………………..
หรงซิวรับมันมา
จังหวะที่ปลายนิ้วสัมผัสค้อนด้ามนั้น คิ้วเข้าพลันขมวดฉับ ตาลงหรี่ลงในทันที
และพอเห็นเขาตอบสนองเช่นนั้น ฉู่หลิวเยว่ก็ยิ่งมั่นใจในการคาดเดาของตน
หรงซิวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้น
ทั้งสองคนสบตากันอยู่พักหนึ่ง ราวกับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอันใด
ลมปราณข้างในนี้ คลับคล้ายคลับคลาอย่างมาก
เว่ยเจ๋อจ้องมองท่าทีของสองคนนั้น แผ่นหลังชุ่มเหงื่อด้วยความวิตก
คนสองคนนี้ช่างปลิ้นปล้อนสับปลับนัก ทว่าคงไม่พบพิรุจอันใดหรอกกระมัง…
แต่ในที่เขากำลังวิตกจริตกับตัวเอง หรงซิวก็กระชับค้อนในมือแล้วเดินมาหาเขา
เว่ยเจ๋อกลั้นหายใจอย่างลุ้นระทึก
ทุกย่างก้าวของหรงซิว ราวกับเหยียบย้ำลงบนหัวใจเขา!
ในไม่ช้า หรงซิวก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้าเว่ยเจ๋อ และห่างเพียงหนึ่งก้าว
ก่อนจะยื่นมันคืนให้เขา ใบหน้าหล่อแลดูผ่อนคลาย เสียงทุ้มหัวเราะเบาๆ
“ประมุขเว่ยมิต้องกังวลไป ข้าแค่จะคืนมันให้ท่าน”
เว่ยเจ๋อเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างลังเล เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่ได้โดนแกล้ง ถึงค่อยยื่นมือออกไปรับค้อนด้ามนั้นคืน
ทันทีที่ด้ามค้อนหวนสู่มือชายสูงวัย หัวใจที่ตื่นกลัวราวแขวนอยู่บนเส้นด้าย พลันสงบลงในที
ทว่าคำพูดต่อมาของหรงซิว กลับทำให้ใจที่เพิ่งสงบลง ตื่นตูมขึ้นมาอีกครั้ง
“จริงสิ จู่ๆ ข้าก็นึกขึ้นได้ว่า ระหว่างที่เดินทางมาที่นี่ เหตุใดถึงไม่เห็นคุณชายใหญ่ของตระกูลเว่ยเลย?”
คุณชายใหญ่ของตระกูลเว่ย คือ เว่ยซีผิง
นับตั้งแต่นั้นมา เว่ยซีผิงก็ไม่ปรากฏตัวให้เห็นอีกเลย
การที่หรงซิวกล่าวถึงเขาในตอนนี้ ทำให้ตามไม่ทันว่าเขากำลังพูดถึงใคร
เว่ยเจ๋อใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม!
เขาเผลอกำค้อนในมือแน่น แล้วหันไปมองหรงซิวอย่างรวดเร็ว
ทว่าดวงตาของหรงซิวนั้นลึกล้ำราวก้นบึ้งมหาสมุทร ดวงหน้านิ่งเฉย ไม่อาจอ่านความคิดของอีกฝ่ายได้เลย
เว่ยเจ๋ออ้ำอึ้งตอบไป
“เจ้า…ไยจู่ๆ เจ้าถึงถามเช่นนี้?”
หรงซิวกล่าวต่อ
“ไม่มีอันใด แค่พอเห็นท่านแล้วก็นึกถึงเขาขึ้นมา จึงพลั่งปากถามไปลอยๆ ประมุขเว่ย…ไม่สะดวกตอบหรือ?”
เว่ยเจ๋อชะงักไปนิด ก่อนจะพูดต่อว่า
“ก็ใช่ว่าจะตอบมิได้ เขา…หลังจากออกจากสำนักหลิงเซียวก็หายตัวไปเลย พวกข้าเองก็รู้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นตายร้ายดีอย่างใด”
หรงซิวยิ้มเยาะหนึ่งที
“อย่างใดเสียเขาก็เป็นบุตรของท่าน แม้ครานั้นจะทำผิดพลาดแต่ก็ไม่สมควรตาย คิดไม่ถึงเลยว่าท่านจะใจไม้ไส้ระกำเช่นนี้…”
เว่ยเจ๋อขมวดคิ้วไม่สบอารมณ์ทันที พลางกล่าวเสียงแข็ง
“เขาทำผิด และทำให้ตระกูลเว่ยของข้าอับอายขายขี้หน้า! เดิมทีมันคือสิ่งที่เขาควรได้รับอยู่แล้ว จะหาว่าข้าโหดเหี้ยมได้อย่างใด?”
ดูเหมือนว่าเมื่อกล่าวถึงเว่ยซีผิง เขาจะโมโหโกรธาขึ้นมาเสียง่ายๆ
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง…”
สีหน้าของหรงซิวฉายแววเวทนา
“น่าเสียดายจริงเชียว ได้ยินว่าเดิมทีท่านหมายมาดจะให้เขาสืบทอดต่ำแหน่งประมุขเว่ยรุ่นต่อไป”
เว่ยเจ๋อหน้าซีดเผือด เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้แล้ว เจ้าตัวหันหลังกลับและก้าวเท้าจากไป
หรงซิวมองตามแผ่นหลังของเขาราวมีนัย แต่มิได้พูดอันใดออกมา
“นางหนู”
เสียงของถังเคอลอยแทรกความเงียบขึ้นมา
“ยินดีด้วย เจ้า… ชนะแล้ว!”
เสียงนี้ดึงดูดความสนใจของทุกคนได้ทันที


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...