………………..
หากจำไม่ผิดละก็ ก่อนหน้านี้เชียงหว่านโจวอยู่ที่ด้านนอกอาณาจักรเสิ่นซวี่มาโดยตลอด
เหตุใดตอนนี้ถึงอยู่ในระดับเทพขั้นสูงแล้วล่ะ?
ตามหลักการแล้ว มันไม่ควรจะเป็นเช่นนี้…
ริมฝีปากของเชียงหว่านโจวเม้มลงเล็กน้อย แต่เหลือบสายตามองเฉินอีโดยที่ไม่พูดอันใด
ฉู่หลิวเยว่หัวเราะขึ้นมา
“ใช่แล้ว ข้าเองก็แปลกใจเช่นกัน คิดไม่ถึงเลยว่าภายในระยะเวลาสั้นๆ เสี่ยวโจวจะสามารถทะลวงด่านสู่ระดับเทพขั้นสูงได้”
เขาเก็บซ่อนลมปราณของตัวเองเอาไว้อย่างดี หากเขาไม่ได้ต่อสู้กับมั่วสือเชียน เขาคงไม่เปิดเผยสถานะที่แท้จริงออกมา และฉู่หลิวเยว่คงคิดว่าเขาอยู่ในระดับเก้าขั้นสูงสุด
“แต่ว่าพรสวรรค์ของเสี่ยวโจวนั้นยอดเยี่ยมมาก อีกทั้งเขายังได้รับโอกาส ซึ่งข้าก็คิดอยู่แล้วว่าเขาจะสามารถทำเรื่องเหล่านี้ได้”
ฉู่หลิวเยว่พูดเสียงเบา
ความจริงแล้วนางก็รู้ว่าเหตุใดเฉินอีถึงสงสัยเช่นนี้ เพราะนางเองก็รู้สึกสงสัยด้วยเช่นกัน
แต่นางรู้ว่า ร่างกายของเชียงหว่านโจวแตกต่างจากคนผู้อื่น
ภายในร่างกายของเขามีพลังที่น่าสะพรึงกลัวถูกปิดผนึกอยู่
ก่อนหน้านี้นางเคยช่วยปลดปล่อยไปได้เพียงบางส่วนเท่านั้น แต่ความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นสูงมาก และเขาน่าจะพึ่งพลังนี้จนสามารถทะลวงด่านสู่ระดับเทพขั้นสูง
หลังจากกลับไปแล้ว นางจะต้องถามอีกฝ่ายให้ละเอียด
เฉินอีพยักหน้า และไม่ได้ซักไซ้อันใดต่อ
“นายท่านพูดมีเหตุผล ถ้าอย่างนั้นพวกเรากลับกันเถอะ”
ฉู่หลิวเยว่หันกลับไปมอง
คนเหล่านั้นยังพอทำเนา แต่สัตว์อสูรเหล่านี้… พวกมันมีจำนวนมากเกินไป
เหมือนกับสามารถเห็นความกังวลใจของนาง เฉินอีจึงกล่าวขึ้นมาว่า
“นายท่านวางใจเถอะ แม้ว่าค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้พวกเราทั้งสองคนเพิ่งจะสร้างมันขึ้นมา แต่มันก็แข็งแรงเพียงพอ ทั้งยังสามารถส่งทุกคนกลับไปได้ โดยไม่น่าจะมีปัญหา”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉู่หลิวเยว่ก็รู้สึกโล่งใจ
“ได้”
…
คนกลุ่มหนึ่งพร้อมสัตว์อสูรจำนวนมาก เดินก้าวเข้าไปในค่ายกลเคลื่อนย้าย
และก็เป็นอย่างที่เฉินอีพูดจริงๆ แม้ว่าค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้เพิ่งถูกสร้าง แต่มันก็แข็งแรงมาก
สามารถขนส่งคนและสัตว์อสูรจำนวนมากกลับมาได้อย่างมั่นคงปลอดภัย
ภายในพื้นที่ที่มืดมน ไข่มุกประธีปหลายเม็ดค่อยๆ สว่างขึ้นอย่างเงียบเชียบ แสงสว่างจางๆ สาดกระจายออกมา
ฉู่หลิวเยว่หันไปมองทางเฉินอีอย่างครุ่นคิด
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา เฉินอีก็หันกลับมามอง
“นายท่านอยากจะถามอันใดหรือ?”
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า แล้วพูดขึ้นมาอย่างลังเล
“เฉินอี ข้าจำได้ว่าเจ้าถนัดค่ายกลฉีเหมินตุ้นเจี่ย*ไม่ใช่หรือ? เจ้ามาศึกษาค่ายกลอย่างลึกซึ้งแบบนี้ตั้งแต่เมื่อใด”
มันไม่ใช่แค่เรื่องเหล่านี้
เฉินอียิ้มออกมาบางๆ
ใบหน้าที่เคยสงบราบเรียบ ตอนนี้ประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ ทำให้ใบหน้าของเขาดูมีชีวิตชีวาขึ้น
“นายท่าน ข้าก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรแบบนายท่านเช่นเดียวกัน”
หากจะบอกว่านั่นเป็นสิ่งที่เขาถนัดก็ไม่ใช่เรื่องโกหก
แต่เขาก็ไม่เคยพูดว่า เขาถนัดเพียงอย่างเดียว
นางชะงักไปเล็กน้อย
คำพูดของเฉินอีนั้นถูกต้อง
เมื่อลองคิดดูดีๆ แล้ว เขาก็เป็นคนสอนสือซานเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่หรือ?
ในบรรดาผู้พิทักษ์สิบสามเยว่ พวกเขาก็ให้ความเคารพเฉินอีที่สุด
นี่คือโลกที่คู่แข่งแกร่งเป็นผู้นำ พวกเขาไม่ได้คำนับกันแค่ความอาวุโส ดังนั้นพวกเขาจึงเคารพเฉินอีมาก
เพราะว่าเขาคนนั้นแข็งแกร่งมากเพียงพอ!
ฉู่หลิวเยว่ลูบปลายคางตัวเอง
นางเคยคิดว่านางรู้จักเฉินอีดีมากพอ แต่ดูจากตอนนี้แล้ว… บางทีสิ่งที่นางเห็นอาจจะเป็นแค่ส่วนปลายยอดภูเขาน้ำแข็งก็ได้
แต่ว่าความจงรักภักดีที่เฉินอีมีต่อนางนั้นก็ไม่อาจโต้แย้งได้
นางยิ้มออกมาอย่างปล่อยวาง ดวงตาเปล่งประกาย
“จะว่าไปแล้วก็ใช่ วันหน้าพวกเราต้องมาเรียนรู้กันเพิ่มมากขึ้น!”
ในบรรดาสิบสามผู้พิทักษ์เยว่ มีแค่ซานซานคนเดียวเท่านั้นที่ชอบทำบัญชีและหาเงิน
เขากับสือซานจึงไม่มีเวลาอยู่ร่วมกันมากนัก อีกทั้งสือซานยังเด็ก ซานซานจึงไม่อยากพูดเรื่องเรานี้ต่อหน้าเขา
ส่วนคนอื่นๆ …เขาก็ขี้เกียจเกินกว่าจะพูดมันออกมา
สือซานตอบสนองอย่างรวดเร็ว แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม
ซานซานชอบสายตาแบบนี้มาก
“ฮ่าๆ ความจริงแล้วก็ไม่ได้สุดยอดอันใดขนาดนั้น ของสิ่งนี้มันเป็นพรสวรรค์น่ะ พรสวรรค์!”
เขาลูบสมุดบัญชีในมือเบาๆ แล้วยิ้มตาหยีเล็กน้อย
“สือซานน้อย หลังจากทำกิจการเหล่านี้แล้ว ต่อจากนี้ไปจวนเยว่ของพวกเราต้องสามารถตั้งหลักภายในอาณาจักรเสิ่นซวี่ได้ ทั้งยังสามารถยืนได้อย่างมั่นคง! หลังจากนี้เจ้าอยากจะทำอันใดก็มาบอกพี่สามได้เลย!”
ซานซานพูดได้มีมาดคนรวยมาก
แต่นั่นก็เป็นเพราะว่าเขามีความมั่นใจ
การต่อสู้ของฉู่หลิวเยว่และอี้เหวินเทาเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู ทำให้ทุกคนรู้ว่าไม่ควรมายั่วโมโหท่าเรือดอกท้อ
ส่วนกิจการของเขานั้นก็เอื้ออำนวยต่อการสร้างความสัมพันธ์กับตระกูลระดับสูง
มีเพื่อนมากขึ้น ก็มีลู่ทางมากขึ้น
ไม่รู้ว่าจะมีอีกสักกี่คนที่ต้องการปีนเข้ามาในจวนเยว่
ท้ายที่สุดแล้วแม้จวนเยว่จะเพิ่งก่อตั้งขึ้นมา แต่เบื้องหลังกลับยิ่งใหญ่มาก
ตอนนี้ในอาณาจักรเสิ่นซวี่มีใครจะกล้ามายั่วโมโหพวกเขาบ้าง?
อีกทั้งเพื่อให้พัฒนาไปเป็นตระกูลระดับสูง นอกจากจะมีผู้แข็งแกร่งก็ยังต้องมีทรัพยากรที่เพียงพอ
ก่อนหน้านี้ซานซานยังคงเก็บเงินเอาไว้เล็กน้อย แต่คิดไม่ถึงว่านายท่านจะเคลื่อนไหวอย่างยิ่งใหญ่เช่นนี้
ขณะนี้ภายในจวนเยว่มีคนจำนวนมาก แต่ละฝ่ายล้วนจะต้องมีค่าใช้จ่าย ซึ่งค่าใช้จ่ายนั้นก็ไม่น้อยเลย
แต่ยังดีที่ตอนนี้มีอนาคตสดใส
“เอ๋ จริงสิ สือซาน เจ้ามาหาพี่สามเหตุใดน่ะ?”
สือซานนึกขึ้นได้ในทันที
“อ่า จริงสิ! ข้ามาที่นี่เพื่อจะแจ้งกับพี่สามว่า… นายท่านกลับมาแล้ว!”
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...