เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2051

………………..

หนานซู่ไหวโบกมือพลางฉีกยิ้มเริงร่า

“ข้ารู้ว่านางไม่อยู่ ที่แวะมาวันนี้มิได้มาหานางแต่อย่างใด”

สือซานชะงักไปครู่เดียว ก่อนตอบโต้อย่างว่องไว

ผู้ที่รู้ข่าวเรื่องที่พวกนายท่านและพระโอรสออกเดินทางมีไม่มากนัก

แต่หนานซู่ไหวเป็นอาจารย์ของนายท่าน จะรู้เรื่องพวกนี้เข้าก็ไม่แปลกอันใด

“เช่นนั้นวันนี้ท่านมา…”

หนานซู่ไหวลูบเคราของตนพลางเอ่ยแกมหัวเราะว่า

“ไม่มีอันใด แค่จัดการเรื่องทางนี้เรียบร้อยหมดแล้ว ตั้งใจว่าวันนี้จะเก็บงานให้เรียบร้อยแล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับสำนัก“

จุดประสงค์เดียวที่เขามาครั้งนี้ก็เพื่อช่วยฉู่หลิวเยว่สร้างรากฐานมั่นคงในท่าเรือดอกท้อ

บัดนี้เป้าหมายสำเร็จลุล่วงด้วยดี เขาควรกลับสำนักไปได้แล้ว อย่างใดเสียเขาก็จากสำนักมาระยะหนึ่งแล้ว

สือซานผงกศีรษะอย่างงุนงง จากนั้นก็เอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจนัก

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้… ละ แล้วท่านไม่รอนายท่านกับพระโอรสกลับมาก่อนหรือ”

เดิมหนานซู่ไหวกำลังจะก้าวเท้าจากไปแล้ว แต่พอได้ยินดังนั้นก็พลันรับรู้ได้ถึงความนัยที่แฝงอยู่

เขากวาดตามองสือซานรอบหนึ่ง

“สือซาน นี่เจ้า… กำลังเป็นห่วงพวกเขาอยู่หรือ?”

“เปล่าเสียหน่อยขอรับ!”

สือซานส่ายศีรษะเป็นพัลวัน ยามสบเข้ากับสายตาที่ราวกับมองทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่งของหนานซู่ไหวก็รู้สึกละอายอยู่ไม่น้อยทีเดียว

“… คือ… ได้ยินว่าป่าศิลาแห่งลุ่มน้ำชิงกู่เป็นอาณาเขตของตระกูลเว่ย พวกนายท่านมุ่งหน้าไปกันลำพัง หากว่า…”

ป๊าบ!

”อย่าได้ถือสาคำพูดเด็กเลยหนา!“

สือซานลูบศีรษะป้อยๆ

“พี่แปด ข้าไม่ใช่เด็กแล้วหนา…”

ตอนนี้เขาสูงกว่าพี่แปดตั้งช่วงศีรษะหนึ่งเห็นจะได้แล้ว…

น้องแปดตวัดสายตาปรายมองเขาแวบหนึ่ง

สือซานรีบเงียบปากอย่างรวดเร็ว

ดูแล้วบทเรียนของพี่สิบจะถูกต้อง ภายในสิบสามผู้พิทักษ์เยว่ดูจะไม่มีผู้ใดงัดข้อกับพี่แปดลงแล้ว

ดังนั้นหนทางที่จะปกป้องชีวิตได้ดีที่สุดในทุกครั้งก็คือ “พี่แปดพูดจาได้ถูกต้องนัก!”

หนานซู่ไหวลูบเคราของตนแล้วเอ่ยแกมหัวเราะร่า

“น้องแปด สือซาน พวกเจ้าเองก็ไม่ต้องกังวลใจไป ที่พวกเขาไปกันครานี้ไม่เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรอก อย่างใดเสียที่ไปกันคือสุสานของถังเคอ มีพระ… มีหรงซิวกับผู้อาวุโสซั่งกวนอยู่ จะมีปัญหาใดที่แก้ไม่ได้อีก?”

น้ำเสียงของเขาฟังแล้วราวกับวางใจในเรื่องนี้อย่างมาก น้องแปดพลันสนอกสนใจขึ้นมาในทันใด นางเขยิบไปด้านหน้า ก่อนถามว่า

“เหตุใดเจ้าสำนักหนานถึงได้มั่นใจปานนี้?”

แม้พวกซั่งกวนจิ้งจะฝีมือเยี่ยมยอด แต่ถังเคอก็มีชื่อเสียงระบือไกลมานมนาน

ใครจะรู้ได้ว่าภายในสุสานของถังเคอจะมีกลไกและอันตรายแบบใดรออยู่

หนานซู่ไหวกระแอมไอคราหนึ่ง ตอบว่า

“นี่… พวกเจ้าลองคิดซี ผู้อาวุโสซั่งกวนน่ะรู้กันดีอยู่ แม้แต่หรงซิวและแม่หนูเยว่เออร์ก็มีพรสวรรค์ด้านการเป็นช่างหลอมอาวุธที่สูงมาก หากแม้แต่พวกเขายังไร้หนทางจัดการ เช่นนั้นก็ไม่ต้องพูดถึงผู้อื่นแล้ว ใช่หรือไม่เล่า?“

ยามได้ยินหนานซู่ไหวเอ่ยชมนายท่านของตัวเอง น้องแปดพลันรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก

“นั่นมัน… ในเมื่อแม้แต่ท่านยังพูดเช่นนี้ งั้นพวกเราก็ยิ่งโล่งใจ!“

หนานซู่ไหวหัวเราะร่าเสียงดังลั่น ก่อนจะมองคนทั้งสองด้วยสายตาค่อนข้างเปี่ยมด้วยความรู้สึก

ปกติแล้วน้องแปดที่อยู่เบื้องหน้าเขานั้นงดงามจับตายิ่ง จะสวมใส่อาภรณ์หรือประทินโฉมล้วนได้รับความสนใจจากทุกที่

ในเรื่องนั้นแล้ว เสน่ห์เย้ายวนถึงขั้นงามล่มเมืองของนางสมควรได้รับขนานนามว่าหาได้ยากในโลกมนุษย์

แต่พอลงมือปฏิบัติภารกิจกลับไม่ประมาทเลยแม้แต่น้อย

ระยะเวลาก่อนหน้านี้ เพื่อฟื้นฟูพวกสมุนไพรต่างๆ ในท่าเรือดอกท้อ นางกับสือฟังต่างยุ่งจนหัวหมุน ทั้งยังทุ่มเทลงแรงไปไม่ใช่น้อย

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หนานซู่ไหวก็ได้รู้ว่าก่อนหน้านี้ตนประเมินความสามารถของสิบสามผู้พิทักษ์เยว่ต่ำเกินไปจริงๆ

ในบรรดาคนที่เยว่เออร์เลือกมาพวกนั้น… ดูแล้วไม่มีอันใดเหมือนกัน นิสัยแตกต่างโดยสิ้นเชิง แต่ความเป็นจริงแล้วแต่ละคนต่างมีความโดดเด่นอย่างมาก

มิแปลกใจแล้วว่าเหตุใดสือซานไม่ยอมตามเขาไปฝึกฝนที่สำนักหลิงเซียว

บางทีเขาอาจได้เรียนรู้มากกว่าหากได้ติดตามอยู่ข้างกายคนพวกนี้

ไม่รู้ว่าตอนนั้นแม่หนูเยว่เออร์ไปสรรหาตัวคนพวกนี้มาจากที่ใดกันแน่…

หนานซู่ไหวลอบทอดถอนใจ พูดคุยกันต่ออีกสองสามคำก่อนจะขอตัวจากไป

หลังจากเขาจากไปแล้ว ร่างของน้องแปดก็อ่อนระโหยโรยแรง ก่อนจะนั่งลงแล้วเริ่มตั้งสมาธิเฟ้นหาดอกไม้ต่อ

“มิใช่ว่าเป็นผู้อาวุโสที่ปล่อยให้ผู้น้อยเข้ามาหรอกหรือ?”

เงียบกริบ

คนจำนวนมากต่างสบสายตากันด้วยสีหน้าประหลาดพิกล

คำพูดนี้ของฉู่หลิวเยว่หมายความว่าอันใดกัน

ฉู่หลิวเยว่ผู้นี้ช่างรู้จักเอาตัวเองเป็นหลักเสียจริง

นางคิดว่านางเป็นใครกัน ถึงทำให้บุคคลเช่นถังเคอปฏิบัติต่อนางเช่นนี้ได้?

ความกล้าหาญของนางนับว่ามากมายโดยแท้!

ในเมื่อเอ่ยคำพูดเช่นนี้ออกมา ถังเคอไม่มีทางปล่อยนางไปง่ายๆ แน่!

ทว่า ในตอนที่บรรดาฝูงชนต่างก็คิดว่าฉู่หลิวเยว่ต้องรับโทษทัณฑ์แล้วนั่นเอง กลับได้ยินเสียงหัวเราะก้องกังวานอย่างใจกว้างดังขึ้นมา

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! นังหนูนี่ฉลาดหลักแหลมเสียจริง!”

ในน้ำเสียงของถังเคอแฝงความรื่นรมย์และชมเชยอย่างไม่คิดปิดบัง

บรรยากาศพลันเปลี่ยนในชั่วพริบตา สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเมื่อครู่สลายหายไปในทันที!

เสียงหัวเราะของถังเคอพลันทำให้ผู้อื่นที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างงุนงงกันถ้วนหน้า

คำพูดนี้หมายความว่าอย่างใดกัน?

หรือว่า… เป็นถังเคอที่นำพาให้ฉู่หลิวเยว่เข้ามาก่อนจริงๆ?

แต่มิใช่ว่าเขาอยู่ที่นี่มาโดยตลอด ไม่เคยได้ออกไปด้านนอกหรอกหรือ?

เช่นนั้นแล้วไปมีความเกี่ยวข้องกับฉู่หลิวเยว่ได้อย่างใดกัน?

ยามได้ยินเสียงของถังเคอ หางคิ้วของฉู่หลิวเยว่ก็เลิกโค้งน้อยๆ ทว่าในใจกลับลอบผ่อนคลายลง

เสี่ยงทายถูกด้วย!

เหตุผลที่ประตูด้านนอกบานนั้นมีเพียงนางที่เปิดออกก็เพราะ… เดิมนี่เป็นเจตนาของถังเคออยู่แล้ว!

ส่วนเหตุผลที่เขาเลือกนางท่ามกลางหมู่คนมากมายปานนี้…

มือของฉู่หลิวเยว่ค่อยๆ กำเข้าหากันแน่น ในใจพลันสันนิษฐานแวบออกมาข้อหนึ่ง

บางทีอาจมีความข้องเกี่ยวกับโล่ผสานนภาภายในร่างของนางก็เป็นได้!

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์