เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2037

บรรดาช่างหลอมอาวุธที่มีชื่อเสียงในอาณาจักรเสิ่นซวี่ต่างรุดมาที่นี่กันถ้วนหน้า

วันนี้เป็นวันที่ตระกูลเว่ยตกลงว่าจะให้ทุกคนเข้าสู่ป่าหินพร้อมกัน

“ใช่แล้ว คนที่ยืนอยู่ตรงมุมนั่นไง!”

“คนผู้นี้เป็นผู้มีฝีมือโดดเด่นในบรรดาช่างหลอมอาวุธระดับปรมาจารย์เชียวหนา! มีเขาอยู่ เกรงว่าการแย่งชิงครานี้จะต้องดุเดือดมากแน่ๆ…”

“นั่นก็เดาได้อยู่แล้วมิใช่หรือไร? นอกจากเขาแล้ว ครั้งนี้ยังมีช่างหลอมอาวุธระดับปรมาจารย์ที่ไม่ข้องเกี่ยวกับกิจของใต้หล้ามาหลายปีมาร่วมด้วยอีกตั้งเยอะ!”

“งั้น… งั้นแบบนี้พวกเราก็ไม่มีหวังเลยไม่ใช่หรือไร?”

“ก็ไม่แน่หรอก! ยังไม่ถึงช่วงสุดท้าย ก็ไม่มีใครรู้ทั้งนั้นว่าใครจะได้เป็นคนที่ยิ้มถึงตอนจบใช่หรือไม่เล่า? พูดอีกอย่างก็คือ คนพวกนี้น่ะเก่งมันก็เก่ง แต่ครั้งนี้สุสานที่ต้องเปิดน่ะมันของถังเคอเทียวหนา ในนี้มีใครคู่ควรบ้างล่ะ? ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จะแพ้หรือชนะ ข้าว่าโชคน่ะสำคัญกว่าเยอะทีเดียว!”

“ที่พูดก็ถูก…”

บรรดาฝูงชนแบ่งออกเป็นกลุ่มสามคนห้าคนพลางทยอยวิจารณ์กันอย่างออกรส

แม้ตระกูลเว่ยจะไม่ได้กำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมที่แน่นอน แต่คนส่วนใหญ่ต่างเข้าใจตรงกันโดยไม่ต้องถาม จึงเลือกคนร่วมเดินทางมาเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น

บางคนเดินทางมาตัวคนเดียวก็มี

เรื่องแบบนี้มิได้เกี่ยวกับพละกำลังไปเสียทั้งหมด

ต่อให้พาคนมาเยอะแยะ ก็ใช่ว่าจะมีประโยชน์อันใด

มิสู้เดินทางมาแบบตัวเบา จะได้สะดวกสบายขึ้นมาบ้าง

“ลูกพี่ซั่งกวน ท่านหายตัวไปนานขนาดนี้ พอออกมาคราวนี้ก็ยังอุตส่าห์เป็นจุดสนใจของคนได้หนา!”

คนบางส่วนที่ร่วมทางมาด้วยเอ่ยหยอกล้อ

“นั่นสิ! ตั้งแต่พวกเรามาถึงนี่ คนพวกนั้นก็ดูจะวิจารณ์ท่านไม่หยุดปากเลย”

“ฮ่าฮ่า! ลูกพี่ซั่งกวนยังคงเนื้อหอมไม่เปลี่ยน! หากมิใช่เพราะครั้งนี้คือการแข่งขัน เกรงว่าต้องมีคนจำนวนไม่น้อยมาขอผูกมิตรด้วยเป็นแน่!”

บัดนี้ในอาณาจักรเสิ่นซวี่มีใครบ้างไม่เคยได้ยินถึงชื่อเสียงเรียงนามของท่าเรือดอกท้อ?

นามซั่งกวนเยว่คำนี้ต่างแผ่ขยายไปทั่ว ชื่อเสียงโด่งดังขจรขจายยิ่ง!

เขาที่เป็นองค์ไท่จู่ของแม่หนูเยว่เออร์ย่อมไม่พ้นตกเป็นจุดสนใจของคนไปด้วย

ช่างหลอมอาวุธระดับปรมาจารย์ในที่แห่งนี้ไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว ผู้ที่มีความสามารถเทียบเคียงกับข้าก็ใช่ว่าจะไม่มี

เหตุใดความสนใจของบรรดาฝูงชนถึงตกอยู่ที่เขาคนเดียว ไม่ต้องบอกก็รู้ได้

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ทยอยเงียบลง ทุกคนพากันเงยศีรษะมองเป็นตาเดียว

“คนของตระกูลเว่ย”

เมื่อเห็นสัญลักษณ์ที่ปักบริเวณอกขวาบนชุดคลุมของพวกเขา ซั่งกวนจิ้งก็รู้ตัวตนของพวกเขาได้ในทันที

เป็นอย่างที่คิดไว้ หลังจากนั้นคนเหล่านี้ก็บินข้ามป่าหิน ก่อนทะยานลงมายังเบื้องหน้าของทุกคน

ผู้ที่ก้าวออกมาด้านหน้าคือบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งที่สวมชุดคลุมยาว ท่าทีวางตัวของเขาสง่างามและองอาจอย่างยิ่ง

“ข้าน้อยคือประมุขตระกูลเว่ย เว่ยเจ๋อ ขอคารวะทุกท่าน!”

บรรดาฝูงชนเองก็ทยอยคำนับเขาอย่างสุภาพ

สุดท้ายแล้วป่าหินแห่งลุ่มน้ำชิงกู่แห่งนี้ก็เป็นอาณาเขตของตระกูลเว่ย อย่างใดก็ต้องไว้หน้ากันบ้าง

เว่ยเจ๋อเอ่ยทักทายทุกคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มต่ออีกสองสามประโยค จากนั้นก็หันมาประสานมือคารวะซั่งกวนจิ้ง ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจอยู่หลายส่วน

“เอ๋? ผู้อาวุโสซั่งกวน ซั่งกวนเยว่กับหรงซิวมิได้เดินทางมาพร้อมท่านหรือ?”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์