน?

ยามคิดถึงสภาพการตายอย่างน่าอนาถของเด็กหนุ่มผู้นั้น นางก็หวาดกลัวจนตัวสั่นฟันกระทบดังกึกๆ

นางไม่รู้จริงๆ ว่าเจ้าหนุ่มผมทองผู้นั้นเป็นใคร มีพื้นเพมาจากไหน!

หน้าผากของเฮ่อจื่อจี้เต็มไปด้วยเหงื่อเย็นที่ไหลซึม สีหน้าเปี่ยมด้วยความสิ้นหวัง

ครั้งนี้ เห็นทีคงจะ…

“เชียงหว่านโจว”

ตอนนั้นเอง พลันมีเสียงใสกระจ่างราบเรียบดังแว่วขึ้นมาจากหมู่ฝูงชน

บรรดาผู้คนทยอยตวัดสายตามองตามต้นเสียง ก่อนจะนิ่งอึ้งหยุดอยู่กับที่

ผู้พูดคือแม่นางแรกรุ่นที่มีหน้าตาธรรมดาผู้หนึ่ง

จังหวะนั้นเอง นางก็เงยศีรษะน้อยๆ ขึ้นไปมองกลางอากาศ

“เขาคือคนของราชวงศ์เทียนลิ่ง”

เฮ่อจื่อจี้อ้าปากพะงาบพลางมองไปทางฉู่หลิวเยว่ด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ

นางรู้… นางรู้ด้วยหรือ?

เช่นนั้นนางคือผู้ใดกัน?

ความคิดนับไม่ถ้วนแล่นปราดเข้ามาในหัว ทำเอาเฮ่อจื่อจี้จมดิ่งสู่ภายในความวุ่นวายอันลึกล้ำ

เฮ่อจื่อจี้รีบรุดไปข้างหน้า ใช้แรงคว้าตัวนางเอาไว้

หากแต่แรงกระแทกอันแข็งกร้าวกลับทำให้เฮ่อจื่อจี้ร่วงหล่นลงพื้นอย่างแรง!

เสียงกระดูกแตกหักดังลั่น

มุมปากของเขาพลันมีโลหิตไหลซึม

สภาพของเฮ่อจื่อหลานเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไรนัก

คนทั้งสองมีสภาพย่ำแย่อย่างมาก

ทว่าต่อให้เป็นเช่นนี้ ท้ายที่สุดก็ยังคงรักษาชีวิตเอาไว้ได้

สายตาของคนบางส่วนที่หันมองฉู่หลิวเยว่แฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างไม่คิดปิดบัง

เห็นได้ชัดว่าสำหรับพวกเขาแล้ว การที่ฉู่หลิวเยว่เอ่ยปากตอบไปเช่นนี้ก็คือการขายเชียงหว่านโจวจนหมดเปลือก

อย่างใดก็ตาม ฉู่หลิวเยว่มิได้ใส่ใจสายตาเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย

แน่นอนว่านางย่อมมีแผนที่วางเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

สายตาของมั่วสือเชียนเหลือบไปมองทางฉู่หลิวเยว่

ฉู่หลิวเยว่หลุบตาลงน้อยๆ

“เจ้ามานี่”

มั่วสือเชียนกล่าว

ฉู่หลิวเยว่ก้าวเดินไปด้านหน้า

ผู้อื่นจดจ้องนาง แม้จะมีความคิดแตกต่างหลากหลาย ทว่าด้วยหวาดกลัวมั่วสือเชียน ในตอนนี้จึงมิกล้าเอ่ยอันใดออกไปมาก

หรงซิวมิได้รุดหน้าตามมา

ท่ามกลางบรรยากาศเงียบกริบที่ชวนให้รู้สึกหายใจแทบไม่ออก ฉู่หลิวเยว่ก็เดินมาถึงด้านหน้าสุดของหมู่ฝูงชน

“ข้าบอกว่าให้มานี่”

ท้ายที่สุด นางก็เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้ามั่วสือเชียน

ยังมิทันเอ่ยจบ เงาร่างของฉู่หลิวเยว่ก็หายวับไปจากผืนดิน!

ทั้งหมดเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น!

บรรดาฝูงชนเห็นเพียงแค่ว่าประกายกระบี่เย็นเยียบที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีทองบริสุทธิ์ตวัดตัดผืนฟ้ากว้างใหญ่เป็นแนวนอน พุ่งตรงไปยังมั่วสือเชียน!

มั่วสือเชียนคำรามเสียงก้องด้วยความโมโหระคนตกใจสุดขีด

“ซั่งกวนเยว่!?”

ซั่งกวนเยว่รึ!

จากข่าวลือได้ยินมาว่านางเข้าไปในอาณาจักรเสิ่นซวี่แล้วนี่นา?

แล้วเหตุใดนางถึงได้มาปรากฏตัวที่นี่ได้เล่า!?

เฮ่อจื่อจี้กับเฮ่อจื่อหลานสบตากันแวบหนึ่ง ทั้งคู่ต่างก็เห็นแววตื่นตะลึงลึกๆ ที่ฉาบอยู่ในดวงตาของอีกฝ่าย

ที่แท้แม่นางผู้นั้นก็คือซั่งกวนเยว่?

เช่นนั้น เช่นนั้นบุรุษผู้นั้น…

ฟึ่บ!

ไม่รอให้พวกเขาทันได้คิดออก เงาร่างของหรงซิวก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย!

ทันใดนั้น จู่ๆ เขาก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของมั่วสือเชียน!

ริมฝีปากบางแดงระเรื่อของเขาหยักยกขึ้นน้อยๆ ราวกับกำลังยิ้ม หากแต่แววตากลับแฝงแววเย็นยะเยือกอันเสียดแทง

“มั่วสือเชียน สบายดีหรือไม่”

ทันทีที่ฉู่หลิวเยว่เริ่มลงมือ มั่วสือเชียนก็เดาออกแล้วว่าหรงซิวย่อมต้องมาด้วยเป็นแน่!

เขากำลังจะหมุนกายกลับไป ลมปราณเย็นยะเยือกสายหนึ่งก็เข้ามาปะทะหน้า!

ใจของมั่วสือเชียนพลันตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม

ก่อนหน้านี้เขารู้เรื่องที่เกิดขึ้นในท่าเรือดอกท้อแล้ว ทั้งยังรู้เรื่องที่อี้เหวินเทาต้องเสียมือให้แก่ฉู่หลิวเยว่ด้วย

แต่ตอนนั้นเขาคิดว่าเป็นฉู่หลิวเยว่ที่ใช้เล่ห์กลอันใดสักอย่างถึงชนะพนันครานั้นได้ในท้ายที่สุด

ทว่ามาตอนนี้ เมื่อเผชิญกับการโจมตีของฉู่หลิวเยว่ เขาจึงได้ตาสว่างขึ้นมาแจ่มแจ้ง

พลังของแม่นางผู้นี้เกินกว่าที่เขาคาดไว้ก่อนหน้านี้มากโดยแท้จริง!

แทบจะในเวลาเดียวกันนั่นเอง เชียงหว่านโจวพลันเคลื่อนไหว!

ลมปราณอันน่าตื่นตะลึงสายหนึ่งปะทุออกมาจากภายในร่างของเขา!

มั่วสือเชียนยิ่งทวีความตกใจระคนโมโหมากกว่าเก่า

“ผู้แข็งแกร่งระดับเทพขั้นสูงอย่างนั้นรึ!?”

ก่อนหน้านี้เขาไม่เห็นจะจับสัมผัสได้แม้สักเสี้ยว!

ชั่วพริบตา คนทั้งสามก็กลายเป็นวงล้อม พุ่งเข้าโจมตีมั่วสือเชียนที่อยู่ตรงกลางในทันที!

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์