………………..
“อาเยว่ล่ะ! ข้าจะไปหาอาเยว่!”
เมื่อจื่อเฉินเห็นถวนจื่อร้องไห้อย่างหนัก สีหน้าของเขาค่อยๆ จริงจังขึ้น เขาอุ้มถวนจื่อในอ้อมแขนพร้อมปลอบนางไปพลางและเดินออกไปข้างนอก
“ถวนจื่ออย่าร้องนะ ข้าจะพาเจ้าไปหานาง”
ถวนจื่อกอดคอและซบลงบนไหล่ของเขา ทั้งสะอึกสะอื้นและพยักหน้า ร่างเล็กๆ ยังคงร้องไห้ครวญครางอยู่เช่นนั้น
จื่อเฉินขมวดคิ้วแน่น และเดินออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็ว
ในตอนแรกเขาคิดว่าถวนจื่อแค่ฝันร้ายเท่านั้น แต่เมื่อเห็นปฏิกิริยาที่แสดงออกของนาง ดูไม่เหมือนเลยจริงๆ
หรือว่าเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น?
…
จื่อเฉินอุ้มถวนจื่อไปที่ประตูเมืองอย่างรวดเร็ว
เหมือนฉู่หลิวเยว่จะรู้สึกตัวจึงหันกลับมาและเห็นทั้งสองคนเข้าพอดี
“เหตุใดพวกเจ้า…ถวนจื่อ นี่มันเกิดอันใดขึ้น”
เมื่อเห็นถวนจื่อร้องไห้จนตาแดงก่ำ ฉู่หลิวเยว่ก็รู้สึกปวดใจขึ้นมาทันที
“อาเยว่!”
ถวนจื่ออ้าแขน ฉู่หลิวเยว่จึงรับนางไว้ และปลอบโยนนางที่อยู่ในอ้อมแขน
“เป็นอันใดหรือ เกิดเรื่องอันใดขึ้น”
ฉู่หลิวเยว่จูบเบาๆ บนหน้าของถวนจื่อ
“ถวนจื่อไม่ต้องกลัวนะ อาเยว่อยู่ที่นี่แล้ว”
นางถามไปพลาง และมองจื่อเฉินไปพลาง
จื่อเฉินส่ายหน้า
“อาเยว่ ท่านเฒ่าเประมุขเกิดเรื่องแล้ว!”
ฉู่หลิวเยว่ชะงักไปครู่หนึ่งและเอ่ยถามขึ้น
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น? เจ้าหมายถึงอันใด?”
ถวนจื่อพูดขึ้น
ตอนที่ข้ากำลังหลับอยู่นั้น ทันใดนั้นก็รู้สึกไม่สบายตัว หลังจากที่ตื่นขึ้นมาอย่างกระทันหัน ข้าก็พบว่าพลังปราณที่ท่านผู้เฒ่าเประมุขทิ้งเอาไว้ในร่างของข้าได้หายไปแล้ว!”
“ยัง ยังมี! ยังมีค่ายกลของภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวงที่ข้าสัมผัสไม่ได้อีกแล้ว!”
ขณะที่ถวนจื่อพูด หยดน้ำตาที่สุกใสแวววาวก็ไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง
“ฮือออ…”
นางซุกตัวร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนตัวของฉู่หลิวเยว่
ในใจของฉู่หลิวเยว่หนักอึ้ง
ตั้งแต่ที่ถวนจื่อหายตัวไปครั้งก่อน อี้เจ้าจึงกลัวว่าจะเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับนางอีก ดังนั้นเขาจึงใส่ใจทางนี้เป็นพิเศษ
ลมปราณนั่นไม่มีทางหายไปโดยไม่มีสาเหตุ
นอกจากนี้ที่สำคัญยิ่งกว่าคือถวนจื่อไม่สามารถสัมผัสถึงค่ายกลของภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวงได้แล้ว!
ในฐานะที่ถวนจื่อคือนายน้อยแห่งตระกูลหงส์ทองคำ และมีสายเลือดบริสุทธิ์ จึงมีพลังที่สามารถควบคุมค่ายกลนั้นได้
“ถวนจื่อ เด็กดี เลิกร้องนะและไม่ต้องกลัว เจ้าลองดูอีกครั้งว่าสัมผัสถึงลมปราณไม่ได้จริงหรือไม่”
ฉู่หลิวเยว่พูดปลอบขึ้น
ถวนจื่อสายหน้าทั้งน้ำตา
เมื่อเห็นนางเช่นนี้ ฉู่หลิวเยว่รู้สึกได้ว่าสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายกว่าเดิมอย่างแน่นอน
“ข้าแค่บอกว่าอี้เจาไม่ได้มาช้า ดูผิดปกติอย่างมาก!”
สีหน้าของโหมวเจินเคร่งขรึมขึ้น
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวงเป็นอาณาเขตของหงส์ทองคำ ซึ่งมีหงส์ทองคำหลายร้อยตัวอาศัยอยู่ที่นั่น
แท้จริงแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ จึงทำให้พวกมันรับมือได้ยาก?
“ตอนนี้ต้องไปที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวงโดยเร็วที่สุด”
ฉู่หลิวเยว่พูดขึ้น
“นายท่าน ทางด้านเฟยซิงเหมินนั้น…”
น้องแปดเอ่ยขึ้นอย่างลังเล
ในเมื่อเกิดเรื่องพร้อมกันทั้งสองที่เช่นนี้ แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าสามารถเลือกไปได้ที่เดียว
ฉู่หลิวเยว่ขมวดคิ้วขึ้น
ในขณะนั้นเสียงของหรงซิวก็ดังขึ้นมา
“ทางด้านเฟยซิงเหมิน ข้าจะเป็นคนนำไปก่อน”
เมื่อฉู่หลิวเยว่หันกลับมาก็เห็นหรงซิวกำลังเดินมาทางนี้พอดี
“เจ้าจะไปเองหรือ”
หรงซิวพยักหน้า



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...