เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2048

………………..

เบื้องหน้าที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลมีปากทางเข้าสายหนึ่ง

ทางเข้านี้ปรากฏให้เห็นในรูปของประตูโค้งบานหนึ่งที่นำทางตรงไปสู่ด้านใน

ภายในนั้นมืดสนิท

ผู้ใดก็มิอาจทราบได้ว่าด้านในนั้นมีสิ่งใดบ้าง หรือภาพฉากด้านหลังจะเป็นเช่นไร

มีลมหนาวเย็นยะเยือกเสียดแทงถึงกระดูกพวยพุ่งออกมาจากด้านใน

ปอยผมที่อยู่บริเวณหน้าผากของฉู่หลิวเยว่สะบัดไหวเบาๆ ยามกระทบบนดวงหน้าจึงชวนรู้สึกคันยุบยิบอยู่ไม่น้อย

นางทัดปอยผมไว้ข้างหู ก่อนจะก้าวเดินไปข้างหน้า

“เดี๋ยวก่อนเยว่เออร์!”

ซั่งกวนจิ้งรีบเข้ามารั้งนางเอาไว้

“ที่แห่งนี้แปลกประหลาดยิ่งนัก ต้องระแวดระวังเหนือสิ่งใด“

ฉู่หลิวเยว่หัวเราะเบาๆ พลางตบแขนเขา

“ท่านวางใจเถิด ในเมื่อข้าเปิดประตูนี่ออกได้ ก็ไม่ต้องกลัวอันตรายแล้ว อีกอย่าง ยังมีท่านกับหรงซิวอยู่ด้วยมิใช่หรือไร?”

ซั่งกวนจิ้งจึงรู้สึกผ่อนคลายลงไปหลายส่วน

ความจริงแล้วพอลองคิดดูอย่างถี่ถ้วน พลังต่อสู้ของแม่หนูเยว่เออร์ตอนนี้น่าจะพอๆ กับเขาแล้ว

หากนางอัญเชิญถวนจื่อกับจื่อเฉินออกมาอีก ย่อมชนะแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย

ก็เป็นถึงพลังที่ใช้จัดการอี้เหวินเทาจนราบคาบนี่นะ…

ความจริงแล้วหากเป็นเขาที่มาเอง กลับกันอาจไม่ต้องคอยวิตกกังวลเช่นนี้ก็เป็นได้

หลักๆ แล้วเป็นเพราะเขาตัดใจให้เลิกกังวลเรื่องฉู่หลิวเยว่ไม่ได้

แม้จะรู้ว่าบัดนี้นางมีพลังแกร่งกล้า แต่ยามคิดว่านางต้องเผชิญกับอันตราย ในใจก็ยังคงรู้สึกกระวนกระวายอย่างเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี

ปากทางเข้าที่มีลักษณะเหมือนประตูโค้งราวกับมีค่ายกลล่องหนชั้นหนึ่งตัดผ่านพื้นที่ว่างออกเป็นสองส่วนโดยสมบูรณ์

ฉู่หลิวเยว่เดินไปถึงด้านหน้าประตูบานนั้น ก่อนจะหยุดยืนนิ่ง

หึ่งหึ่ง!

เมื่อยืนอยู่ด้านใน เสียงร้องอื้ออึงที่ดังแผ่วๆ ยิ่งทวีความชัดเจนมากขึ้น

เห็นได้ชัดเลยว่าการเคลื่อนไหวทั้งหมดล้วนส่งเสียงดังมาจากด้านในทั้งสิ้น!

เสียงฝีเท้าจากด้านหลังดังขึ้นมาให้ได้ยินอย่างต่อเนื่อง

เห็นได้ชัดว่ามีผู้คนจำนวนมากที่กำลังพากันลงมาด้านล่าง

สายตาของทุกคนล้วนจับจ้องไปที่ฉู่หลิวเยว่เป็นตาเดียว

เงียบกริบ

นัยน์ตาของฉู่หลิวเยว่ฉายแววหนักแน่นออกมา หลังจากผ่อนลมหายใจแผ่วเบาออกมาแล้ว นางก็กำกระบี่ชื่อเซียวในมือไว้มั่น แล้วสาวเท้ารุดไปยังเบื้องหน้า!

ในไม่ช้า ร่างของนางครึ่งซีกก็จมหายไปในความมืดมิด

ทุกคนล้วนกลั้นลมหายใจ ตาจ้องมองไม่กะพริบด้วยกลัวว่าจะพลาดอันใดไป

“ตึก”

เสียงฝีเท้าที่กระทบกับพื้นดินดังแว่วขึ้นมาให้ได้ยิน

เงาร่างของฉู่หลิวเยว่หายวับไปจากสายตาของบรรดาฝูงชนโดยสมบูรณ์ในที่สุด!

ความมืดสีดำสนิทเข้าปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ต่อหน้านาง

นางรู้ว่าตัวเองผ่านทางเข้าเข้ามาภายในความมืดมิดที่ว่างเปล่าอันแปลกประหลาดนี้เรียบร้อยแล้ว

แต่…

บริเวณโดยรอบยังคงเงียบสนิท

ฉู่หลิวเยว่ถึงขั้นได้ยินเสียงหัวใจเต้นและเสียงหายใจของตัวเองเลยด้วยซ้ำ

ลมสายหนึ่งพัดวูบมา นำพาความรู้สึกเย็นยะเยือกมากระทบ

เสียงอื้ออึงสายนั้นราวกับดังแว่วขึ้นมาจากทั่วทุกทิศทางก็มิปาน

ฉู่หลิวเยว่ตั้งใจฟังอยู่พักหนึ่งก็ยังแยกไม่ออกว่าเสียงนั่นดังมาจากทิศทางใดกันแน่

นางเงื้อกระบี่ขึ้นหมายคิดจะเสกลูกไฟออกมาให้ความสว่าง

ทว่าเปลวเพลิงสีทองบริสุทธิ์เพิ่งจะพวยพุ่งออกมา มันก็มอดดับลงไปอย่างรวดเร็ว

ฉู่หลิวเยว่ตื่นตะลึงโดยพลัน

ราวกับว่า… มีกระแสพลังบางอย่างที่อยู่โดยรอบคอยยับยั้งมันเอาไว้

จากนั้น ประหนึ่งว่ามีแรงกดดันมหาศาลแผ่วจางค่อยๆ เข้าปกคลุมตัวนางอยู่อย่างใดอย่างนั้น

“อาเยว่ ข้าอยากออกไป!”

สุ้มเสียงนุ่มนวลของถวนจื่ออันแฝงความใคร่รู้และคาดหวังไว้รางๆ แว่วดังขึ้น

ฉู่หลิวเยว่แปลกใจอยู่ไม่น้อย “ตอนนี้หรือ?”

“ใช่แล้ว!”

แม้ถวนจื่อจะกระตือรือร้นและวู่วาม แต่ก็รู้ความมาแต่ไหนแต่ไร รู้ว่าตัวเองควรทำอันใดไม่ควรทำอันใดเมื่อหน้าสิ่วหน้าขวาน

หาได้ยากที่นางจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน ฉู่หลิวเยว่ไตร่ตรองเพียงชั่วครู่ก็ตอบตกลง

พวกหรงซิวทยอยเดินเข้ามาข้างใน

ซั่งกวนจิ้งกวาดตามองโดยรอบคราหนึ่ง ก่อนจะตกตะลึงจนหยุดอยู่กับที่

“นี่…”

โชคดีเสียจริงที่ก่อนหน้านี้เขากังวลอยู่นานสองนาน พอมาตอนนี้แล้วมันกลับต่างจากที่เขาคาดคิดไว้ราวฟ้ากับเหว

เขาอดทนรอพักหนึ่ง แต่ก็ไม่มีอันตรายใดบังเกิดขึ้น

“เยว่เออร์ เจ้ามองอันใดออกบ้างหรือไม่”

นางจดจ้องไปยังประตูสำริดสิบบานนั้นด้วยท่าทีคล้ายกำลังเหม่อลอย

“ไม่เลย”

นางพอรับรู้ได้รางๆ ว่าประตูพวกนั้นมีบางอย่างที่แตกต่างออกไป แต่ตอนนี้ยังไม่มีอันใดเกิดขึ้น จึงมิอาจเดาได้

ซั่งกวนจิ้งมองตามครรลองสายตาของนาง ก่อนจะขมวดคิ้วเช่นกัน

“เหตุใด… ที่นี่ถึงได้มีประตูมากมายปานนี้”

ในตอนนั้นเอง เมื่อฝั่งของเว่ยเจ๋อเห็นว่ายังไม่มีอันใดเกิดขึ้นกับพวกฉู่หลิวเยว่ก็ทยอยพากันเดินเข้ามา

เมื่อได้ยินคำพูดของซั่งกวนจิ้ง บรรดาฝูงชนล้วนจมดิ่งสู่ห้วงความคิด

ทันใดนั้น นัยน์ตาของเว่ยเจ๋อพลันสว่างเรืองรอง

“สิบบาน? การต่อสู้ของถังเคอและท่านซูในครานั้นก็ตีหลอมสมบัติศักดิ์สิทธิ์ออกมาได้สิบชิ้นพอดีมิใช่หรือ? เท่ากับประตูสิบบานพอดิบพอดีเลยนี่?“

คำพูดนี้นำพาให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยเห็นด้วยโดยพลัน

คาดเดาออกมาเช่นนี้ก็ใช่ว่าจะไร้เหตุผลเสียทีเดียว

มิเช่นนั้นแล้ว ผู้ใดจะสร้างประตูของที่นี่ทิ้งไว้ตั้งสิบบานกัน?

“อาเยว่ ข้าอยากไปตรงนั้น!”

ถวนจื่อดึงมือของฉู่หลิวเยว่พลางกระซิบเสียงเบา

ฉู่หลิวเยว่ตวัดสายตามองตามทางที่นางชี้

“เจ้าอยากไปตรงกลางนั่นหรือ?“

ถวนจื่อผงกศีรษะสุดแรงเกิด

“อืม!”

ฉู่หลิวเยว่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง

“ได้ ข้าจะไปกับเจ้า”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์