อวี๋ฉิงถอยหลังไปเรื่อยๆ นางไม่ทันระวังล้มลงไปกับพื้น มองดูเงาดำที่พุ่งเข้ามาหาตนด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด นางเห็นได้อย่างชัดเจนว่าที่แท้แล้วมันคือลูกหมีวัยแบเบาะที่มีแผงคอเป็นสีน้ำตาลอ่อน รอบๆคอมีเพียงวงกลมสีเทาจางๆและแสงทองสลัวคลุมไว้เพียงเลือนราง
สัตว์อสูรระดับสี่…หมีแผงคอทองคำ!
อวี๋ฉิงตื่นตกใจอย่างมาก นี่คือสัตว์อสูรของมู่หงอวี๋หรือนี่!?
ไม่ง่ายเลยที่คนทั่วไปจะสามารถล่าสัตว์อสูรขั้นสามมาได้ กระทั่งเชื้อพระวงศ์ก็หาใช่เรื่องแน่นอนที่จะครอบครองสัตว์อสูรระดับสี่
มู่หงอวี๋ไม่เพียงแต่มีมันเท่านั้น แต่ยังเป็นวัยแบเบาะอีกด้วย!
วัยแบเบาะไม่ค่อยต่อต้านมนุษย์ ว่านอนสอนง่าย
ยามนี้เห็นแล้วว่าหมีแผงคอทองคำน้อยตัวนี้ยังเชื่อฟังมู่หงอวี๋เป็นอย่างมาก!
ระหว่างที่นางตกใจจนลืมตัว ฉงฉงก็กระโจนเข้ามากัดคออวี๋ฉิง!
สัตว์อสูรโตไว ครั้งที่พวกเขาพบเจ้าหมีแผงคอทองคำน้อยตัวนี้มันยังเป็นก้อนปุกปุย เมื่อเวลาล่วงโหยไปไม่ถึงเดือน มันก็โตขึ้นมาอีกหนึ่งช่วงตัว กรงเล็บและฟันก็เปลี่ยนเป็นแหลมคมขึ้นมา
หมีแผงคอทองคำน้อยมีโลหิตของสัตว์อสูรขั้นสี่ไหลเวียนอยู่ในตัว เกิดมาพร้อมกับกับพลังโจมตีที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งยวด
ขณะนี้เมื่อมันตระหนักได้ว่ามู่หงอวี๋ตกอยู่ในอันตราย ก็เริ่มมีโทสะในใจ แน่นอนว่ามันย่อมกระโจนออกไปโดยไม่กลัวภยันตรายใดๆ!
ฟันแหลมคมที่เพิ่งงอกสะท้อนแสงอันน่าครั่นคร้าม!
อวี๋ฉิงเครียดเกร็งไปทั้งตัว!
ถ้าหากปากนี้กัดไปที่ต้นคอของนางจริง เกรงว่าจะเกิดอันตราย!
นางยกแขนขึ้นมาบังโดยแทบจะไม่ต้องคิด คิดจะเหวี่ยงหมีแผงคอทองคำน้อยตัวนี้ออกไป!
แต่การกระทำนี้กลับไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้บนตัวหมีแผงคอทองคำน้อย
มันเพียงแค่เอียงตัวเล็กน้อยแล้วกัดแขนนางทันที!
“ไม่…อ๊า!”
เมื่ออวี๋ฉิงเห็นหมีแผงคอทองคำน้อยเคลื่อนไหวก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ นางกำลังคิดจะล่าถอยแต่กลับสายไปเสียแล้ว!
หมีแผงคอทองคำน้อยกัดแขนนางอย่างดุเดือด!
ฟันที่แหลมคมแทงทะลุเข้าเนื้อโดยตรง!
เลือดพวยพุ่ง!
ความเจ็บปวดรุนแรงแผ่ซ่านมาอย่างรวดเร็วจนอวี๋ฉิงหน้าซีดเซียว!
นางสะบัดอย่างแรงโดยไม่รู้ตัว เตะหมีแผงคอทองคำน้อยออกไป!
แขวก…
แขนเสื้อของนางถูกฉีกออก เผยให้เห็นลำแขนขาวเป็นยองใย กระนั้นเนื้อบนแขนนั้นกลับฉีกขาดแหว่งไปทั้งชิ้น!
แผลลึกจนมองเห็นไปถึงกระดูก!
อวี๋ฉิงแทบเป็นลมเมื่อเห็นบาดแผลที่เปื้อนเลือดสด สั่นสะท้านไปทั้งหัวใจ!
บาดแผลเช่นนี้จะต้องทิ้งรอยแผลเป็นไว้แน่!
มู่หงอวี๋รีบเข้าไปรับหมีแผงคอทองคำน้อยที่ถูกเตะปลิวออกไป รับมันเข้าสู่อ้อมกอด
เมื่อกลับมาสู่อ้อมกอดที่คุ้นเคย หมีแผงคอทองคำน้อยก็พ่นชิ้นเนื้อนั้นออกมา แต่ยังคงจับจ้องอวี๋ฉิงอย่างดุร้ายและพร้อมจะพุ่งตัวออกไปได้ทุกเมื่อ!
เมื่ออวี๋ฉิงถูกมองด้วยสายที่น่ากลัวเช่นนั้นตัวก็สั่นเทา ความยโสโอหังและกระหยิ่มได้ใจที่มีอยู่แต่เดิมได้มลายหายไปในท้ายที่สุด เหลือไว้เพียงความเคียดแค้นและไม่พอใจ!
นางกอดแขนตัวเอง หยดน้ำตามารวมตัวที่ดวงตาอย่างรวดเร็วราวกับสายฝนโปรยปรายลงมา
“มู่หงอวี๋ ข้ากับเจ้าหาได้มีความแค้นต่อกัน เหตุใดเจ้าถึงทำกับข้าเช่นนี้?”
ด้วยท่าทางอันน่าเวทนาเช่นนี้ทำให้คนปวดใจไม่น้อย
มู่หงอวี๋กลับไม่หลงกลนาง ยิ้มเยาะแล้วกล่าวว่า :
“ในการประลอง ยอมเดิมพันก็ย่อมยอมรับความพ่ายแพ้ เมื่อกี้เจ้าปฏิบัติกับข้าเช่นไร ข้าก็ย่อมปฏิบัติกับเจ้าเช่นนั้น เจ้าใช้เล่ห์กล พยายามเอาชนะข้าโดยไม่สนว่าจะใช้วิธีใด มันจะง่ายดายถึงเพียงนั้นเชียวหรือ!?
นางลูบหูหมีแผงคอทองคำน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดพลางหัวเราะ
“หรืองานสมาคมเยาวชนนี้มีกฎว่ามิอาจเรียกใช้สัตว์อสูรของตัวเองได้?”
อวี๋ฉิงถึงกับสำลัก สีหน้าสุดจะทน
มู่หงอวี๋พูดถูก ไม่มีกฎเช่นนี้อยู่จริงๆ บางครั้งการมีสัตว์อสูรชั้นสูงที่มีพลังแข็งแกร่งยังกลายเป็นเป้าหมายให้ผู้คนได้อิจฉา
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์