เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2056

………………..

แต่ดูเหมือนว่ารอบตัวเขาจะมีค่ายกลที่มองไม่เห็นห่อหุ้มไว้อยู่

ร่างเนื้อที่ระเบิดออกมานั้น พุ่งกระจายออกมา พลันมลายหายไปอย่างรวดเร็ว!

จากนั้น ร่างกายเขาค่อยๆ สลายไปจนหมด

บนพื้นแข็งกระด้าง ไม่มีแม้แต่เลือดสักหยด

หากไม่เห็นด้วยตาตัวเอง คงไม่เชื่อว่าจะมีคนตายแล้วสลายไปในชั่วอึดใจเช่นนี้!

ความจริงก่อนจะหายไปจากโลกนี้ เขาแทบไม่มีเวลาได้ส่งเสียงร้องโหยหวน หรืออ้อนวอนขอชีวิตเลยด้วยซ้ำ

กลุ่มคนที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นที่สุด มีหลายคนถึงกับหยุดเคลื่อนไหว พลางจ้องมองภาพนั้นด้วยสีหน้าแตกตื่นสุดขีด

หนึ่งในนั้นมีรอยแผลเป็นบนใบหน้า ใบหน้าซีดเผือดราวกับผี พลางสั่นสะเทาไปทั่วทั้งกายา

คนที่เสียชีวิตเมื่อครู่ คือพี่น้องของเขา

พวกเขานั้นมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาตลอด และร่วมใจเดินทางมาที่นี่ด้วยกัน คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะ….

ทันใดนั้น ถังเคอก็เอ่ยแทรกขึ้นมาเรียบๆ

“ก่อนหน้านี้ข้าเคยเตือนพวกเจ้าแล้วว่าอย่าทำอันใดเกินตัว หากยอมแลกแม้กระทั่งชีวิตเพื่อคว้าชัยชนะ เช่นนั้นก็ถือว่าตายไปแล้ว และไม่อาจโทษใครได้ เกิดมามีแค่ชีวิตเดียว พวกเจ้าทุกคนหัดใช้ชีวิตให้ดีเสียบ้าง!”

ท่ามกลางความเงียบสงัดที่ปกคลุมไปทั่วพื้นที่ น้ำเสียงนั้นช่างเย็นชาสะท้านใจคนฟังยิ่ง

ความเย็นเยียบคลืนคลานไปทั่วสรรพางกายของฝูงชน

ก็จริง!

ก่อนหน้านี้ถังเคอเคยกล่าวเตือนเช่นนี้แล้ว

การที่คนผู้นั้นเสียชีวิต เพียงมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นเพราะเขาไม่สามารถต้านทานพลังของทัณฑ์สรวรรค์ได้ แต่ก็ยังดื้อดึงจะแบกรับมันไว้ในการ

ทำตัวเองทั้งนั้น แล้วจะกล่าวโทษใครได้?

สีหน้าของหลายคนเริ่มฉายแววลังเล

ความจริงแล้วจนถึงตอนนี้ มันก็ยากกว่าที่คิดไว้แล้ว

หลายคนแทบจะรั้งสติเอาไว้ไม่อยู่ และเพียงดึงดันจนถึงเฮือกสุดท้ายเท่านั้น ชะตากรรมของพวกเขาก็จะเป็นเช่นเดียวกับชายผู้นั้น

ถังเคอเอ่ยต่อ

“ถ้าใครอยากยอมแพ้ ก็ให้บอกมาตามตรง แล้วข้าจะปล่อยไป”

บรรยากาศรอบด้านเงียบกว่าเดิมจนน่าขนลุก

ผ่านไปครู่เดียว ก็มีชายคนหนึ่งเอ่ยปากขึ้นมา

“ข้า…ยอมแพ้…”

ซึ่งคนที่พูดก็คือผู้เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดของชายที่เสียชีวิตเมื่อครู่ บนหน้าเขามีแผลเป็นจากรอยมีดบาด

เพียงคำง่ายๆ แค่สามคำ กลับยากเกินกว่าเอื้อนเอ่ย แม้แต่เสียงในคอยังแผ่วเสียจนแทบไม่ได้ยิน

ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยการอ้อนวอนระคนกล้ำกลืน

เห็นได้ชัดว่าการตัดสินใจครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องยากสำหรับเขามาก

แต่เขารู้จักประมาณตนดี

ความแข็งแกร่งของเขาด้อยกว่าญาติผู้นั้นเล็กน้อย ขนาดอีกฝ่ายยังเอาตัวไม่รอด แล้วอย่างเขาจะเหลือหรือ?

ถ้าเขาเป็นอะไรไปอีกคน แล้วจักหาผู้สืบสกุลมาจากไหน…

ดังนั้น ไม่ว่ายังไงเขาต้องรอดกลับไปให้ได้

ถึงเขาจะไม่อยากแพ้ แต่ก็จำเป็นต้องทำ

ถังเคอเข้าใจเจตนารมณ์นั้นดี

“ผู้ชนะจักอยู่รอด ผู้แข็งแกร่งจักได้รับการเยินยอ เดิมทีก็เป็นธรรมเนียมพื้นฐานของอาณาจักรเสิ่นซวี่อยู่แล้ว ทว่า การประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า รู้หลบเป็นปีก รู้ปลีกเป็นหาง รู้จังหวะสู้จังหวะหลบนั้น ถือว่าฉลาดกว่า”

ภายในคำพูดนั้นราวแฝงไว้ด้วยการปลอบใจและเห็นพ้องต้องกัน

หากมีการเสียชีพ ย่อมเป็นเรื่องใหญ่

หลายคนมองภาพนั้นพลางแอบเย้ยหยันในใจ แต่เพราะการเตือนของหรงซิว จึงได้แต่เก็บงำความไม่พอใจไว้ ไม่กล้าพูดอะไรออกไปมากกว่านี้

และทำได้เพียงรอดูอยู่เงียบๆ

ทุกคนต่างสงสัยว่าฉู่หลิวเยว่จะทนได้สักกี่น้ำ?

เพียงพริบตาเดียว ก็ผ่านไปอีกสามวัน

มีคนที่นั่งอยู่ตรงกลางสองคนเสียสมดุล และระเบิดชีพไปแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีคนถอนตัวเพิ่มอีกสิบกว่าคน

ย้อนรอยไปตอนแรก มีคนรุดหน้ามายังสุสานของถังเคอมากมาย แต่บางกลุ่มเสียชีวิตในป่าศิลา ทำให้จำนวนคนที่เข้ามาเหลือไม่มากนัก และตอนนี้ก็มีคนตายเพิ่มอีก ถอนตัวอีกเป็นสิบชีวิต ฉะนั้นการแข่งขันในครานี้ เหลือผู้ท้าชิงอยู่สิบกว่าคนเท่านั้น

ทว่าฉู่หลิวเยว่ก็ยังยืนหยัด ไม่แม้แต่จะขยับตัว!

นางนั่งอยู่ที่เดิมเงียบๆ เสมือนวันแรกที่เข้ามา ขณะเดียวกันทัณฑ์สวรรค์มากมายก็ล้วนพุ่งลงไปในหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์เรื่อยๆ

ราวกับว่า…

ทุกอย่างราบรื่น ไม่มีอะไรให้นางต้องกังวลเลย!

หากทุกคนไม่ได้สังเกตเห็นว่าพลังปราณรอบตัวนางลดลงอย่างรวดเร็วแล้วล่ะก็ พวกเขาคงคิดว่านางแอบใช้วิธีใดคดโกงแน่ๆ

แต่นั่นยิ่งทำให้พวกเขาสงสัยมากขึ้น

ผู้เข้าร่วมการแข่งขันคนอื่นไม่ได้มีเวลามาสนใจเรื่องนี้ แต่คนดูที่ยืนด้านข้างล้วนจับจ้องฉู่หลิวเยว่ตาไม่กระพริบ

บางคนรวมตัวกันซุบซิบนินทา

“ข้านึกออกแล้ว ได้ยินว่าทักษะของซั่งกวนเยว่ผู้นั้นเหนือชั้นมาก ถึงขั้นทะลวงสู้ผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ได้เลยทีเดียว! แต่ก็…ไม่เคยมีใครกล่าวถึงทักษะด้านช่างหลอมอาวุธของนางเลย! พูดก็พูดเถิด เจ้าว่ามันไม่แปลกไปหน่อยหรือ?”

“เหอะ ไม่แปลกหรอก! ที่ยืนหยัดได้ถึงตอนนี้ แสดงว่าทักษะด้านนี้ของนาง เหนือชั้นกว่าพวกเราที่ถอนตัวออกมาอย่างใดเล่า! ข้าว่า…พวกเราประเมินนางต่ำไป!”

“ข้าได้ยินมาว่า ระดับของนางกับหรงซิวบนตารางจัดอันดับชิงอวิ๋นนั้น แทบจะไล่เลี่ยกันตลอด ด้านช่างหลอมอาวุธ หรงซิวได้ที่หนึ่ง ส่วนนางได้ที่สอง! ยิ่งไปกว่านั้น นางยังเป็นทายาทของซั่งกวนจิ้งอีก! ไม่แน่ว่า…ครั้งนี้นางอาจเขย่าขวัญสั่นประสาทคนดูได้จริงๆ”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์