………………..
ทันทีที่ถังเคอพูดจบ บรรดาฝูงชนต่างตื่นตะลึงอยู่หลายส่วน
นี่ นี่คือการแข่งขันรึ?
ออกจะคิดง่ายแลตื้นเขินไปหน่อยแล้วกระมัง!
แต่พอมาคิดดูดีๆ แล้ว พวกเขาก็ต้องยอมรับว่า สำหรับช่างหลอมอาวุธแล้ว นี่เป็นวิธีเฟ้นหาผู้ชนะได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพอย่างยิ่งวิธีหนึ่ง
เพราะความแตกต่างในแง่พลังของช่างหลอมอาวุธ ยิ่งขอบเขตของพลังมีมากเท่าไร ก็จะสะท้อนออกมาให้เห็นผ่านความสามารถในการดึงดูดทัณฑ์สวรรค์
ยิ่งระดับสูงเท่าไร พลังก็ยิ่งทวีความแข็งแกร่ง จำนวนทัณฑ์สวรรค์ที่รับไว้ก็ยิ่งมากขึ้นตาม
บัดนี้มีทัณฑ์สวรรค์จำนวนมากปานนี้อยู่ที่นี่ก็สะดวกสบายขึ้นมากแล้ว…
“ผู้อาวุโสถังเคอ ขอบังอาจถามว่าการแข่งขันครานี้มีเพียงตัวเองที่ร่วมได้ หรือสามารถขอกำลังหนุนจากภายนอกมาช่วยเหลือได้ด้วย?”
จู่ๆ เว่ยเจ๋อก็เอ่ยปากขึ้น
ถังเคอหัวเราะออกมาคำรบหนึ่ง
“แน่นอนว่ามีแค่ตัวเองที่เข้าร่วมได้”
“เช่นนั้น… อย่างหงส์ทองคำในพันธสัญญาของซั่งกวนเยว่ที่เป็นถึงอสูรศักดิ์สิทธิ์ระดับบรรพกาล มันมีความสามารถในการดูดซับพลังทัณฑ์สวรรค์ที่แข็งแกร่งอย่างมาก หากนี่ก็นับว่าเป็นส่วนของซั่งกวนเยว่ด้วย สำหรับผู้อื่นแล้วมันดูจะไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไรน่ะขอรับ?”
ซั่งกวนจิ้งตวาดด่าอย่างอดรนทนไม่ไหว
“เว่ยเจ๋อ นี่เจ้ายังมียางอายอยู่บ้างหรือไม่? แม่หนูของข้าตกลงแล้วว่าไม่ส่งพวกเจ้าออกไป จะร่วมแข่งขันชิงของกับพวกเจ้าด้วย พวกเจ้ายังไม่พอใจอีกหรือ? ถ้ารู้สึกว่าไม่ยุติธรรมจริงๆ เจ้าก็ไปหาอสูรศักดิ์สิทธิ์ระดับบรรพกาลในพันธสัญญาของเจ้าเองบ้างสิ! เจตนาที่มุ่งโจมตีเยว่เออร์มาแต่แรกนั่นมันหมายความว่าอันใดกัน? โชคดีที่เจ้านั่งตำแหน่งประมุขเว่ยผู้ยิ่งใหญ่ก็เลยพูดอันใดก็ได้รึ? เจ้ากลัวแพ้ขนาดนั้นเลยเชียว?”
คำพูดนี้ทำเอาเว่ยเจ๋อหน้าดำหน้าแดงขึ้นมาทันควัน
เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ระงับเพลิงโทสะของตนอย่างสุดความสามารถก่อนกดเสียงต่ำว่า
หลายปีผ่านมานี้ ทั่วทั้งอาณาจักรเสิ่นซวี่ก็มีแค่นางผู้เดียวนั่นแหละ!
พวกเขาจะไปสู้อันใดได้เล่า?
หากนับหงส์ทองคำนั่นรวมเข้าไปด้วยละก็ พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องลงการแข่งขันครั้งนี้เลยด้วยซ้ำ!
ถังเคอชะงักไปครู่หนึ่งราวกับกำลังครุ่นคิด จากนั้นเอ่ยถามขึ้นมาว่า
“นังหนู เจ้าคิดว่าอย่างใด?”
ข้าคิดว่าอย่างใดรึ?
ข้าจะไปคิดอย่างใดได้อีก?
ฉู่หลิวเยว่ค่อนขอดอยู่ในใจ ถังเคอผู้นี้ขุดหลุมดักเอาไว้ทุกทางแล้ว เหลือแค่รอให้นางกระโดดลงไปเท่านั้น
อย่างใดเสียนางในตอนนี้ก็ทำได้แค่ยอมรับ
“ประมุขเว่ยพูดเช่นนี้แล้ว หากข้าไม่ตกลง ก็เท่ากับว่าข้าไม่รู้กาลเทศะ ทั้งยังฉวยผลประโยชน์จากทุกท่านหรอกหรือ?”
ฉู่หลิวเยว่หัวเราะเบาๆ
“ไม่นับรวมถวนจื่อได้ แต่ข้าเองก็มีคำขอร้องข้อหนึ่ง”
“เจ้าว่ามา”
“แม้ถวนจื่อจะไม่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ด้วย แต่นางชอบดูดซับพลังทัณฑ์สวรรค์มาหลอมไขชำระกระดูกมาแต่ไหนแต่ไร ดังนั้น… ขอให้ผู้อาวุโสถังเคออนุญาตให้ถวนจื่ออยู่ที่นี่ต่อด้วยเถิด”
“ย่อมได้อยู่แล้ว”
ถังเคอเลือกที่จะตอบตกลงโดยไม่ลังเล
“เว่ยเจ๋อ เจ้ายังมีคำร้องอื่นใดอีกหรือไม่?”
เว่ยเจ๋อละล่ำละลักตอบว่า “เรียนท่านผู้อาวุโสถังเคอ ไม่มีแล้วขอรับ”
จุดประสงค์สำเร็จลุล่วงก็นับว่าเพียงพอแล้ว
ผู้อื่นเองก็พากันผงกศีรษะตามกัน ไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกมาอีก
บัดนี้นางตกปากรับคำว่าสถิติของฉู่หลิวเยว่จะไม่ถูกนับรวม ก็นับว่าอ่อนข้อให้มากแล้ว
หากพูดต่ออีก บรรดาฝูงชนต่างรู้สึกว่าตนเองนี่แหละที่ไร้ยางอาย ไม่มีที่ให้ยืนแล้ว
ไมมีหงส์ทองคำคอยช่วยเหลือ ฉู่หลิวเยว่ตัวคนเดียวจะประมือกับพวกเขาได้อย่างใด?
แม้ทุกคนจะรู้ว่าฉู่หลิวเยว่เป็นลูกศิษย์ของหนานซู่ไหว ทั้งยังฝึกฝนจนเก่งรอบด้าน แต่ชื่อเสียงที่โด่งดังในอาณาจักรเสิ่นซวี่ของนางล้วนเกี่ยวกับด้านจอมยุทธ์และปรมาจารย์
ในส่วนของช่างหลอมอาวุธ… ทุกคนยังไม่ค่อยได้ยินเท่าไรนัก
ฝ่ายหรงซิวที่มีฐานะเป็นถึงโอรสสวรรค์ต่างหากที่ครองอันดับหนึ่งในงานประลองชิงอวิ๋นมาโดยตลอดยามยังอยู่ในสำนักหลิงเซียว
หากมีเวลาละก็ ไม่สู้จับตามองหรงซิวให้มากหน่อยจะดีกว่า
ส่วนทางด้านฉู่หลิวเยว่… พอไม่มีกำลังเสริมก็แทบไม่ต้องเป็นกังวลเลยด้วยซ้ำ
ถังเคอกล่าวขึ้นว่า
อย่างใดเสียยิ่งอาวุธศักดิ์สิทธิ์มีระดับสูงมากขึ้นเท่าไร ปริมาณของทัณฑ์สวรรค์ที่ดึงดูดได้ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
โชคดีที่ที่แห่งนี้กว้างขวางเพียงพอ พอบรรดาฝูงชนแยกย้ายสลายตัวก็ยังพอมีที่ว่างหลงเหลือ
ถวนจื่อคว้าเอาทัณฑ์สวรรค์เส้นหนึ่งที่อยู่ข้างตัวยัดเข้าปากไป
“อาเยว่ เจ้าไม่อยากให้ข้าช่วยจริงๆ หรือ?”
ยามอ้าปากพูด แสงจากสายอัสนีก็สาดส่องไปทั่ว เปลวเพลิงที่ลุกโชนทอประกายสว่างระยิบระยับ
คนส่วนหนึ่งลอบกวาดสายตามองอย่างเงียบเชียบ พอเห็นฉากนี้เข้าก็เผลอเบะปากอย่างอดไม่อยู่
ฉู่หลิวเยว่เห็นนางมีท่าทีเช่นนี้ก็ไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะดี
หรือเมื่อก่อนตอนนางอยู่ในตาน้ำพุที่เขาหมื่นเมรัยก็ทำแบบนี้เหมือนกัน?
“วางใจเถอะ ต่อให้นายท่านของพวกเจ้าต้องพึ่งตัวเอง ก็ยังชนะได้เหมือนเดิม!”
ฉู่หลิวเยว่ส่งสายตาเป็นเชิงโล่งใจให้นาง
“เจ้าไปเล่นคนเดียวก่อนเถิด”
ถวนจื่อเชื่อมั่นในตัวนางอย่างมาก เมื่อได้ยินนางพูดเช่นนี้ก็วางใจทันที ก่อนเงยดวงหน้าเล็กกระจุ๋มกระจิ๋มมาส่งยิ้มสว่างเจิดจ้า
“งั้นข้าไปละนะ!”
พูดจบก็สะกิดปลายเท้าพุ่งไปยังบริเวณที่มีทัณฑ์สวรรค์รวมตัวกันอยู่ด้านบน
จากนั้นก็มีเสียงแตกปะทุขึ้นมาพักหนึ่ง!
บรรดาฝูงชนมองดูภายใต้ความเงียบงันอยู่พักหนึ่ง
“โชคยังดีที่ซั่งกวนเยว่น่าจะต้านทานไว้ได้ไม่นานนัก…”
ใครสักคนในบรรดาฝูงชนเอ่ยพึมพำเสียงเบา
ตึง!
เสียงของหนักหล่นกระทบบนพื้นผิวแข็งพลันดังขึ้นมา!
บรรดาฝูงชนที่ต่างคนต่างยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวล้วนตื่นตกใจกันเป็นแถบ รีบตวัดสายตาไปมองทันที กลับพบว่าเบื้องหน้าของฉู่หลิวเยว่มีหม้อสมุนไพรโปร่งใสทั้งใบตั้งเอาไว้ในทันใด
“นั่นมัน… หม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์นี่!”
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...