………………..
ฉู่หลิวเยว่พูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“ผู้อาวุโสอี้เจา…น่าจะใกล้ถึงแล้วกระมัง”
“เจ้าได้ส่งข่าวให้เขาแล้วใช่หรือไม่”
โหมวเจินเอ่ยถามขึ้น
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้าอย่างไม่ค่อยเข้าใจและพูดขึ้น
“แน่นอนว่าข่าวของท่านทั้งสอง ทางฝั่งข้าได้ส่งออกไปพร้อมกันแล้ว”
ระยะห่างของท่าเรือดอกท้อค่อนข้างไกลจากภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวงและเกาะมังกรศักดิ์สิทธิ์ แต่ไม่ใช่ปัญหาต่ออี้เจาและโหมวเจิน
ด้วยฝีเท้าของพวกเขาทั้งสองคน ไม่เกินหนึ่งวันก็น่าจะมาถึง
แต่โหมวเจินมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย
สำหรับอี้เจา…
การสายไปครึ่งชั่วยาม ดูเหมือนไม่มีอันใดสำคัญ
เหตุใดโหมวเจินจึงดูค่อนข้างกังวล
“ก่อนหน้านี้ผู้อาวุโสอี้เจาตามข้ากลับไปท่าเรือดอกท้อแล้วครั้งหนึ่ง และเพิ่งจากไปได้ไม่นาน คาดว่าครั้งนี้อาจมาถึงล่าช้าหน่อยกระมัง”
โหมวเจินกลับค่อยๆ ขมวดคิ้วขึ้น
“ไม่ ในเมื่อเขารู้ถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ ตามหลักแล้วน่าจะมาถึงก่อนข้าด้วยซ้ำ เหตุใดถึงยังมาไม่ถึงอีกเล่า”
เขามองไปทางด้านนอก แต่กลับไม่มีความเคลื่อนไหวแต่อย่างใด
ในใจของฉู่หลิวเยว่เกิดความไม่สบายใจขึ้น
นิสัยของโหมวเจินเปิดเผยตรงไปตรงมา หากไม่ได้พบเจอเรื่องยุ่งยากอันใดจริงๆ เข้า คงไม่มีปฏิกริยาเช่นนี้
และความกังวลของเขาต่ออี้เจาในตอนนี้ ดูเหมือนจะไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
“ผู้อาวุโสโหมวเจิน ที่ท่านพูดเมื่อครู่เรื่องที่จะไปตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรรีบร้อนเกินไป เป็นเพราะบรรพบุรุษของตระกูลไท่ซวีเฟิ่งหลงเกิดเรื่องขึ้นที่นั่นใช่หรือไม่”
โหมวเจินพยักหน้าและส่ายหัว
“นับว่าใช่ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด มีบางเรื่องที่บอกกับเจ้าได้ไม่ทั้งหมดในตอนนี้ เมื่ออี้เจามาถึง เจ้าค่อยฟังไปพร้อมกันก็จะรู้เอง”
ในขณะนั้นจู่ๆ เฉิงอีก็เดินเข้ามาจากด้านนอกอย่างเร่งรีบ
เมื่อฉู่หลิวเยว่เห็นสีหน้าของเขาดูมีบางอย่างผิดปกติ ในใจของนางจึงสั่นไหวขึ้น
“นายท่าน เฟยซิงเหมินเกิดเรื่องแล้ว ขอรับ”
เฉินอีเดินเข้ามาพลางมอบขนนกสีดำด้วยมือทั้งสองให้นาง
ฉู่หลิวเย่วลุกขึ้นในทันทีและเดินเข้าไปรับขนนกสีดำนั่นไว้ในมือ ที่ด้านบนยังมีคราบเลือดอยู่
ฉู่หลิวเยว่คุ้นเคยกับลมปราด้านบนเป็นอย่างดี
“นี่คือขนนกของอินทรีสามตาที่ชือรุ่ยเออร์ ได้ทำพันธสัญญาเอาไว้”
คิ้วของนางขมวดแน่นขึ้น
เฉินอีอิบายต่อว่า
“มีคนส่งขนนกนี้มาเมื่อครู่นี้ เพียงแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอันใด คนผู้นั่นก็เสียชีวิตทันทีข้า น้อยรู้แค่ว่าคนผู้นี้คือหนึ่งในผู้อาวุโสที่ร่วมเดินทางกับชือรุ่ยเออร์ไปทะเลทรายจันทราสีชาดเมื่อก่อนหน้านี้”
ฉู่หลิเยว่ถามขึ้นในทันที
“คนล่ะ?”
เฉินอีส่ายหน้าและพูดขึ้น
“เขาถูกพิษ หลังจากเสียชีวิตเพียงครึ่งชั่วยามก็กลายเป็นกองเลือดไปเสียแล้ว”
เป็นการลงมือที่โหดเหี้ยมนัก!
“ตรวจสอบได้หรือไม่ว่าเป็นพิษอันใด”
“น้องแปดมุ่งหน้าไปแล้ว แต่จะสามารถตรวจสอบได้หรือไม่นั้น ยังไม่อาจรู้ได้”
ฉู่หลิวเยว่ใจสั่นระรัว
ต้องเป็นคนแบบไหนกันถึงลงมือได้อย่างโหดเหี้ยมกับเฟยซิงเหมินเช่นนี้ อีกทั้งฝีมือก็เก่งกาจจริงๆ!
เฟยซิงเหมินเป็นตระกูลขุนนางอันดับต้นๆ ของอาณาจักรเสิ่นซวี่ และตามความเข้าใจของฉู่หลิวเยว่ พวกเขาไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอันใดกับคนอื่นๆ เลย ว่ากันตามเหตุผลไม่มีทางเป็นไปได้ที่เกิดหายนะเช่นนี้
ครั้งนั้นที่เดินทางไปทะเลทรายจันทราสีชาดกับชือรุ่ยเออร์ โดยปกติล้วนเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...