ตอนที่ 2037
บทที่ 2044 ห่วงประตูสัมฤทธิ์
October 22, 2026
………………..
สิ้นคำพูด บริเวณโดยรอบเงียบกริบลงในบัดดล
ทุกคนต่างพากันเสสายตามองมาทางนี้เป็นตาเดียว
บัดนี้นาม “ซั่งกวนเยว่” นับว่าชื่อเสียงดังสนั่นเป็นที่เลื่องลือ ดุจเสียงสายฟ้าฟาดดังเสียดหูมิปาน
ก็แล้วมีใครบ้างไม่รู้ ไม่เคยได้ยินเรื่องที่ท่าเรือดอกท้อมาก่อนบ้างเล่า?
บรรดาผู้คนจำนวนมากในหมู่พวกเขาต่างสอดส่องมองไปที่อีกฝ่ายด้วยความใคร่รู้เต็มประดา
ซั่งกวนจิ้งหรี่ตาลงน้อยๆ
เว่ยเจ๋อผู้นี้ดูแปลกไม่น้อยทีเดียว
คนมากเพียงนั้นเขาไม่ถาม กลับมาถามหาแม่หนูเยว่เออร์กับหรงซิวเอาเสียอย่างนั้น?
อีกอย่าง คนมาที่นี่ก็มีตั้งมากมาย ทั้งยังเป็นช่างหลอมอาวุธระดับสูงสุดเสียส่วนใหญ่ สองคนนั้นไม่มาก็ไม่ได้ส่งผลอันใดกระมัง?
ความคิดของซั่งกวนจิ้งแล่นพล่าน หากแต่มิได้แสดงออกทางสีหน้าแต่อย่างใด เขาเพียงหัวเราะร่าออกมาคำรบหนึ่ง
“ขอบคุณประมุขเว่ยที่เป็นห่วง เพียงแต่ระยะนี้ท่าเรือดอกท้อมีเรื่องยุ่งวุ่นวายไม่เว้นวัน เยว่เออร์มีเรื่องต้องสะสางไม่น้อย จึงปลีกตัวออกมาไม่ได้สักพักหนึ่ง หรงซิวเองก็ชอบคลุกคลีอยู่กับนางมาแต่ไหนแต่ไร ดังนั้น…”
บรรดาฝูงชนได้ยินดังนั้นต่างก็เกิดอารมณ์ซับซ้อนอยู่ในใจ
เรื่องยุ่งวุ่นวายไม่เว้นวัน…
มีเรื่องต้องสะสางไม่น้อย…
จะเป็นเรื่องอันใดไปได้อีก?
แน่นอนว่าเป็นเพราะครองท่าเรือดอกท้อทั้งหมดไว้คนเดียว ถึงมีเรื่องพวกนี้ให้ทำอย่างใดเล่า!
นี่เป็นการป่าวประกาศออกไปให้รู้กันอย่างโจ่งแจ้งเลยมิใช่หรือ!
กลัวผู้อื่นไม่รู้ว่าพวกเจ้าได้เป็นนายคนใหม่ของท่าเรือดอกท้อกันแล้วหรือไร!
ทั้งคำพูดและการกระทำ การเลือกใช้คำแต่ละอย่างล้วนแสดงออกถึงความภาคภูมิใจอย่างไม่คิดปิดบัง!
แต่พอออกมาจากปากของซั่งกวนจิ้ง เขากลับกลายเป็นสามีที่คอยปกป้องดูแลภรรยาอยู่ที่บ้านไปเสียอย่างนั้น…
นี่นับเป็นเรื่องอันใดได้!
เว่ยเจ๋อเองก็สำลัก ในใจลอบก่นด่าตาเฒ่าหัวหมอไปยกใหญ่
แค่ประโยคสองประโยคก็ทำให้อารมณ์เบิกบานหายวับกับตา ทั้งยังสะอึกจนพูดไม่ออก!
เขาพูดออกมาเช่นนี้แล้ว จะให้ผู้อื่นตอบรับว่าอย่างใดเล่า
ริมฝีปากของเว่ยเจ๋อสั่นระริก เขาหัวเราะออกมาคราหนึ่ง
“ฮ่าฮ่า ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง! ผู้อาวุโสซั่งกวนโปรดอย่าเข้าใจผิด ข้าเองก็ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมานาน จึงอยากพบทั้งสองท่าน…”
“ตัวหรงซิวน่ะไม่ต้องพูดถึง ส่วนเยว่เออร์บัดนี้ขึ้นเป็นนายท่านเยว่แล้วเรียบร้อย ภายภาคหน้าคงได้มีการติดต่อกับทุกท่านบ่อยๆ หากประมุขเว่ยอยากพบ ย่อมมีโอกาสได้พบแน่นอน”
ซั่งกวนจิ้งเอ่ยแทรกเขาพลางยิ้มตาหยี
เว่ยเจ๋อรู้สึกคับข้องใจในอกนัก
คำพูดนี้บอกเป็นนัยว่า ต่อไปฉู่หลิวเยว่คือผู้มีศักดิ์เทียบเท่ากับบรรดาประมุขตระกูลชั้นสูง มิใช่คนที่ใครพูดว่าอยากเจอแล้วจะเจอได้ตามใจชอบ!
“ฮะฮะ ผู้อาวุโสซั่งกวนกล่าวได้ถูกต้องแล้ว”
ลำดับอาวุโสของซั่งกวนจิ้งในที่นี้นับว่าสูงมาก ดังนั้นกระทั่งตัวเว่ยเจ๋อเองยังต้องเกรงใจเขาอยู่หลายส่วน
ทั้งสองฝ่ายเชือดเฉือนกันด้วยคำพูด มิได้ถามคำถามที่ตนอยากถามออกไป เว่ยเจ๋อเองก็ไม่คิดจะซักไซ้ต่อ จึงเบนสายตาออกไปมองบรรดาฝูงชนพลางเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“ทุกท่านล้วนแต่เป็นผู้ปราดเปรื่อง เราจึงขอพูดแบบเปิดอก วันนี้ทุกท่านต่างมาถึงที่นี่ก็เพราะสุสานของถังเคอ ผู้อาวุโสถังเคอเป็นช่างหลอมอาวุธชั้นยอดที่โดดเด่นเหนือใคร ตั้งแต่เขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยครานั้น ก็ไม่ได้ยินข่าวคราวใดของเขาอีก ในที่สุด ตอนนี้เราก็พบที่ตั้งของสุสานเขาแล้ว! นี่เป็นโชคดีของตระกูลเว่ย ทั้งยังเป็นโอกาสอันดีแก่ช่างหลอมอาวุธในยุคสมัยนี้! ดังนั้นวันนี้จึงเชิญทุกท่านมาเปิดสุสานของผู้อาวุโสถังเคอร่วมกัน หากสามารถส่งหรือสืบทอดสมบัติล้ำค่าของเขาต่อไปให้คงอยู่ในโลกหล้า ก็จะเป็นความดีความชอบอันยิ่งใหญ่ของพวกเราด้วย!”
คำพูดในประโยคนั้นแสดงอารมณ์ยินดีต้อนรับการร่วมมือของบรรดาฝูงชนอย่างยิ่ง
“ได้ยินว่าหลังตระกูลเว่ยเจอว่าสุสานของถังเคอซ่อนอยู่ที่นี่ก็ดีใจจนเนื้อเต้น แต่ใช้กลวิธีทุกอย่างแล้วก็ยังเปิดสุสานไม่ได้ กลับกันคนในตระกูลบาดเจ็บล้มตายสาหัส ยิ่งไปกว่านั้น ข่าวที่ว่าเจอสุสานยังหลุดรอดออกไปสู่ภายนอก เช่นนี้แล้วจึงพากันเปลี่ยนแผน เริ่มเสาะหาคนมาร่วมมือกันแทน”
ซั่งกวนจิ้งยกมุมปาก
“นึกไว้แล้วเชียว”
คนในที่แห่งนี้ล้วนแต่ฉลาดเฉลียว มิมีใครเก็บคำพูดเช่นนี้ของเว่ยเจ๋อมาใส่ใจ เพียงฟังให้มันผ่านหูไปเท่านั้น
พูดกันตามตรง หากใครที่ได้เข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว เกรงว่าคงเลือกจะทำเช่นนี้เหมือนกัน
โอกาสดีงามสะท้านฟ้าขนาดนี้ ใครจะไม่อยากอุบไว้ผู้เดียวบ้าง?
ตระกูลเว่ยกลับอุบไม่ลง ปิดไว้ไม่มิด จึงต้องถอยร่นมาเลือกตัวเลือกรองลงมาที่ดีที่สุด
พูดตามเนื้อผ้าแล้ว แท้จริงก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้