………………..
ตู๋กูโม่เป่าขยับเท้าและพุ่งขึ้นไปกลางอากาศ เพียงชั่วพริบตาก็มาอยู่ตรงหน้าทั้งสองคนในทันที
เขาหยุดลงบนเนินทรายและยกข้อมือขึ้นเบาๆ จากนั้นทะเลสาบที่แยกตัวออกจากกันได้รวมตัวกันอย่างรวดเร็วและกลับสู่ความสงบดังเดิม
“ไม่ต้องกังวล พวกข้าไม่เป็นอันใด”
เมื่อฉู่หลิวเยว่ได้ยินเข้าจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว”
เมื่อก่อนได้ฟังผู้อาวุโสลำดับห้าพูดถึงภัยบุหลัน ดูช่างร้ายแรงและอันตรายมาก นางจึงรู้สึกกังวลอย่างมากมาโดยตลอด
อาวุโสลำดับห้าทั้งสามล้วนเป็นผู้มากความสามารถ จนถึงตอนนี้ฉู่หลิวเยว่ยังไม่รู้ว่าขั้นพลังปราณและความสามารถของพวกเขาทะลวงขึ้นถึงระดับใด
มีเพียงสิ่งเดียวที่มั่นใจได้ก็คือพวกเขาแข็งแกร่งกว่าที่นางคาดคิดไว้เป็นแน่!
ภัยบุหลันที่เรียกขานกันนี้ แม้แต่พวกเขาต่างรู้สึกเป็นปัญหายุ่งยาก และเป็นสถานการณ์อันตรายจนยากที่จะจินตนาการได้
จู่ๆ ฉู่หลิวเยว่ก็จ้องมองตู๋กูโม่เป่าอย่างไม่วางตา
เมื่อตู๋กูโม่เป่าสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างจึงถามขึ้น
“มีอันใดหรือ”
ฉู่หลิวเยว่ไม่พูดอันใด เพียงแต่มุ่งตรงไปที่ด้านหน้าของตู๋กูโม่เป่าและชี้ไปที่ปกคอเสื้อของเขาพลางถามขึ้น
“นี่คืออันใดหรือ”
ตู๋กูโม่เป่าชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเขาก้มลงมองจึงเห็นบนปกคอเสื้อของตนมีรอยเลือดเปื้อนอยู่เล็กน้อย
รอยเลือดนั่นมีขนาดไม่เกินหนึ่งนิ้วมือ มันซึมลงไปบนชุดของเขา จึงเห็นรอยไม่ชัดนัก
แต่ด้วยสายตาเฉียบแหลมของฉู่หลิวเยว่ เพียงแวบเดียวนางก็มองเห็น
ตู๋กูโม่เป่าขมวดคิ้วเล็กน้อย
ตู๋กูโม่เป่าเงยหน้าขึ้น สาตาของเขากลับมาสงบลงอีกครั้ง
“ภายในภัยบุหลัน การบาดเจ็บยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ แต่มิได้ร้ายแรงอันใด”
หลังจากพูดจบ เขาพินิจอยู่ครู่หนึ่งและมีแสงวาบวับขึ้น จากนั้นรอยเลือดก็ค่อยๆ หายไปจนหมดสิ้น
ภายใต้แสงแดดที่ส่องสว่าง เสื้อผ้าทั้งชุดของเขาราวกับเกราะกิเลน เปล่งประกายด้วยแสงที่สุกใสละเอียดอ่อน
น้ำเสียงของเขานุ่มนวลและสดใส ราวกับไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้
ฉู่หลิวเยว่จ้องมองเขาอย่างละเอียด ราวกับกำลังพิจารณาว่าคำพูดของเขาเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ
ตู๋กูโม่เป่าสบตานางอย่างเงียบๆ
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกไม่มีทางเลือก
แม้ว่าตู๋กูโม่เป่าดูเหมือนเด็กน้อย แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นจิ้งจอกเฒ่าที่มีชีวิตอยู่มาหลายปีและมีวิธีรับมือด้วยสติปัญญาที่ไม่ธรรมดา
หากเขาคิดจะซ่อนอะไรจริงๆ นางคงสังเกตุได้ยากนัก
เมื่อทั้งสองมองหน้ากันครู่หนึ่ง แต่ฉู่หลิวเยว่กลับมองอะไรไม่ออกเลย สุดท้ายจึงยอมแพ้ไป
“…ไม่เป็นอันใดก็ดีแล้ว”
นางมองไปทางทะเลสาบอันเงียบสงบอีกครั้ง
“ผู้อาวุโสห้ากับผู้อาวุโสหลานเซียวเล่า? เหตุใดยังไม่ออกมา?”
หากเป็นเมื่อก่อนตั้งแต่ที่นางเข้ามาในทะเลทรายจันทราสีชาดเพียงชั่วครู่ พวกเขาน่าจะทักทายกันแล้ว
แต่ครั้งนี้กลับเงียบจนน่าประหลาดใจอยู่บ้าง…
“หลังจากลมหายใจที่ห้ารวมเข้าด้วยกันก็ฝึกลมปราณอยู่ตลอด หลานเซียว…กําลังครุ่นคิดเรื่องการหลอมร่างศักดิ์สิทธิ์ขึ้นใหม่”
คำตอบของตู๋กูโม่เป่าช่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเขาพูดถึงเรื่องการหลอมร่างศักดิ์สิทธิ์ จึงทำให้นึกถึงจุดประสงค์ของการเดินทางมาในครั้งนี้
“จริงสิ พี่เป่า พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ข้ามีเรื่องอยากจะถามพี่อยู่พอดี”
“ก่อนหน้านี้พี่หลอมร่างศักดิ์สิทธิ์ขึ้นใหม่ด้วยตนเอง…ทำได้อย่างไรกัน”
ตู๋กูโม่เป่ามองนางด้วยความแปลกใจเล็กน้อย
“ในตอนนั้นเจ้าก็อยู่ด้วยมิใช่หรือ”
“ไม่ ครั้งนี้ที่ข้ามามีเรื่องที่ต้องทำสองเรื่องด้วยกัน”
“เรื่องแรกข้าอยากถามว่า พี่รู้วิธีที่สามารถช่วยหลอมร่างผู้ฝึกตนระดับเก่าขึ้นมาใหม่ได้หรือไม่ ข้าค้นหาจากตำราหลายเล่มแล้วแต่ไม่เจอคำตอบเลย”
ตู๋กูโม่เป่าหรี่สายตาและถามขึ้น
“เจ้าคิดจะช่วยใคร”
ฉู่หลิวเยว่จึงเล่าเรื่องของซูหลีอย่างรวบรัดให้พี่เป่าฟังรอบหนึ่ง
“…ข้าไม่มีหนทางแล้วจริงๆ จึงคิดว่าบางทีพี่อาจจะรู้…”
“เรื่องเล็กน้อย”
เขาขัดจังหวะคำพูดของฉู่หลิวเยว่
“เรื่องที่สองคือ?”
ฉู่หลิวเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ
นึกไม่ถึงว่าเขาจะรู้เรื่องแล้วจริงๆ!
แต่ยังไม่ทันได้ตื่นตกใจก็ได้ยินคำถามของตู๋กูโม่เป่าขึ้น นางจึงรับตอบกลับในทันที
“เรื่องที่สอง เมื่อก่อนข้าเคยคิดช่วยพี่หลอมร่างศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นการมาในครั้งนี้ก็เพื่อช่วยผู้อาวุโสห้าและหลานเซียว…”
ยังไม่ทันพูดจบใบหน้าของตู๋กูโม่เป่าก็หมองคล้ำลง
“ไม่ได้!”
ฉู่หลิวเยว่มึนงงไปชั่วขณะ
“เหตุใดถึงไม่ได้”
“ไม่มีเหตุผลว่าเหตุใด”
ท่าทางของตู๋กูโม่เป่ากลับเด็ดขาดอย่างมาก
“ข้าบอกว่าไม่ได้…ก็คือไม่ได้!”
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...