พูดมาถึงตรงนี้ สีหน้าของฉู่หลิวเยว่พลันอ่อนลง
“อืม”
ครานี้องค์ไท่จู่มิอยากทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต จึงบอกไว้แต่แรกแล้วว่าไม่ต้องส่ง ก่อนปลีกตัวจากไปพร้อมกับผู้อื่น
“สุสานของถังเคอดึงดูดความสนใจขององค์ไท่จู่ได้ชะงักนัก ไม่สิ ต้องพูดว่าสำหรับช่างหลอมอาวุธแล้ว แต่ละคนต่างก็เป็นเช่นนี้กันทั้งนั้น”
นับตั้งแต่ถังเคอและท่านซูเป็นต้นมา ในอาณาจักรเสิ่นซวี่ก็ไม่มีผู้ใดตีหลอมสมบัติศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้สำเร็จอีก
บรรดาผู้คนนับไม่ถ้วนต่างทุ่มเทลงแรงทั้งกายและใจเพื่อการนี้ ทว่าท้ายที่สุดแล้วก็มิอาจทลายขีดจำกัดตรงนั้นไปได้
บัดนี้โอกาสมาเทียบท่าเชิญถึงที่ บางทีภายในสุสานของถังเคออาจซ่อนความลับและโอกาสในการตีหลอมสมบัติศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ ใครบ้างจะไม่อยากได้?
ทันใดนั้น ฉู่หลิวเยว่พลันนึกอันใดบางอย่างออก นางตวัดสายตาหันไปจ้องหรงซิว
เกือบลืมไปเลย หรงซิวเองก็เป็นช่างหลอมอาวุธเหมือนกัน!
ทั้งยังเป็นช่างหลอมอาวุธจำพวกมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ ความสามารถกล้าแกร่งเสียด้วย!
นี่เขาไม่มีความคิดอยากไปสุสานเลยอย่างนั้นหรือ?
“แล้ว… เจ้าเองก็จะไปด้วยใช่หรือไม่?”
ฉู่หลิวเยว่เอ่ยถาม
หรงซิวส่ายศีรษะด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“ไม่ ข้าอยากให้เจ้าไปต่างหาก”
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย
“เหตุใดกัน?”
แม้ตัวนางเองก็เป็นช่างหลอมอาวุธ แต่ความจริงนางไม่ได้มีความสนใจในด้านนี้เป็นพิเศษ
นางพึมพำกับตัวเองอย่างลังเลอยู่พักหนึ่ง
“พรสวรรค์และความสามารถในการเป็นช่างหลอมอาวุธของข้าสู้เจ้าไม่ได้ หากจำเป็นต้องไป เป็นเจ้าคงจะเหมาะสมกว่ากระมัง?”
หากหรงซิวไป บางทีอาจจะพอจับแกวอันใดได้บ้าง
ไม่ต้องคิดก็รู้ได้ว่าคนที่ไปลุ่มน้ำชิงกู่ครานี้ล้วนแต่เป็นช่างหลอมอาวุธระดับแนวหน้าในใต้หล้าทั้งนั้น!
แม้แต่องค์ไท่จู่ก็ยังมิอาจทำความเข้าใจได้เต็มที่ ไม่ต้องพูดถึงนางเลยด้วยซ้ำ
ผลประโยชน์ข้อนี้ดึงดูดใจมากโดยแท้ แต่นางก็ไม่คิดจะกระโจนร่วมแผนการอันจืดชืดนี้แต่แรกอยู่แล้ว
ริมฝีปากบางแดงระเรื่อของหรงซิวหยักยกขึ้นน้อยๆ เผยรอยยิ้มแฝงความนัยลึกล้ำ
“ไม่ มิมีผู้ใดที่เหมาะสมไปกว่าเจ้าแล้ว”
ฉู่หลิวเยว่มองเขาด้วยสีหน้างุนงง
หรงซิวเลิกคิ้วพลางกล่าว
“อย่าลืมว่าในมือเจ้ามีสมบัติศักดิ์สิทธิ์สามชิ้น อีกอย่าง สมบัติทั้งหมดนั่นล้วนแต่ทำขึ้นด้วยมือของท่านซูทั้งนั้น”
ฉู่หลิวเยว่ตกตะลึงไปพักหนึ่งราวกับเข้าใจอันใดบางอย่าง ทว่าก็เหมือนจะไม่เข้าใจนัก
“เจ้าจะบอกว่า… ถ้าใช้สมบัติศักดิ์สิทธิ์พวกนั้นแล้ว ก็อาจจะเปิดสุสานของถังเคอได้? แต่นั่นมันสุสานของถังเคอ ไม่ใช่…”
ทันใดนั้นเสียงของนางก็ชะงักไป ในแววตาปรากฏความรู้สึกเหลือเชื่ออยู่หลายส่วน
หรงซิวหัวเราะ
“ปีนั้นเป็นช่วงเฟื่องฟูของถังเคอ แม้จะไม่ได้ชนะการต่อสู้ครานั้น แต่ก็ไม่ได้แพ้ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของเขามากนัก ทว่าหลังการต่อสู้ ท่านซูกลับหายตัวไป ไม่นานหลังจากนั้น ถังเคอก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย”
“เจ้าหมายความว่าบางทีการหายตัวไปในครานั้นของถังเคออาจมีความเกี่ยวข้องกับท่านซูผู้นั้น?”
“เป็นเพียงการคาดเดา แต่ท่านซูเป็นคู่ปรับตลอดกาลของถังเคอ อีกทั้งตัวเจ้ายังมีสมบัติศักดิ์สิทธิ์ของท่านซูอยู่สามชิ้น จะมีโอกาสตรวจสอบเจออันใดบ้างก็มิอาจรู้ได้”
คำพูดของหรงซิวทำให้ฉู่หลิวเยว่จมดิ่งสู่ห้วงความคิด
ต้องบอกว่าคำพูดพวกนั้นมีน้ำหนักอยู่ไม่น้อยจริงๆ
เดิมทีนางยังไม่ได้เฉลียวใจ แต่พอหรงซิวพูดเช่นนี้ นางก็เริ่มรู้สึกคล้อยตามขึ้นมาบ้างแล้ว
อย่างใดเสียนั่นก็คือสุสานของถังเคอเทียวหนา…
“อีกอย่าง มีเรื่องหนึ่งที่เจ้าอาจยังไม่รู้”
หรงซิวชะงักไปครู่หนึ่ง
“การต่อสู้ระหว่างถังเคอและท่านซูในปีนั้นเกิดขึ้นที่ท่าเรือดอกท้อด้วย”
“จริงหรือ!?”
ฉู่หลิวเยว่ถึงกับได้สติมาในทันที ก่อนหันมองเขาด้วยสายตาประหลาดใจระคนเหลือเชื่ออยู่หลายส่วน
สองมือของเฉินอีประสานกันเป็นเชิงคารวะ
“ในเมื่อนายท่านตรึกตรองดีแล้ว ข้าน้อยย่อมทำตาม”
ฉู่หลิวเยว่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนกล่าวว่า
“ข้ารู้ ตอนแรกเจ้าคิดว่าข้าจะพาเจ้าไปด้วยกัน แต่ที่ข้าไปครั้งนี้คงเสียเวลาไปไม่ใช่น้อย ท่าเรือดอกท้อฟากนี้ต้องมีคนคอยดูแล หลังจากข้าจากไปแล้ว เรื่องทั้งหมดที่นี่ต้องมอบให้เจ้าจัดการแล้ว”
สีหน้าของเฉินอีอ่อนลงทันควัน
“นายท่านวางใจเถิด ข้าน้อยย่อมต้องทำให้ดีที่สุด”
อย่างน้อยมารายงานกันก่อนก็ยังดี
อีกทั้งคนพวกนี้ต้องยกให้เฉินอีจัดการนั่นแหละถึงจะเหมาะสมที่สุด
เฉินอีพยักหน้ารับ
“ข้าย่อมไม่ทำให้ท่านผิดหวัง ขอให้นายท่านกลับมาจากเดินทางครั้งนี้อย่างปลอดภัย”
ริมฝีปากแดงระเรื่อของฉู่หลิวเยว่ยกขึ้นน้อยๆ
“แน่นอนอยู่แล้ว”
…
ณ ลุ่มน้ำชิงกู่
บนที่รกร้างกว้างใหญ่ไพศาลมีก้อนหินขนาดมหึมานับไม่ถ้วนเรียงรายกันแน่นขนัดไม่เป็นระเบียบ ยามมองจากที่ไกลๆ ดูราวกับภูเขาลูกน้อยๆ ที่ตั้งตรงตระหง่าน
เป็นป่าหินนั่นเอง
ส่วนตระกูลเว่ยก็ตั้งอยู่หลังป่าหินที่ว่า
มีข่าวเล่าลือกันว่าป่าหินนี้เหมือนเขาวงกตสลับซับซ้อนก็มิปาน ยากจะเดินผ่านออกไปได้
กระทั่งคนตระกูลเว่ยเองยังต้องทะยานบินไปจากบนฟ้าทุกครั้ง น้อยมากที่จะเดินผ่านป่าหินนี้ไป
ทว่าในตอนนั้นเอง ด้านนอกป่าหินที่เงียบเหงากลับมีคนจำนวนมากมารวมตัวกัน
อีกทั้งลมปราณของแต่ละคนต่างก็ดุดันแข็งกร้าว ด้วยทุกคนเป็นผู้แข็งแกร่งเช่นเดียวกันหมด!
เพราะในข่าวลือบอกว่า สุสานของถังเคอ…ตั้งอยู่ที่นี่!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...