………………..
หนานซู่ไหวโบกมือพลางฉีกยิ้มเริงร่า
“ข้ารู้ว่านางไม่อยู่ ที่แวะมาวันนี้มิได้มาหานางแต่อย่างใด”
สือซานชะงักไปครู่เดียว ก่อนตอบโต้อย่างว่องไว
ผู้ที่รู้ข่าวเรื่องที่พวกนายท่านและพระโอรสออกเดินทางมีไม่มากนัก
แต่หนานซู่ไหวเป็นอาจารย์ของนายท่าน จะรู้เรื่องพวกนี้เข้าก็ไม่แปลกอันใด
“เช่นนั้นวันนี้ท่านมา…”
หนานซู่ไหวลูบเคราของตนพลางเอ่ยแกมหัวเราะว่า
“ไม่มีอันใด แค่จัดการเรื่องทางนี้เรียบร้อยหมดแล้ว ตั้งใจว่าวันนี้จะเก็บงานให้เรียบร้อยแล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับสำนัก“
จุดประสงค์เดียวที่เขามาครั้งนี้ก็เพื่อช่วยฉู่หลิวเยว่สร้างรากฐานมั่นคงในท่าเรือดอกท้อ
บัดนี้เป้าหมายสำเร็จลุล่วงด้วยดี เขาควรกลับสำนักไปได้แล้ว อย่างใดเสียเขาก็จากสำนักมาระยะหนึ่งแล้ว
สือซานผงกศีรษะอย่างงุนงง จากนั้นก็เอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจนัก
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้… ละ แล้วท่านไม่รอนายท่านกับพระโอรสกลับมาก่อนหรือ”
เดิมหนานซู่ไหวกำลังจะก้าวเท้าจากไปแล้ว แต่พอได้ยินดังนั้นก็พลันรับรู้ได้ถึงความนัยที่แฝงอยู่
เขากวาดตามองสือซานรอบหนึ่ง
“สือซาน นี่เจ้า… กำลังเป็นห่วงพวกเขาอยู่หรือ?”
“เปล่าเสียหน่อยขอรับ!”
สือซานส่ายศีรษะเป็นพัลวัน ยามสบเข้ากับสายตาที่ราวกับมองทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่งของหนานซู่ไหวก็รู้สึกละอายอยู่ไม่น้อยทีเดียว
“… คือ… ได้ยินว่าป่าศิลาแห่งลุ่มน้ำชิงกู่เป็นอาณาเขตของตระกูลเว่ย พวกนายท่านมุ่งหน้าไปกันลำพัง หากว่า…”
ป๊าบ!
”อย่าได้ถือสาคำพูดเด็กเลยหนา!“
สือซานลูบศีรษะป้อยๆ
“พี่แปด ข้าไม่ใช่เด็กแล้วหนา…”
ตอนนี้เขาสูงกว่าพี่แปดตั้งช่วงศีรษะหนึ่งเห็นจะได้แล้ว…
น้องแปดตวัดสายตาปรายมองเขาแวบหนึ่ง
สือซานรีบเงียบปากอย่างรวดเร็ว
ดูแล้วบทเรียนของพี่สิบจะถูกต้อง ภายในสิบสามผู้พิทักษ์เยว่ดูจะไม่มีผู้ใดงัดข้อกับพี่แปดลงแล้ว
ดังนั้นหนทางที่จะปกป้องชีวิตได้ดีที่สุดในทุกครั้งก็คือ “พี่แปดพูดจาได้ถูกต้องนัก!”
หนานซู่ไหวลูบเคราของตนแล้วเอ่ยแกมหัวเราะร่า
“น้องแปด สือซาน พวกเจ้าเองก็ไม่ต้องกังวลใจไป ที่พวกเขาไปกันครานี้ไม่เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรอก อย่างใดเสียที่ไปกันคือสุสานของถังเคอ มีพระ… มีหรงซิวกับผู้อาวุโสซั่งกวนอยู่ จะมีปัญหาใดที่แก้ไม่ได้อีก?”
น้ำเสียงของเขาฟังแล้วราวกับวางใจในเรื่องนี้อย่างมาก น้องแปดพลันสนอกสนใจขึ้นมาในทันใด นางเขยิบไปด้านหน้า ก่อนถามว่า
“เหตุใดเจ้าสำนักหนานถึงได้มั่นใจปานนี้?”
แม้พวกซั่งกวนจิ้งจะฝีมือเยี่ยมยอด แต่ถังเคอก็มีชื่อเสียงระบือไกลมานมนาน
ใครจะรู้ได้ว่าภายในสุสานของถังเคอจะมีกลไกและอันตรายแบบใดรออยู่
หนานซู่ไหวกระแอมไอคราหนึ่ง ตอบว่า
“นี่… พวกเจ้าลองคิดซี ผู้อาวุโสซั่งกวนน่ะรู้กันดีอยู่ แม้แต่หรงซิวและแม่หนูเยว่เออร์ก็มีพรสวรรค์ด้านการเป็นช่างหลอมอาวุธที่สูงมาก หากแม้แต่พวกเขายังไร้หนทางจัดการ เช่นนั้นก็ไม่ต้องพูดถึงผู้อื่นแล้ว ใช่หรือไม่เล่า?“
ยามได้ยินหนานซู่ไหวเอ่ยชมนายท่านของตัวเอง น้องแปดพลันรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก
“นั่นมัน… ในเมื่อแม้แต่ท่านยังพูดเช่นนี้ งั้นพวกเราก็ยิ่งโล่งใจ!“
หนานซู่ไหวหัวเราะร่าเสียงดังลั่น ก่อนจะมองคนทั้งสองด้วยสายตาค่อนข้างเปี่ยมด้วยความรู้สึก
ปกติแล้วน้องแปดที่อยู่เบื้องหน้าเขานั้นงดงามจับตายิ่ง จะสวมใส่อาภรณ์หรือประทินโฉมล้วนได้รับความสนใจจากทุกที่
ในเรื่องนั้นแล้ว เสน่ห์เย้ายวนถึงขั้นงามล่มเมืองของนางสมควรได้รับขนานนามว่าหาได้ยากในโลกมนุษย์
แต่พอลงมือปฏิบัติภารกิจกลับไม่ประมาทเลยแม้แต่น้อย
ระยะเวลาก่อนหน้านี้ เพื่อฟื้นฟูพวกสมุนไพรต่างๆ ในท่าเรือดอกท้อ นางกับสือฟังต่างยุ่งจนหัวหมุน ทั้งยังทุ่มเทลงแรงไปไม่ใช่น้อย
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หนานซู่ไหวก็ได้รู้ว่าก่อนหน้านี้ตนประเมินความสามารถของสิบสามผู้พิทักษ์เยว่ต่ำเกินไปจริงๆ
ในบรรดาคนที่เยว่เออร์เลือกมาพวกนั้น… ดูแล้วไม่มีอันใดเหมือนกัน นิสัยแตกต่างโดยสิ้นเชิง แต่ความเป็นจริงแล้วแต่ละคนต่างมีความโดดเด่นอย่างมาก
มิแปลกใจแล้วว่าเหตุใดสือซานไม่ยอมตามเขาไปฝึกฝนที่สำนักหลิงเซียว
บางทีเขาอาจได้เรียนรู้มากกว่าหากได้ติดตามอยู่ข้างกายคนพวกนี้
ไม่รู้ว่าตอนนั้นแม่หนูเยว่เออร์ไปสรรหาตัวคนพวกนี้มาจากที่ใดกันแน่…
หนานซู่ไหวลอบทอดถอนใจ พูดคุยกันต่ออีกสองสามคำก่อนจะขอตัวจากไป
หลังจากเขาจากไปแล้ว ร่างของน้องแปดก็อ่อนระโหยโรยแรง ก่อนจะนั่งลงแล้วเริ่มตั้งสมาธิเฟ้นหาดอกไม้ต่อ
“มิใช่ว่าเป็นผู้อาวุโสที่ปล่อยให้ผู้น้อยเข้ามาหรอกหรือ?”
เงียบกริบ
คนจำนวนมากต่างสบสายตากันด้วยสีหน้าประหลาดพิกล
คำพูดนี้ของฉู่หลิวเยว่หมายความว่าอันใดกัน
ฉู่หลิวเยว่ผู้นี้ช่างรู้จักเอาตัวเองเป็นหลักเสียจริง
นางคิดว่านางเป็นใครกัน ถึงทำให้บุคคลเช่นถังเคอปฏิบัติต่อนางเช่นนี้ได้?
ความกล้าหาญของนางนับว่ามากมายโดยแท้!
ในเมื่อเอ่ยคำพูดเช่นนี้ออกมา ถังเคอไม่มีทางปล่อยนางไปง่ายๆ แน่!
ทว่า ในตอนที่บรรดาฝูงชนต่างก็คิดว่าฉู่หลิวเยว่ต้องรับโทษทัณฑ์แล้วนั่นเอง กลับได้ยินเสียงหัวเราะก้องกังวานอย่างใจกว้างดังขึ้นมา
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! นังหนูนี่ฉลาดหลักแหลมเสียจริง!”
ในน้ำเสียงของถังเคอแฝงความรื่นรมย์และชมเชยอย่างไม่คิดปิดบัง
บรรยากาศพลันเปลี่ยนในชั่วพริบตา สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเมื่อครู่สลายหายไปในทันที!
เสียงหัวเราะของถังเคอพลันทำให้ผู้อื่นที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างงุนงงกันถ้วนหน้า
คำพูดนี้หมายความว่าอย่างใดกัน?
หรือว่า… เป็นถังเคอที่นำพาให้ฉู่หลิวเยว่เข้ามาก่อนจริงๆ?
แต่มิใช่ว่าเขาอยู่ที่นี่มาโดยตลอด ไม่เคยได้ออกไปด้านนอกหรอกหรือ?
เช่นนั้นแล้วไปมีความเกี่ยวข้องกับฉู่หลิวเยว่ได้อย่างใดกัน?
ยามได้ยินเสียงของถังเคอ หางคิ้วของฉู่หลิวเยว่ก็เลิกโค้งน้อยๆ ทว่าในใจกลับลอบผ่อนคลายลง
เสี่ยงทายถูกด้วย!
เหตุผลที่ประตูด้านนอกบานนั้นมีเพียงนางที่เปิดออกก็เพราะ… เดิมนี่เป็นเจตนาของถังเคออยู่แล้ว!
ส่วนเหตุผลที่เขาเลือกนางท่ามกลางหมู่คนมากมายปานนี้…
มือของฉู่หลิวเยว่ค่อยๆ กำเข้าหากันแน่น ในใจพลันสันนิษฐานแวบออกมาข้อหนึ่ง
บางทีอาจมีความข้องเกี่ยวกับโล่ผสานนภาภายในร่างของนางก็เป็นได้!
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...