เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2030

………………..

หากจำไม่ผิดละก็ ก่อนหน้านี้เชียงหว่านโจวอยู่ที่ด้านนอกอาณาจักรเสิ่นซวี่มาโดยตลอด

เหตุใดตอนนี้ถึงอยู่ในระดับเทพขั้นสูงแล้วล่ะ?

ตามหลักการแล้ว มันไม่ควรจะเป็นเช่นนี้…

ริมฝีปากของเชียงหว่านโจวเม้มลงเล็กน้อย แต่เหลือบสายตามองเฉินอีโดยที่ไม่พูดอันใด

ฉู่หลิวเยว่หัวเราะขึ้นมา

“ใช่แล้ว ข้าเองก็แปลกใจเช่นกัน คิดไม่ถึงเลยว่าภายในระยะเวลาสั้นๆ เสี่ยวโจวจะสามารถทะลวงด่านสู่ระดับเทพขั้นสูงได้”

เขาเก็บซ่อนลมปราณของตัวเองเอาไว้อย่างดี หากเขาไม่ได้ต่อสู้กับมั่วสือเชียน เขาคงไม่เปิดเผยสถานะที่แท้จริงออกมา และฉู่หลิวเยว่คงคิดว่าเขาอยู่ในระดับเก้าขั้นสูงสุด

“แต่ว่าพรสวรรค์ของเสี่ยวโจวนั้นยอดเยี่ยมมาก อีกทั้งเขายังได้รับโอกาส ซึ่งข้าก็คิดอยู่แล้วว่าเขาจะสามารถทำเรื่องเหล่านี้ได้”

ฉู่หลิวเยว่พูดเสียงเบา

ความจริงแล้วนางก็รู้ว่าเหตุใดเฉินอีถึงสงสัยเช่นนี้ เพราะนางเองก็รู้สึกสงสัยด้วยเช่นกัน

แต่นางรู้ว่า ร่างกายของเชียงหว่านโจวแตกต่างจากคนผู้อื่น

ภายในร่างกายของเขามีพลังที่น่าสะพรึงกลัวถูกปิดผนึกอยู่

ก่อนหน้านี้นางเคยช่วยปลดปล่อยไปได้เพียงบางส่วนเท่านั้น แต่ความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นสูงมาก และเขาน่าจะพึ่งพลังนี้จนสามารถทะลวงด่านสู่ระดับเทพขั้นสูง

หลังจากกลับไปแล้ว นางจะต้องถามอีกฝ่ายให้ละเอียด

เฉินอีพยักหน้า และไม่ได้ซักไซ้อันใดต่อ

“นายท่านพูดมีเหตุผล ถ้าอย่างนั้นพวกเรากลับกันเถอะ”

ฉู่หลิวเยว่หันกลับไปมอง

คนเหล่านั้นยังพอทำเนา แต่สัตว์อสูรเหล่านี้… พวกมันมีจำนวนมากเกินไป

เหมือนกับสามารถเห็นความกังวลใจของนาง เฉินอีจึงกล่าวขึ้นมาว่า

“นายท่านวางใจเถอะ แม้ว่าค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้พวกเราทั้งสองคนเพิ่งจะสร้างมันขึ้นมา แต่มันก็แข็งแรงเพียงพอ ทั้งยังสามารถส่งทุกคนกลับไปได้ โดยไม่น่าจะมีปัญหา”

เมื่อได้ยินดังนั้น ฉู่หลิวเยว่ก็รู้สึกโล่งใจ

“ได้”

คนกลุ่มหนึ่งพร้อมสัตว์อสูรจำนวนมาก เดินก้าวเข้าไปในค่ายกลเคลื่อนย้าย

และก็เป็นอย่างที่เฉินอีพูดจริงๆ แม้ว่าค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้เพิ่งถูกสร้าง แต่มันก็แข็งแรงมาก

สามารถขนส่งคนและสัตว์อสูรจำนวนมากกลับมาได้อย่างมั่นคงปลอดภัย

ภายในพื้นที่ที่มืดมน ไข่มุกประธีปหลายเม็ดค่อยๆ สว่างขึ้นอย่างเงียบเชียบ แสงสว่างจางๆ สาดกระจายออกมา

ฉู่หลิวเยว่หันไปมองทางเฉินอีอย่างครุ่นคิด

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา เฉินอีก็หันกลับมามอง

“นายท่านอยากจะถามอันใดหรือ?”

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า แล้วพูดขึ้นมาอย่างลังเล

“เฉินอี ข้าจำได้ว่าเจ้าถนัดค่ายกลฉีเหมินตุ้นเจี่ย*ไม่ใช่หรือ? เจ้ามาศึกษาค่ายกลอย่างลึกซึ้งแบบนี้ตั้งแต่เมื่อใด”

มันไม่ใช่แค่เรื่องเหล่านี้

เฉินอียิ้มออกมาบางๆ

ใบหน้าที่เคยสงบราบเรียบ ตอนนี้ประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ ทำให้ใบหน้าของเขาดูมีชีวิตชีวาขึ้น

“นายท่าน ข้าก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรแบบนายท่านเช่นเดียวกัน”

หากจะบอกว่านั่นเป็นสิ่งที่เขาถนัดก็ไม่ใช่เรื่องโกหก

แต่เขาก็ไม่เคยพูดว่า เขาถนัดเพียงอย่างเดียว

นางชะงักไปเล็กน้อย

คำพูดของเฉินอีนั้นถูกต้อง

เมื่อลองคิดดูดีๆ แล้ว เขาก็เป็นคนสอนสือซานเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่หรือ?

ในบรรดาผู้พิทักษ์สิบสามเยว่ พวกเขาก็ให้ความเคารพเฉินอีที่สุด

นี่คือโลกที่คู่แข่งแกร่งเป็นผู้นำ พวกเขาไม่ได้คำนับกันแค่ความอาวุโส ดังนั้นพวกเขาจึงเคารพเฉินอีมาก

เพราะว่าเขาคนนั้นแข็งแกร่งมากเพียงพอ!

ฉู่หลิวเยว่ลูบปลายคางตัวเอง

นางเคยคิดว่านางรู้จักเฉินอีดีมากพอ แต่ดูจากตอนนี้แล้ว… บางทีสิ่งที่นางเห็นอาจจะเป็นแค่ส่วนปลายยอดภูเขาน้ำแข็งก็ได้

แต่ว่าความจงรักภักดีที่เฉินอีมีต่อนางนั้นก็ไม่อาจโต้แย้งได้

นางยิ้มออกมาอย่างปล่อยวาง ดวงตาเปล่งประกาย

“จะว่าไปแล้วก็ใช่ วันหน้าพวกเราต้องมาเรียนรู้กันเพิ่มมากขึ้น!”

ในบรรดาสิบสามผู้พิทักษ์เยว่ มีแค่ซานซานคนเดียวเท่านั้นที่ชอบทำบัญชีและหาเงิน

เขากับสือซานจึงไม่มีเวลาอยู่ร่วมกันมากนัก อีกทั้งสือซานยังเด็ก ซานซานจึงไม่อยากพูดเรื่องเรานี้ต่อหน้าเขา

ส่วนคนอื่นๆ …เขาก็ขี้เกียจเกินกว่าจะพูดมันออกมา

สือซานตอบสนองอย่างรวดเร็ว แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม

ซานซานชอบสายตาแบบนี้มาก

“ฮ่าๆ ความจริงแล้วก็ไม่ได้สุดยอดอันใดขนาดนั้น ของสิ่งนี้มันเป็นพรสวรรค์น่ะ พรสวรรค์!”

เขาลูบสมุดบัญชีในมือเบาๆ แล้วยิ้มตาหยีเล็กน้อย

“สือซานน้อย หลังจากทำกิจการเหล่านี้แล้ว ต่อจากนี้ไปจวนเยว่ของพวกเราต้องสามารถตั้งหลักภายในอาณาจักรเสิ่นซวี่ได้ ทั้งยังสามารถยืนได้อย่างมั่นคง! หลังจากนี้เจ้าอยากจะทำอันใดก็มาบอกพี่สามได้เลย!”

ซานซานพูดได้มีมาดคนรวยมาก

แต่นั่นก็เป็นเพราะว่าเขามีความมั่นใจ

การต่อสู้ของฉู่หลิวเยว่และอี้เหวินเทาเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู ทำให้ทุกคนรู้ว่าไม่ควรมายั่วโมโหท่าเรือดอกท้อ

ส่วนกิจการของเขานั้นก็เอื้ออำนวยต่อการสร้างความสัมพันธ์กับตระกูลระดับสูง

มีเพื่อนมากขึ้น ก็มีลู่ทางมากขึ้น

ไม่รู้ว่าจะมีอีกสักกี่คนที่ต้องการปีนเข้ามาในจวนเยว่

ท้ายที่สุดแล้วแม้จวนเยว่จะเพิ่งก่อตั้งขึ้นมา แต่เบื้องหลังกลับยิ่งใหญ่มาก

ตอนนี้ในอาณาจักรเสิ่นซวี่มีใครจะกล้ามายั่วโมโหพวกเขาบ้าง?

อีกทั้งเพื่อให้พัฒนาไปเป็นตระกูลระดับสูง นอกจากจะมีผู้แข็งแกร่งก็ยังต้องมีทรัพยากรที่เพียงพอ

ก่อนหน้านี้ซานซานยังคงเก็บเงินเอาไว้เล็กน้อย แต่คิดไม่ถึงว่านายท่านจะเคลื่อนไหวอย่างยิ่งใหญ่เช่นนี้

ขณะนี้ภายในจวนเยว่มีคนจำนวนมาก แต่ละฝ่ายล้วนจะต้องมีค่าใช้จ่าย ซึ่งค่าใช้จ่ายนั้นก็ไม่น้อยเลย

แต่ยังดีที่ตอนนี้มีอนาคตสดใส

“เอ๋ จริงสิ สือซาน เจ้ามาหาพี่สามเหตุใดน่ะ?”

สือซานนึกขึ้นได้ในทันที

“อ่า จริงสิ! ข้ามาที่นี่เพื่อจะแจ้งกับพี่สามว่า… นายท่านกลับมาแล้ว!”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์