ซือถูซิงเฉินไม่คาดคิดว่าจะมีผู้ใดมาพูดแทนให้มู่หงอวี๋ และผู้นั้นคือฉู่หลิวเยว่! เมื่อเห็นใบหน้าอันงดงาม ทำให้หวนนึกถึงดาบนั้น นางก็เริ่มรู้สึกอึดอัดอีกครั้ง
ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากสำหรับนางที่จะรู้สึกเป็นมิตรกับฉู่หลิวเยว่!
“แม่นางฉู่ ข้าเพียงแค่พูดไปตามความจริง มิได้ประสงค์ร้ายต่อแม่นางมู่”
ณ ขณะนี้ ฉู่หลิวเยว่ไม่สามารถทนเห็นเพื่อนของนางถูกกลั่นแกล้งได้ นางจึงพูดออกไปเช่นนั้น
ฉู่หลิวเยว่ยักไหล่ท่าทางไม่ได้โกรธหรือรำคาญ นางเพียงแค่คิดว่าคนแบบไหนกันที่นางไม่เคยพบเห็น?
หากมองย้อนกลับไปในตอนที่นางเป็นองค์หญิงสูงศักดิ์ และถืออำนาจของราชวงศ์เทียนลิ่ง นางได้พบเจอคนที่พูดจาอ่อนหวานแต่กลับไม่จริงใจ ทั้งยังมีคนที่วางแผนร้ายสมรู้ร่วมคิด นางคิดพลางถอนหายใจเบื่อหน่ายกับการพบเจอสิ่งเหล่านั้นนัก
และตอนนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความคิดต้องการเอาเปรียบเล็กน้อยของชือถูซิงเฉิน แท้จริงแล้วนางไม่ได้ต้องการที่จะมีปัญหาใดๆ เพิ่มอีก
“องค์หญิงใหญ่ซือถู ข้าไม่ได้บอกว่าสิ่งที่ท่านพูดนั้นผิด เพียงแต่ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ทุกท่านสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในสนามประลองนี้การใช้กลอุบายนั้นไม่ผิด แล้วการเรียกใช้สัตว์อสูรนั้นเป็นเรื่องที่ผิดหรือ แม้ว่าอวี๋ฉิงจะถูกหมีแผงคอทองคำกัดจนทิ้งรอยแผลไว้บนร่างกาย แต่นางทำได้เพียงตำหนิตนเองที่พลังด้อยกว่าผู้อื่น หลังจากการประลองหลายคู่ผ่านไป ไม่ใช่ว่าไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่นี่นับเป็นครั้งแรกที่ฝ่ายผู้ชนะถูกขอให้กล่าวขอโทษ”
นางก้มลงมองด้วยรอยยิ้ม
“ผู้ชนะเป็นเจ้า ผู้แพ้เป็นโจร นี่คือความจริงที่ง่ายที่สุด และก็เป็นหลักการที่ยุติธรรมที่สุด ถ้าหงอวี่ต้องกล่าวขอโทษเพียงเพราะสัตว์อสูรของนางแข็งแกร่งเกินไป ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าคิดว่าคงไม่มีประโยชน์อันใดที่จะดำเนินงานสมาคมเยาวชนนี้ต่อ”
น้ำเสียงของนางช่างสงบและราบเรียบ แต่สิ่งที่นางกล่าวมานั้นเป็นเรื่องที่ช่างน่าเชื่อถือ
หลายคนกระซิบและแอบพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“สิ่งที่ฉู่หลิวเยว่พูดมาก็ดูสมเหตุสมผล! เดิมทีมันคือการประลอง และผลของการประลองก็ทราบได้ในทันที เหตุใดจึงต้องกล่าวขอโทษ?”
“ใช่แล้ว! ดูเหมือนว่าคู่ต่อสู้ของอวี๋ฉิงเมื่อวานนี้จะขาหักจากการประลอง นางไม่ต้องกล่าวขอโทษด้วยหรือ?”
“พวกท่านไม่รู้หรือ ซือถูซิงเฉินและอวี๋ฉิงมีความสัมพันธ์อันดีกันมาก นั่นคือเหตุผลที่นางออกหน้าให้เช่นนี้”
“นี่! ถึงแม้ว่าจะเป็นองค์หญิงแห่งแคว้นซิงหลัว ก็ไม่สามารถวางอำนาจที่นี่ได้ ที่พูดมากมายขนาดนั้นไม่ใช่ว่าแค่ต้องการที่จะช่วยคนของท่านเองหรือ? จากที่ข้าเห็นซือถูซิงเฉินผู้นี้ก็ไม่ได้เพียบพร้อมอย่างที่ลือกัน ตรงกันข้ามมันค่อนข้างมีทั้งถูกและผิด”
เมื่อได้ยินบทสนทนาเหล่านั้น ซือถูซิงเฉินก็อดไม่ได้ที่จะกำมือของนางแน่น ที่ทั้งโกรธและเสียใจ เฉิงหันเห็นว่าลูกศิษย์ของเขาไม่สามารถลงจากตรงเวทีนั้นได้ และเขาไม่สามารถมองผ่านมันไปได้ดังนั้นเขาจึงเอ่ยปาก
“ซิงเฉิน ข้าไม่ได้ช่วยพูดให้ผู้ใด แค่อยากจะบอกว่าถึงแม้งานสมาคมเยาวชนนี้จะเป็นการประลอง แต่ต้องมีความเอื้ออาทรต่อกัน ข้าคิดว่าจุดนี้จำเป็นต้องให้ความสนใจยิ่ง ถ้าใครมีความดิดว่าการทำร้ายกันจนถึงตายแต่ให้เหตุผลว่าไม่ทันระวัง แล้วผู้นั้นควรทำอย่างไร?”
เฉิงหันเหลือบมองฉู่หลิวเยว่แล้วสูดหายใจเข้า
“ซิงเฉิน นางเป็นคนมีเมตตาและที่นางพูดไปเช่นนั้นก็เพื่อประโยชน์ของทุกคน นางเป็นหมอเทวดาที่จะเข้าร่วมในวันสุดท้ายของการประลอง และท้ายที่สุดการต่อสู้ในการประลองนี้ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับนางเลย นางไม่ได้ฉวยโอกาสในการที่นางออกหน้ามาแบบนี้! ไม่เหมือนใครบางคนที่ใช้โอกาสนี้เพื่อแก้ต่างถึงความโหดเหี้ยมอำมหิตของตนเอง!”
ฝูงชนเงียบไปครู่หนึ่ง
นี่…มิใช่ว่าเขากำลังพูดถึงฉู่หลิวเยว่อยู่หรือ
ถึงอย่างไรเสียเหลยหมิงเวยที่เป็นคู่ต่อสู้ของนางเมื่อวานก่อนก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส
ได้ยินมาว่าตอนนี้นางก็ยังคงนอนอยู่บนเตียง!
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์