เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2040

………………..

หรงซิวหรี่ตาลงน้อยๆ

“เจ้าหมายถึง… เสียงที่ดังออกมาจากด้านในนั้นน่ะหรือ?”

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า

ดูเหมือนเขาเองก็ได้ยินเช่นเดียวกัน

“เหมือนเสียงอันใดบางอย่างระเบิดออก…”

นางพึมพำอย่างไม่ใคร่จะแน่ใจนัก

ไม่แน่ว่าบางทีอาจมีคนกำลังต่อสู้กันอยู่ก็เป็นได้

อย่างใดเสีย บรรดาผู้คนที่เข้าไปในป่าหินแห่งนี้ล้วนมุ่งหน้าไปที่สุสานของถังเคอกันทั้งนั้น เดิมระหว่างพวกเขาก็แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันอยู่แล้ว จะต่อสู้กันก็เป็นเรื่องปกติ

หรงซิวมองเข้าไปด้านในแวบหนึ่ง

ยามยืนอยู่ตรงนี้ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตามีให้เห็นเพียงหินก้อนใหญ่ตั้งเรียงรายแน่นขนัด มิอาจมองเห็นภาพฉากด้านในได้

ด้านในเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ก็มิอาจฟันธงได้แน่ชัด

“ต้องเข้าไปดูถึงจะรู้” หรงซิวกล่าว

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้าหงึกหงัก

“เช่นนั้นพวกเราก็เข้าไปกันเถอะ”

นางพูดพลางเตรียมก้าวไปด้านหน้า

“เดี๋ยวก่อน”

จู่ๆ หรงซิวก็ตะโกนหยุดนางไว้ จากนั้นก็ก้าวเข้ามาคว้ามือนางไปกุม

“ในป่าหินอันตรายอย่างยิ่งยวด หลงทางได้ง่าย ต้องระมัดระวังทุกอย่างเหนือสิ่งอื่นใด”

ความอุ่นวาบแผ่ปราดเข้ามาจากฝ่ามือหนากว้างแลแข็งแรงข้างนั้น

พูดจบ ข้อมือของนางก็สะบัดไหว กระบี่ชื่อเซียวพลันปรากฏขึ้นในมือ

“แบบนี้พวกเราจะหาพวกองค์ไท่จู่ได้ไวขึ้น”

กระบี่ชื่อเซียวสืบทอดวิญญาณศาสตราของกระบี่หลงหยวน ดังนั้นจึงยังคงมีความสัมพันธ์บางอย่างระหว่างมันกับองค์ไท่จู่หลงเหลืออยู่

อาศัยสิ่งนี้ การสืบหาร่องรอยขององค์ไท่จู่จะกลายเป็นเรื่องง่ายดายราวพลิกฝ่ามือสำหรับฉู่หลิวเยว่ไปโดยปริยาย

นี่ก็เป็นเหตุผลใหญ่ข้อหนึ่งที่ทำให้สภาพจิตใจของนางมั่นคงอย่างมาก

จากนั้น คณะเดินทางก็พร้อมใจกันมุ่งหน้าเข้าไปในป่าหิน เงาร่างค่อยๆ เลือนหายไปในไม่ช้า

หลังเดินมาได้สักระยะหนึ่ง พวกฉู่หลิวเยว่ก็สัมผัสได้ถึงปัญหาบางอย่าง

“ป่าหินแห่งนี้เหมือนในข่าวลือไม่มีผิด โดยรอบซับซ้อนดั่งเขาวงกตก็มิปาน…”

ฉู่หลิวเยว่หันซ้ายมองขวาพลางพึมพำเสียงเบา

หากมิใช่เพราะมีกระบี่ชื่อเซียวอยู่ เกรงว่าพวกเขาต้องเสียเวลากับที่นี่อยู่นานเป็นแน่

“หากสุสานของถังเคออยู่ที่นี่จริง เช่นนั้นเหตุใดเขาถึงเลือกที่นี่กัน?”

ฉู่หลิวเยว่คิดไม่ตก

แม้พลังแห่งสวรรค์และโลกของที่นี่จะนับว่าอุดมสมบูรณ์ แต่ก็มิอาจจัดได้ว่าที่สุด

อย่างน้อยที่สุดก็สู้กับพระราชวังเมฆาสวรรค์ไม่ได้

ส่วนเรื่องสภาพแวดล้อม… บริเวณโดยรอบมีเพียงหินก้อนใหญ่ที่เรียงรายกันเต็มไปหมด นอกจากนั้นแล้วก็ไม่มีสิ่งอื่นใดดำรงอยู่อีก

มองไม่ออกจริงๆ ว่าเป็นสถานที่พิเศษแบบใดกัน

“สุสานแห่งนี้อาจไม่ใช่ที่ที่เขาเลือกเอง” หรงซิวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “อย่างใดเสีย จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าตอนนั้นเขาตายได้อย่างใดกันแน่”

ฉู่หลิวเยว่กะพริบตาปริบๆ พลางผงกศีรษะเป็นเชิงเห็นด้วย

“ที่พูดมาก็ถูก…”

หากตัวเขาเองสิ้นลมจากโลกไปอย่างสงบ ตามหลักแล้วก็ไม่มีทางที่จะไม่บอกคนตระกูลถังให้ได้รับรู้

พอมาคิดแบบนี้แล้ว การตายของถังเคออาจจะเป็นอุบัติเหตุก็ได้

หึ่ง!

มีสุ้มเสียงระเบิดแปลกประหลาดสายหนึ่งดังขึ้นมาจากเบื้องหน้า!

ฉู่หลิวเยว่และหรงซิวหยุดฝีเท้าพร้อมกัน ก่อนทั้งคู่จะหันไปสบสายตากันคราหนึ่ง

เทียบกับครั้งก่อน เสียงที่ดังขึ้นมาคราวนี้ใกล้กว่ามากอย่างไม่ต้องสงสัย ในอากาศเองก็เหมือนจะอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ แผ่ออกมาด้วย

เกิดเรื่องขึ้นแล้วจริงด้วย!

อีกทั้งสถานที่ที่เกิดเรื่องดูท่าจะห่างจากพวกเขาไม่มากนัก!

“พวกองค์ไท่จู่คงอยู่ตรงนั้นเป็นแน่!”

แววตาของฉู่หลิวเยว่เข้มขึ้น ในตอนที่กำลังจะเคลื่อนตัวนั่นเอง จู่ๆ ก็ถูกหรงซิวดึงเอาไว้

“เยว่เออร์ รอเดี๋ยวก่อน”

เขากดเสียงต่ำ หัวคิ้วย่นเข้าหากันน้อยๆ พลางมองไปยังเบื้องหน้า

ฉู่หลิวเยว่พลันกลั้นหายใจในบัดดล ก่อนหันมองตามสายตาของเขาไป

ปฏิกิริยาตอบสนองของเยี่ยนชิงและเชียงหว่านโจวว่องไวอย่างยิ่ง รีบซ่อนตัวและไอลมปราณของตนเองตามคำสั่งของหรงซิวในทันที

ทันใดนั้นเอง หรงซิวก็รวบเอวนางเข้ามาไว้ในอ้อมอก

“ตามข้ามา”

เขาหมุนกายไปอีกทาง ก่อนเดินลัดเลาะไปตามอีกเส้นทางหนึ่ง

เยี่ยนชิงและเชียงหว่านโจวตามหลังพวกเขาไปติดๆ

หลังเดินอ้อมผ่านโค้งเคี้ยวเลี้ยวลดอยู่พักหนึ่ง ก็หยุดฝีเท้าลงได้ในที่สุด

ฉู่หลิวเยว่กำลังจะเอ่ยปาก พลันได้ยินเสียงบุรุษผู้หนึ่งดังแว่วมาจากที่ไม่ไกลนัก

“ทุกท่าน หากยังหาทางออกจากที่นี่ไม่ได้ พวกเราต้องตายอยู่ที่นี่เป็นแน่!”

สุ้มเสียงนั้นทุ้มต่ำและเย็นเยียบราวกับกำลังข่มอารมณ์โกรธเกรี้ยวเต็มเปี่ยมของตนไว้

ฉู่หลิวเยว่เงียบปากลงในฉับพลันพลางสะกดกลั้นลมหายใจ

ตอนนี้พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่หลังหินยักษ์ก้อนหนึ่ง จึงมองไม่เห็นสถานการณ์ของฟากโน้น

ทว่ายังสามารถได้ยินเสียงอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง

บางทีอาจเป็นเพราะหรงซิวปกปิดลมปราณไว้ได้อย่างดีเยี่ยม พวกเขาอยู่ห่างจากคนเหล่านี้ไม่ไกลนัก แต่กลับไม่ถูกใครจับได้เลย

“เว่ยเจ๋อ! ก่อนหน้านี้มิใช่ท่านบอกเองหรอกหรือว่าหากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น พวกเราจะสามารถหนีออกไปทางด้านบนได้? แล้วตอนนี้มันนับเป็นเรื่องบ้าอันใดกัน!”

เป็นคนอีกผู้หนึ่งที่กล่าวถามออกไปด้วยเสียงดุดัน

เว่ยเจ๋อ?

ใจของฉู่หลิวเยว่พลันสั่นสะท้าน

นางเคยได้ยินชื่อของคนผู้นี้มาก่อน เขาคือประมุขตระกูลเว่ย

จากนั้น สุ้มเสียงแหบพร่าไร้เรี่ยวแรงอยู่หลายส่วนก็แว่วดังขึ้นมาว่า

“… ทุกท่าน ตระกูลเว่ยของเราไม่ได้มีเจตนาหลอกลวงจริงๆ! ก่อนหน้านี้คนของเราก็ใช้วิธีนี้หลบหนีไปได้หลายครั้ง แต่มิรู้เหตุใดมาวันนี้กลับใช้ไม่ได้เสียแล้ว ต่อให้พวกเราคิดจะทำอันใดจริงๆ เหตุใดต้องเอาชีวิตตนเองไปเสี่ยงด้วยเล่า!?”

ในน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความจนปัญญาอย่างยิ่ง

ฉู่หลิวเยว่ได้ยินดังนั้น ก็แหงนศีรษะมองด้านบนโดยไม่รู้ตัว

บนผืนฟ้ามีประกายแสงสายหนึ่งพาดผ่านราวกับสะพานห้อยแขวนไว้อยู่

ที่พวกเขาพูดถึงคงเป็นของสิ่งนี้กระมัง…

“มาพูดเอาตอนนี้จะมีประโยชน์อันใด? คนก็ตายไปเยอะขนาดนี้แล้ว ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ วิธีเดียวที่เหลืออยู่ก็คือเปิดสุสานของถังเคอนั่นล่ะ!”

ดวงตาของฉู่หลิวเยว่พลันสว่างวาบ นี่มันเสียงขององค์ไท่จู่นี่นา!

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์