เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2035

………………..

ภายในห้องปกคลุมด้วยความเงียบ

เชียงหว่านโจวเงยหน้าขึ้นมาแล้วเห็นแววตาที่เปล่งประกายราวกลับสามารถมองทุกสิ่งออกอย่างทะลุปรุโปร่ง

หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง เหมือนกับมีอันใดบางอย่างมาบีบรัด

ปราณเย็นแผ่กระจายออกมาจากร่างของเขา

หลังจากผ่านไปสักพัก เขาก็ได้ยินเสียงของตัวเอง

“…ยังขอรับ”

ฉู่หลิวเยว่จ้องหน้าเขาตาเขม็ง

“จริงหรือ?”

“จริงขอรับ”

“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น…เหตุใดเจ้าไม่ไปตามหาคนผู้นั้นล่ะ เหตุใดต้องมาติดตามข้า?”

“… นายท่านเคยบอกว่าจะช่วยข้าหาคนผู้นั้น อีกทั้ง…”

เชียงหว่านโจวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

“ข้าสัมผัสได้ว่า นางอยู่ที่อาณาจักรเสิ่นซวี่”

ฉู่หลิวเยว่หัวเราะขึ้นมา

“ดังนั้น เจ้าจึงอยากให้ข้าช่วยตามหาคนผู้นั้นหรือ?”

“ขอรับ”

ฉู่หลิวเยว่ถอยหลังไปเล็กน้อย

บรรยากาศเย็นลงหลายส่วนทันที

นางลุกขึ้นยืน จากนั้นก็มองไปที่ด้านหน้าของเชียงหว่านโจว

“…เหมือนว่าก่อนหน้านี้ ข้าเคยมาที่อาณาจักรเสิ่นซวี่แล้ว ในความทรงจำของข้าบอกว่า ในตอนนั้นข้าก็ทะลวงด่านสู่ระดับเทพขั้นสูงไปแล้ว”

รูม่านตาของฉู่หลิวเยว่ขยับเล็กน้อย

“ก่อนหน้านี้? มันคือเมื่อใดกัน?”

เชียงหว่านโจวส่ายหน้า

“เรื่องนี้ข้าไม่ทราบจริงๆ”

“ยื่นมือออกมา”

เชียงหว่านโจวได้ยินดังนั้นก็ยื่นมือออกไปโดยไม่ลังเล

ฉู่หลิวเยว่วางนิ้วบนข้อมือของเขาพร้อมถ่ายทอดพลังปราณดั้งเดิมลงไปสายหนึ่งเพื่อตรวจสอบสภาพร่างกายของเขา

เห็นได้ชัดว่าปราณเย็นภายในร่างกายของเขาลดจำนวนลงไปกว่าเดิม

ท่ามกลางปราณเย็นมีพลังที่น่าตกใจแฝงเอาไว้อยู่

และด้วยเหตุผลนี้ ตอนที่เขารวบรวมพลังเพื่อบำเพ็ญเพียร เขาก็สามารถเลื่อนขั้นได้อย่างรวดเร็ว

หากปราณเย็นภายในร่างกายของเขานั้นถูกกำจัดจนหมดสิ้น… เกรงว่าจะต้องเป็นพลังที่น่ากลัว!

ฉู่หลิวเยว่ดึงมือกลับมา

“เจ้ากลับไปก่อนเถอะ”

เชียงหว่านโจวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

“แล้วชาของนายท่าน…”

ฉู่หลิวเยว่หัวเราะออกมา

“นี่มันเรื่องเล็กเจ้าไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ข้าก็กำลังจะไปพักผ่อนแล้ว”

เชียงหว่านโจวทำความเคารพแล้วขอตัวจากไป

เมื่อเขาเดินออกไปแล้วก็ปิดประตูให้นางเป็นอย่างดี

ฉู่หลิวเยว่เคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบาๆ

แต่เหมือนว่าเขาจะไม่ค่อยเข้าใจสภาพร่างกายของตัวเองสักเท่าไร

บางทีเขาอาจจะมีเรื่องราวบางอย่างที่ตัวเขาเองก็ยังไม่แน่ชัด…

ฉู่หลิวเยว่ครุ่นคิด โล่ผสานนภาก็ปรากฏอยู่ตรงหน้านาง

นางลูบโล่อย่างแผ่วเบา

นางไม่เคยเห็นอักขระลึกลับเช่นนี้ที่สลักอยู่ด้านบนแบบนี้มาก่อนเลย

เหตุใดนางถึงยังทิ้งสมุดบันทึก…

นางคิดอยู่สักพักแต่ก็ไร้ประโยชน์

หากในตอนนั้นนางสามารถจับมั่วสือเชียนได้ นางจะได้ถามเขา

หลังจากได้รับคำยั่วยุของอี้เหวินเทา นางก็สามารถสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายให้ความสนใจกับโล่ผสานนภามาก

และเขาน่าจะรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี

อีกทั้งยังมีเนื้อเพลงฉินนั้น…

เห็นได้ชัดว่ามั่วสือเชียนให้ความสำคัญกับเนื้อเพลงฉินเป็นอย่างมาก

ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ทุ่มเทหาหนทางมาต่อสู้กับนางอยู่หลายต่อหลายครั้ง

จากคำพูดของคนผู้นั้นในตอนแรก เนื้อเพลงฉินถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน ตอนนี้อยู่กับนางสองส่วนแล้ว ยังขาดอีกส่วนสุดท้าย…

แต่น่าเสียดายที่เวลาผ่านมานานขนาดนี้แล้ว นางไปในสถานที่หลากหลาย แต่กลับไม่ได้พบเบาะแสอันใดเลย

หรงซิวชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เมินเฉยไม่สนใจใยดี แต่กลับปลดกระดุมเสื้อของนางอย่างแผ่วเบา

“ข้าไปส่งผู้อาวุโสห้าที่ด้านนอกของทะเลทรายจันทราสีชาด ข้าไม่ได้ติดตามเขาเข้าไปด้วย ภัยบุหลันมาถึงแล้ว ผู้อาวุโสห้ายืนยันว่าจะกลับไปด้วยตัวเอง ข้าจึงได้แต่ยอมรับ”

ฉู่หลิวเยว่เม้มริมฝีปาก

ความจริงแล้วนางก็คาดเดาเรื่องนี้เอาไว้ก่อนอยู่แล้ว

ตอนนี้เหมือนว่าผู้อาวุโสห้าไม่อยากจะให้พวกเขาเข้าไปด้านใน แต่ที่เขาให้หรงซิวไปส่งในครั้งนี้ เพราะเขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

“ไม่รู้ว่าภัยบุหลันที่ว่าคืออันใด… คาดไม่ถึงว่าเขาจะรู้สึกหวาดกลัวกันขนาดนี้”

ฉู่หลิวเยว่พึมพำขึ้นมาเสียงต่ำ

นางกลืนคำพูดที่เหลือลงคอไปในทันที เหลือเพียงคำพูดพึมพำเท่านั้น

หลังจากผ่านไปสักพัก นางก็ได้ยินเสียงหัวเราะอันแหบพร่าของหรงซิวดังขึ้นมา

“…เจ้าอยากจะรู้อันใดหรือ สามีจะไปช่วยสืบหา เจ้าอยากได้อันใด สามีจะไปแย่งชิง แต่ทุกอย่างต้องรอวันพรุ่งนี้…ยิ่งไปกว่านั้น เยว่เออร์จะต้องมีของตอบแทน…”

เดิมทีฉู่หลิวเยว่ยังรู้สึกวุ่นวายใจ แต่เมื่อถูกหรงซิวรบกวนเช่นนี้ หลังจากนั้นไม่นานนางก็โยนเรื่องเหล่านี้ทิ้งเอาไว้ด้านหลัง

จนกระทั่งวันรุ่งขึ้นนางรู้สึกปวดเอวและขาอ่อนแรง ก่อนฝืนดึงสติกลับคืนมา

แต่ว่าในตอนนี้ นางอารมณ์ดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้มาก

เรื่องหลายอย่างจำเป็นจะต้องค่อยๆ จัดการ

ต่อให้นางรีบร้อนไป มันก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ทันที

แทนที่จะทำอย่างนั้น สู้รออย่างใจเย็นเตรียมตัวให้ดีจะดีกว่า

เมื่อดูจากตอนนี้แล้ว ด้านหน้ายังเต็มไปด้วยเมฆหมอกบดบัง แต่สักวันหนึ่งความจริงจะปรากฏ

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฉู่หลิวเยว่ก็ซบตัวเองลงไปในอ้อมกอดของหรงซิวอีกครั้ง

เดิมทีหรงซิวยังคงหลับตาอยู่ แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวของนาง เขาจึงลืมตาขึ้นมา

แววตาของเขาลึกล้ำ

“หื้ม?”

ฉู่หลิวเยว่รีบถอยห่างออกอย่างรวดเร็ว

นางเกือบลืมไปเลยว่าห้ามยั่วยุผู้ชายคนนี้แต่เช้า!

หรงซิวหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ แล้วไม่ได้แกล้งนางอีกก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูดว่า

“ได้ยินมาว่าผู้อาวุโสซั่งกวนจะไปที่ลุ่มน้ำชิงกู่หรือ?”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์