………………..
เว่ยเจ๋อตกใจพลันหันไปมองอย่างเร็ว!
ผู้ที่ลงมือมิใช่คนใกล้ตัว หากแต่เป็นถวนจื่อ
ก่อนหน้านี้นางวิ่งเล่นไปทั่วทุกพื้นที่ ทำให้เว่ยเจ๋อไม่ได้สนใจนางเสียเท่าใด
บวกกับตอนนั้นเขามัวแต่สนใจฉู่หลิวเยว่ ด้วยความไม่เฉลียวใจ จึงกลายเป็นเปิดช่องโหว่ให้ถวนจื่อเสียได้
ยามนี้ถวนจื่อกำลังถือค้อนไว้ในมือ และจ้องจองมองมันอย่างระมัดระวัง
บางครั้งก็เอามือแตะ สักพักก็เอามาวางไว้ใต้จมูกแล้วดมกลิ่นด้วยท่าทีสงสัยใคร่รู้
เว่ยเจ๋อตกใจแทบสติหลุด พลันยกนิ้วขึ้นชี้หน้าถวนจื่อ แล้วตะโกนเสียงดังลั่น
“เจ้า! เจ้าทำอันใด รีบเอามันมาคืนข้าเดี๋ยวนี้!”
ถวนจื่อย่นจมูกพลันยิ้มขำ
“จักรีบไปไยเล่า? ข้าเพียงคิดว่าของสิ่งนี้มันแปลกๆ เลยอยากเอาตรวจดูเสียหน่อย ขอดูอีกนิดแล้วข้าจะคืนให้หนา!”
นางกล่าวระรัวพลางพิจารณาค้นในมือด้วยสีหน้างุนงง
เจ้าสิ่งนี้ไม่หนักเลย หากมองผิวเผินก็เหมือนค้อนธรรมดาทั่วไป
ทว่าเหมือนด้านบนจะสลักอักขระบางอย่างไว้ แต่นางอ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจเท่าใด
พรึบ!
ทันใดนั้นก็มีเปลวไฟลุกโชนขึ้นมาบนมือของถวนจื่อ แล้วล้อมรอบค้อนด้ามนั้นไว้อย่างรวดเร็ว!
เว่ยเจ๋อตาถลน เผลอหายใจผิดจังหวะ
คราวนี้เขาโกรธมากเสียจนพูดไม่ออกสักคำ
“ซั่ง ซั่งกวนเยว่! พวกเจ้าหยุดรังแกผู้อื่นเสียที!”
หงส์ทองคำคืออสูรในพันธสัญญาของนาง หากมิใช่เพราะนางคอยหนุนหลังอสูรของตัวเอง มีหรือที่หงส์ทองคำจะรังแกเขาเช่นนี้?
นางลูบหัวกลมๆ ราวก้อนแป้งของถวนจื่อเบาๆ แล้วเงยหน้ามองเว่ยเจ๋อ พลางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
“ประมุขเว่ย ท่านจักกังวลไปไย? ถวนจื่อยังเด็กนัก ย่อมมีนิสัยขี้เล่น อยากรู้อยากเห็นตามประสา นางหยิบของท่านมาเพราะมิรู้ประสา ได้โปรดอย่าถือสาเลยเจ้าค่ะ ต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ พวกเราไม่กล้าฉกฉวยของของท่านอยู่แล้วเจ้าค่ะ”
เว่ยเจ๋อโกรธจัด
ถือของของเขาไว้ในมือขนาดนั้น จะไม่เรียกว่าขโมยได้อย่างใด?
“นั่นคืออาวุธของข้า และพวกเจ้าทำให้ข้าไม่พอใจมาก! ซั่งกวนเยว่ ข้ายอมแพ้แล้ว เจ้ายังต้องการอันใดอีก?”
ฉู่หลิวเยว่กระพริบตาปริบๆ
“ประมุขเว่ย ท่านเข้าใจข้าผิดแล้ว ข้าไม่ได้ต้องการอันใดเลย สุดท้ายแล้วสิ่งนี้ก็เป็นของท่านมิใช่หรือ? ถวนจื่อ ยังไม่รีบเอาค้อนไปคืนประมุขเว่ยอีก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ถวนจื่อก็แอบเสียดาย แต่ก็ยังผงกศีรษะตอบรับอย่างเชื่อฟัง
“อะ!”
นางใช้มือทั้งสองข้างหยิบค้อนขึ้นมา แล้วยื่นให้ฉู่หลิวเยว่เอาไปคืน
ฉู่หลิวเยว่หยิบมันไป
เปลวไฟที่ห่อหุ้มค้อนไว้พลันสลายหายไป คงไว้ซึ่งรูปลักษณ์เดิมของมัน
ฉู่หลิวเยว่หรี่ตาลงแล้วมองดูมัน ขนงเรียวสวยเลิกขึ้นสงสัย
เปลวไฟของหงส์ทองคำทำอันใดพื้นผิวของมันมิได้เลย ไม่แม้แต่จะทิ้งรอยไหม้ใดใดไว้ ต่อให้มองอย่างละเอียดเพียงใดก็ไม่พบความผิดปกติเลยสักนิด
แต่นี่แหละ คือจุดที่ผิดปกติมากที่สุด
แม้แต่เหล็กกล้าที่ผ่านการหล่อหลอมมาอย่างดีเยี่ยม ก็ยังมิอาจทนต่อเพลิงของถวนจื่อได้
ยิ่งไปกว่านั้น วัสดุของค้อนด้ามนี้ ก็เป็นเพียงของระดับกลางๆ เท่านั้น
เป้ง เป้ง เป้ง!
เข็มเงินเหล่านั้นปะทะกับค่ายกลด้วยความเร็วสูง จนเกิดเสียงกระแทกหลายครั้ง พลันตกลงสู่พื้น ก่อนจะถูกแรงกดดันอันน่ากลัวของค่ายกลบดขยี้เป็นผุยผง!
และหายวับไปทันที!
เว่ยเจ๋อตกตะลึงสุดขีด สายตาสบเข้ากับร่างเงาสูงใหญ่ที่ปรากฏตัวตรงหน้าฉู่หลิวเยว่ตั้งแต่เมื่อใดก็มิทราบได้
พลังของหรงซิว่างน่ากลัวยิ่งนัก!
“ประมุขเว่ย ท่านลงมือทุกครั้งที่ไม่พอใจ… นิสัยเช่นนี้ของท่าน ไม่ดูขาดสติเกินไปหรือ?”
หรงซิวกล่าวเสียงเอื่อย หากแต่ฟังดูเย็นชายิ่งนัก
“การที่ท่านรีบร้อนเช่นนี้ เพราะกลัวว่าพวกเราจะขโมยของของท่านไป หรือเพราะเรื่องน่าละลายบางอย่าง?”
ทันทีที่หรงซิวพูดจบ เว่ยเจ๋อพลันสะดุ้งตัวโยน เหมือนแมวถูกเหยียบหาง แล้วตวาดตอบอย่างรุนแรง
“หรงซิว! อย่ามาพูดเรื่องไร้สาระนะ!”
ฉู่หลิวเยว่ชะงักไปนิด แล้วหันไปจ้องตาเขาราวค้นหาบางอย่าง
“หือ?”
หรงซิวเอียงศีรษะมองตาม
“มีอันใดหือ?”
ฉู่หลิวเยว่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขากลับ และยื่นค้อนด้ามนั้นให้ไป
“เจ้าดูเองเถอะ”
ลมปราณด้านในนั้น รู้สึกคุ้นเคยอย่างใดไม่รู้…
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...