………………..
“ง้าวว่านเฟิง? แท้จริงแล้วสิ่งนี้? อยู่ที่ตระกูลเว่ยหรือนี่?”
ครั้นได้ยินเสียงฮือฮาตื่นเต้นตกใจจากด้านนั้น ฉู่หลิวเยว่เองก็เริ่มสงสัย แล้วเงยหน้ามองหรงซิวด้วยความฉงนใจ
“มิใช่เจ้า บอกว่าง้าวว่านเฟิงสูญหายไปนานนับพันปีหรอกหรือ?”
ดวงตาคมกริบของหรงซิวหรี่ลงเล็กน้อย
“ก่อนหน้านี้ตระกูลเว่ยไม่เคยเปิดเรื่องนี้เลย เจ้าสิ่งนี้… เป็นไปได้มากกว่า น่าจะเป็นสิ่งที่พวกเขาเพิ่งได้รับมาไม่นานมานี้”
“ใยเจ้าถึงเดาว่าเป็นเช่นนั้น?” ฉู่หลิวเยว่มุ่นคิ้วเบาๆ “บางทีพวกเขาอาจครอบครองมันไว้นานแล้ว เพียงแค่เก็บซ่อนมันไว้อย่างดี”
หรงซิวกระตุกยิ้มมุมปาก พลันแสยะยิ้ม
“เว่ยเจ๋อไม่ใช่คนใจเย็นขนาดนั้นหรอก”
แม้นตระกูลเว่ยเองก็เป็นหนึ่งในตระกูลชั้นสูง แต่ก็ยังด้อยกว่าต้นตระกูลของหรงซิว อย่างพระราชวังเมฆาสวรรค์อยู่ระดับหนึ่ง
ในอาณาจักรเสิ่นซวี่ ตระกูลใดที่มีอาวุธศักดิ์สิทธิ์ไว้ในครอบครองนั้น จะถือว่าเป็นตระกูลที่ทรงเกียรติอย่างยิ่ง
หากตระกูลเว่ยครอบครองมันไว้ตั้งแต่แรกจริงๆ คงป่าวประกาศให้รู้กันทั่วยุทธภพแล้ว
“ถ้าเดาไม่ผิด ง้าวว่านเฟิงด้ามนี้ พวกเขาน่าจะได้มันมาหลังจากรู้เรื่องการมีอยู่ของสุสานถังเคอ เว่ยเจ๋อจงใจเก็บเรื่องนี้ไว้ แล้วรอจนถึงวันนี้”
เมื่อเห็นว่าฉู่หลิวเยว่มองตนด้วยแววตาสับสน หรงซิวจึงแย้มยิ้มเอ็นดู และอธิบายให้นางฟัง
“ง้าวว่านเฟิงเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ถังเคอประดิษฐ์ขึ้นในช่วงเวลานั้น”
การใช้อาวุธศักดิ์สิทธิ์ของถังเคอเปิดประตูสุสาน จะมีความเป็นไปได้มากแค่ไหนกันเชียว?
…
ในยามนี้ทุกคนล้วนคิดเห็นตรงกัน
หลังจากที่เห็นเว่ยเจ๋อนำง้าวว่านเฟิงออกมา พวกเขาก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอันใดขึ้น สีหน้าพลันตื่นเต้นขึ้นมาทันตา
“เว่ยเจ๋อ! ง้าวว่านเฟิงด้ามนี้ไปอยู่ที่เจ้าตั้งแต่เมื่อใดกัน!?”
“เหอะ! ใครๆ ต่างก็ย่อมรู้ว่าง้าวว่านเฟิงคือหนึ่งในห้าอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ถังเคอหลอมขึ้นมาตอนนั้น! ด้วยสิ่งนี้ เจ้าสามารถเปิดสุสานของถังเคอได้อย่างง่ายดายมิใช่รึ! แล้วเจ้ายังจะเรียกพวกข้ามาเพื่อการใดอีก!
เว่ยเจ๋อ เจ้าคิดจะทำอันใดกันแน่!”
เว่ยเจ๋อยิ้มเยาะเบาๆ
“ทุกท่านเข้าใจข้าผิดมหันต์ ข้ามิได้มีความคับแค้นข้องใจกับพวกท่าน จะไปคิดการร้ายต่อทุกท่านได้อย่างใด? อันที่จริง ก่อนหน้านี้ ข้าเคยคิดอยากลองใช้เจ้าสิ่งนี้เปิดสุสานของถังเคอ ทว่ามิทันไร ข่าวคราวก็แพร่งพรายออกไปแล้ว อนิจจา ข้าจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเก็บงำเรื่องนี้ไว้ แล้วรอให้ทุกท่านมาก่อน ค่อยลองดูสักครา”
ซั่งกวนจิ้งโพล่งสวนทันที
“เช่นนั้นไยเจ้าถึงไม่พูดแต่แรก แต่กลับปล่อยให้ผู้คนล้มตายเป็นเบือก่อนค่อยเอ่ยปาก?”
ผู้คนทั้งลานกว้างเองก็ต้องการคำอธิบายนี้เช่นกัน
ถ้าเว่ยเจ๋อนำสิ่งนี้ออกมาตั้งแต่แรก คนเหล่านั้นคงไม่ต้องสังเวยชีวิตเช่นนี้!
แต่เว่ยเจ๋อกลับยิ้มเยาะคราหนึ่ง
“ผู้อาวุโสซั่งกวน เดิมทีข้าก็ไม่คิดว่าที่นี่จะอันตรายเพียงนี้! จริงๆ ข้ายังคิดว่าทุกท่านที่เป็นถึงผู้เก่งกล้าวิชาระดับแนวหน้าของอาณาจักรเสิ่นซวี่ จักต้องรับมือได้อยู่แล้ว อีกทั้ง เกรงว่าหากข้าพูดออกไปตอนนั้น มันอาจ… เกิดการถกเถียงกันก็เป็นได้มิใช่หรือไร?”
หมายความว่า เขาทำสิ่งนี้เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ตนเอง
มิเช่นนั้นทุกคนล้วนอยู่ที่นี่ แต่เขากลับเป็นคนแรกที่ได้ไป ย่อมเหมือนว่าเขาจงใจฉกมันไป…
ในเมื่อตอนนี้ไม่มีใครกล้าหุนหันพลันแล่น ก้าวออกมาแย้งเขาแล้ว หากเขาลงมือ ย่อมถึงคราที่เหมาะสมที่สุด
ทุกคนล้วนพูดไม่ออก
ซั่งกวนจิ้งขมวดคิ้วมุ่น
การที่เว่ยเจ๋อกล่าวและกระทำการเช่นนี้ ก็ดูเหมือนจะไม่ผิดเสียทีเดียว
แต่การที่เขาทำแบบนี้ ก็ไม่ยุติธรรมกับเหล่าผู้เสียชีวิตเมื่อครู่ก่อนเสียเท่าไร
ในขณะที่ทุกคนกำลังรบราฆ่าฟันกัน เว่ยเจ๋อที่กล่าวเช่นนี้ แท้จริงแล้วไม่มีความคิดที่จะรับผิดชอบต่อชีวิตและความตายของผู้อื่นเลยสักนิด…
เว่ยเจ๋อผู้นี้… เจ้าเล่ห์เจ้ากี้เจ้าการเสียจริง!
เว่ยเจ๋อแอบเย้ยหยันในใจ พลันดึงสายตากลับมาแล้วกระชับด้ามง้าวว่านเฟิงในมือแน่น
ที่นี่คืออาณาเขตของตระกูลเว่ยของเขา ฉะนั้นสุสานถังเคอ ก็ควรเป็นของพวกเขา!
คนเหล่านี้มาจากทั่วทุกสารทิศเพื่อช่วงชิงมันไป แล้วยังกล้าอวดดีต่อปากต่อคำเช่นนี้อีกหรือ?
คิดจริงๆ หรือว่าจะรังแกตระกูลเว่ยได้ง่ายๆ!
ยังดีที่เขาได้โอกาสทองรับง้าวว่านเฟิงนี้มา!
หากมีเจ้าสิ่งนี้ล่ะก็ แน่นอนว่าความเป็นไปได้ในการเปิดสุสานถังเคอ ย่อมเพิ่มขึ้นหลายเท่า!
เพียงคิดในใจของเว่ยเจ๋อก็โลดแล่นด้วยยินดี
… หากสุสานของถังเคอเปิดออกจริงๆ แม้จะไม่ได้เป็นที่หนึ่ง แต่ก็ยังวิ่งนำหน้าคนอื่นได้!
เปรี้ยง!
ทัณฑ์สวรรค์สายนั้นผ่าลงมาใส่ง้าวว่านเฟิงที่อยู่ในมือของเว่ยเจ๋อ!
ทว่าทันทีที่สายฟ้าอันน่าสะพรึงที่มาพร้อมกับมวลพลังอันยิ่งใหญ่นั่น ฟาดลงใส่ง้าวว่านเฟิง มันก็ถูกกลืนหายไปในพริบตา!
เส้นสีขาวประกายเงินยาวหนึ่งชุ่นปรากฏขึ้น!
เว่ยเจ๋อที่อยู่ใกล้สุดมองเห็นมันได้ชัดเจนที่สุด จิตใจของเขาสั่นไหว เต็มไปด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
นี่สินะ หนึ่งในสิบอาวุธศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่พลังแห่งทัณฑ์สวรรค์อันน่าสะพรึงกลัว ก็ยังถูกกลืนหายไปจนหมด
ในตัวมันเปี่ยมไปด้วยพลังมากมาย อย่างใดเสียก็ดึงออกมาได้หนึ่งเส้นแล้ว
หากง้าวว่านเฟิงนี้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นโดยสมบูรณ์ล่ะก็…
ไม่รู้จะยิ่งใหญ่เกรียงไกรสักเพียงใดเชียว!?
อันที่จริง นี่เป็นการลงมืออย่างเป็นทางการครั้งแรกของเว่ยเจ๋อ หลังจากได้รับง้าวว่านเฟิงมา
ดังนั้นแม้แต่เขาก็ยังตกใจไม่ต่างกัน
หลังจากอึ้งไปพักหนึ่ง หัวใจของเขาพลันเริ่มเปี่ยมไปด้วยมวลความตื่นเต้นและความปิติยินดี
ตราบใดที่ใช้สมบัติในมือนี้ สุสานของถังเคอ… จะต้องเปิดออก!
หลังจากนั้น ทัณฑ์สวรรค์อีกหลายสายก็ฟาดผ่าลงมาตามกันติดๆ
ลมปราณบนง้าวว่านเฟิงเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆ
ห่วงเคาะประตูสัมฤทธิ์ยังเคาะดังสั่นไหว
เสียงหึ่งที่มาจากข้างใน ดูเหมือนจะชัดเจนขึ้น!
และในที่สุด!
ทัณฑ์สวรรค์สายสุดท้าย ก็กลืนหายเข้าไปในง้าวว่านเฟิง!
ลายเส้นสุดท้ายที่อยู่ด้านบนพลันสว่างวาบ!
เว่ยเจ๋อสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วแทงไปข้างหน้าอย่างแรง!
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...