………………..
ก่อนหน้านี้มีข่าวลือในอาณาจักรเสิ่นซวี่ว่า หม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสิบสมบัติศักดิ์สิทธิ์ ได้ตกอยู่ในมือของฉู่หลิว
และด้วยเหตุดังกล่าว ส่งผลให้เหล่าตระกูลขุนนางจำนวนมากพากันยกโขยงเข้าไปในเมืองฝางโจว และแทบจะบุกเข้าไปในสำนักหลิงเซียวอยู่แล้ว
ถือเป็นข่าวใหญ่ครึกโครมกันในช่วงนั้น
ทว่าผู้ที่ได้เห็นหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์นี้ด้วยเนื้อตาตนเองจริงๆ นั้นมีเพียงไม่กี่คน
และยามนี้จู่ๆ ฉู่หลิวเยว่ก็นำมันออกมาให้เฉยชมเป็นขวัญตา หลายคนจึงหันมาสนใจกันให้ขวัก
หม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์เผยเด่นชัดแก่สายตา พร้อมเพลิงแห่งกรรมที่ลุกไหม้อยู่ภายในอย่างเงียบๆ
แรงกดดันอันหนักหน่วงพวยพุ่งออกมาเป็นระลอก!
“นานแล้วที่ไม่ได้เห็นเจ้าสิ่งนี้”
ถังเคอพลันถอนหายใจยาวพรืด ราวดำดิ่งสู่ก้นบึ้งของจิตใจ
“เจ้ากับมัน ต่างมีวาสนาต่อกัน”
ฉู่หลิวเยว่ยิ้มบาง
“ถือเป็นโชคของผู้น้อยเจ้าค่ะ”
ถังเคอเงียบไปพักหนึ่ง
ฉู่หลิวเยว่ใจกระตุบวูบ
ไม่รู้เพราะอะไร แต่นางแอบรู้สึกว่าเหมือนถังเคอจะสนใจหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์ใบนี้ มากกว่าสมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่เขาหลอมขึ้นมาเองเสียอีก
หรงซิวเองก็อยู่ที่นี่ เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่รู้ว่าง้าวว่านเฟิงอยู่กับหรงซิว
ทว่า ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ ถังเคอกลับมิได้เอื้อนเอ่ยอันใดออกมาสักคำ
แตกต่างจากตอนที่นางอัญเชิญหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์ออกมา ถังเคอก็…
นางหลุบตาลงต่ำพลางระงับข้อสงสัยในใจ
สายตาจากทั่วสารทิศพลันจับจ้องมาที่นาง
อย่างไรเสียหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาเองก็ใคร่รู้ในอิทธิฤทธิ์ของมันเช่นกัน
“ได้ยินว่า หม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์นั่นมีไว้กลั่นโอสถ แต่คราวนี้ต้องแข่งกันอัญเชิญทัณฑ์สวรรค์ หากนางอยากชนะล่ะก็ จะต้องงัดกลเม็ดและความแข็งแกร่งด้านช่างหลอมอาวุธ มากระตุ้นหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์เสีย! สิ่งนี้กับการกลั่นโอสถ เรียกได้ว่าคนละเรื่องกันเลย…”
“ถูกต้อง! ข้าว่าสุดท้ายแล้ว แม้แต่พลังพื้นฐานของหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์ใบนี้ นางคงเรียกออกมาไม่ได้หรอกกระมัง?”
“หม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์ตกอยู่ในมือนางเช่นนี้ น่าเสียดายยิ่งนัก…”
ตุบ!
พลันมีเสียงหนึ่งดังสะเทือนเลือนลั่นขึ้นมา!
ทุกคนล้วนตกใจแล้วหันไปมองต้นเสียง
เป็นหรงซิวที่นำง้าวว่านเฟิงออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนจะแทงมันลงไปบนพื้น!
ปลายง้าวว่านเฟิงยังคงสั่นไหวเบาๆ เนื่องจากแรงอัดของพลังปราณที่ยังมิจากหาย!
พสุธาอันแข็งกร้าวแตกระแหงออกเป็นเส้นริ้วมากมาย โดยมีง้าวว่านเฟิงปักอยู่ตรงกลาง!
ต้องรู้ว่าตอนที่ทัณฑ์สวรรค์รับไม่ถ้วนถูกกระตุ้นออกมาก่อนหน้านี้ ไม่ได้ทิ้งรอยแตกร้าวไว้บนดินเช่นนี้เลย
ทว่าแค่หรงซิวลงมือฉับพลัน กลับทิ้งร่องรอยที่เปี่ยมไปด้วยพลังอันน่าสะพรึงไว้ให้ยล!
“เท่าที่ข้ารู้คือ เหล่าผู้คน ณ ที่แห่งนี้ ล้วนมิได้ถือครองสมบัติศักดิ์สิทธิ์สักคน ในเมื่อเสียเปรียบแล้วก้าวหนึ่ง ก็ไม่รู้จะงัดข้อเช่นไร ขอเพียงรอให้คนอื่นพลาดท่า แล้วโฉบฉวยเอาผลลัพธ์ตรงหน้าก็พอ…แต่ว่านะ ใต้หล้านี้จะมีเรื่องดีๆ เช่นนั้นด้วยหรือ?”
หรงซิวเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ ดวงหน้างามของบุรุษยกยิ้มบางเบา ทว่าดวงตากลับแฝงไปด้วยความเย้ยหยันเหยียดหยาม
ประโยคนั้นมิได้เอ่ยสาปส่งผู้ใด แต่กลับทำให้คนฟังหลายคนหน้าเห่อร้อนด้วยความละอาย
หรงซิวผู้นี้มีชื่อเสียงเรียงนามกระฉ่อนไปทั่วอาณาจักรเสิ่นซวี่ ต่างจากฉู่หลิวเยว่ที่เพิ่งมาตั้งหลักปักฐานที่นี่
นานาตระกูลผู้ดีชั้นสูง รวมถึงสำนักต่างๆ ล้วนมักจะระวังคำพูดยามอยู่ต่อหน้าเขา
และด้วยเหตุผลบางอย่าง ยามนี้ถังเคอเองก็ไม่ได้เอ่ยขัดค้านอะไร
บางทีอาจจะเป็นเพราะเห็นง้าวว่านเฟิงด้ามนั้น…
…
ซั่งกวนจิ้งเหลือบตามองหรงซิวแวบหนึ่ง แล้วถามด้วยอารามสงสัย
“หรงซิว เจ้าไม่คิดจะลงแข่งด้วยหรือ?”
เมื่อเทียบกับนางหนูเยว่เออร์แล้ว ทั้งความแข็งแกร่งและความสามารถของเขา ล้วนเหนือชั้นกว่าเป็นไหนไหน!
“หรือเจ้ายังกังวลว่านางหนูจะชนะไม่ได้…”
“ท่านอย่าเข้าใจผิดสิ”
หรงซิวรู้ทันว่าเขาคิดอะไร พลันหัวเราะออกมาหนึ่งทีแล้วอธิบาย
“ข้าแค่คิดว่ามันไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้น เยว่เออร์เปิดประตูได้ และเข้ามาที่นี่ได้คนแรก แค่นี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า นางคือคนที่เหมาะสมสำหรับการเป็นผู้รับมรดกของผู้อาวุโสถังเคอ”
ต่อให้คนอื่นจะคิดแบบไหน คัดค้านอย่างไร ก็ไม่มีประโยชน์
ซั่งกวนจิ้งคิดตามอย่างถี่ถ้วน และรู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล จึงไม่ได้แย้งอะไร
เปรี้ยง!
เสียงกัมปนาทดังลั่น!
ซั่งกวนจิ้งและคนอื่นๆ ล้วนหันไปมองทันควัน ก่อนจะเห็นทัณฑ์สวรรค์สายหนึ่งฟาดผ่าลงไปที่หม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์!
เหล่าฝูงชนเริ่มมีคนนั่งไม่ติดที่
“เร็วมาก!”
การแข่งขันเพิ่งเริ่มขึ้นแท้ๆ และฉู่หลิวเยว่ก็เพิ่งนั่งสมาธิเอง ทำไมทัณฑ์สวรรค์ถึงผ่าลงมาแล้ว!
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...